บทที่ 6 คัมภีร์ราคะ
สิ่งที่นางคิดออกตอนนี้คือ คนตัวโตรูปร่างสูงใหญ่ คงสวมรอยเป็นผู้อื่น ไม่ต่างจากนาง!
“ข้าพูดความจริง ถอยออกไป เจ้ามันแค่บ่าวชั้นต่ำของถานป๋อ คิดข่มเหงข้ารึ”
ฉิงไท่ส่ายหน้าช้าๆ ก่อนเป่าปากเสียงดังคล้ายเป็นคำสั่งให้หมาป่าสามตัวเตรียมกระโจนเข้าใส่ลั่วฟางเซียน
“พี่พึ่งรู้ว่า ซินเอ๋อร์ไม่ชอบอุ่นเตียงกับมุนษย์ เช่นนั้นก่อนตกเป็นอาหารของพี่น้องเหล่านี้ เจ้าควรสมสู่กับพวกมันเสียก่อนดีหรือไม่”
คำพูดเขาต่ำทรามและลั่วฟางเซียนเชื่ออย่างสนิทใจว่า นางกำลังถูกชายเบื้องหน้าเล่นละครหลอกลวง ที่นี่ไม่มีฉิงไท่ฉันใด เหยียนเข่อซินก็ไม่มีตัวตนในคฤหาสน์สัตตบงกชฉันนั้น
“ซินเอ๋อร์ อย่าขาดใจตายก่อนจะได้ขึ้นสวรรค์ก็แล้วกัน ร้องให้ดัง ครวญครางอย่างสุขสม กลีบของเจ้าจะถูกพวกมันรุมถึ้งราวกับหมาร่านสวาทตัวเมีย!”
“ฮึๆ ๆ ข้าก็เช่นกัน เสียงเจ้าตอนร้องขอความเมตตาก่อนตาย มันคงลื่นหูข้าที่สุด”
นางตอบโต้เขาแล้ว จึงหาหาทางป้องกันตนจากสุนัขพวกนั้น ทว่าอาวุธในมือนางมีเพียงปิ่นไม้อันหนึ่ง แต่สุนัขที่จ้องนางราวกับเป็นชิ้นเนื้ออันโอชะกำลังคำรามฮึ่มๆ
หญิงสาวแม้จะขวัญกล้าเทียมฟ้าเพียงใด แต่ประเมินจากสถานการณ์ตรงหน้า นางก็เพลี่ยงพล้ำทุกทาง
เมื่อเห็นว่านางยังรีรอ ไม่ทำสิ่งใด ฉิงไท่จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ซินเอ๋อร์ เจ้าช่างเชื่องช้า พี่คงไม่อาจเสียเวลารอดูได้อีก พี่ต้องรีบไปเตรียมทำมื้อดึกให้นายท่าน ฝากเจ้าป้อนอาหารพี่น้องของพี่ด้วยก็แล้วกัน”
ฉิงไท่กล่าวจบจึงเดินหายไปในแนวรั้วต้นไม้สูงปล่อยให้ลั่วฟางเซียน รับมือกับสัตว์เดรัจฉาน
สุนัขตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่ลั่วฟางเซียน และนางเบี่ยงตัวหลบได้ทัน ทว่ามันไม่ได้มีเพียงหนึ่ง ยามนี้คำว่า ‘หมาหมู่’ คงอธิบายได้ดีกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ลั่วฟางเซียนถีบตัวลอยเหนือพื้น ตั้งใจอยู่บนที่สูงเพื่อให้ตนได้เปรียบ ใจนางไม่อยากทำร้ายสัตว์พวกนี้ ทว่าทั้งที่ยืนอยู่บนกำแพง แต่หมาป่ามีพลังมหาศาล มันกระโดดตามนางขึ้นไป ก่อนที่ตัวหนึ่งจะอ้าปากกว้างเตรียมกัดเข้าที่ขานาง แต่นางว่องไวใช้เท้าอีกข้างถีบมันสุดแรง จนทั้งคนทั้งสุนัขพลัดตกลงไปกองบนพื้น
เสียงขู่คำรามดังขร่ม นางรีบดีดตัวลุกยืน เตรียมรับมือหมาป่าอีกตัวที่กระโจนมาจากด้านหลัง คราวนี้มือใหญ่ๆ ของมันตบเข้าที่หัวไหล่ลั่วฟางเซียน
แรงดังกล่าวทำให้นางเซเสียหลัง ใบหน้าเกือบฟาดฟื้น และไม่ทันได้ยืนทรงตัวให้ดี เขี้ยวคมๆ ของสุนัขลอบกันอีกตัวก็ฝังเข้าที่ฝ่ามือข้างหนึ่งของลั่วฟางเซียน
หญิงสาวหวีดร้องเสียงดัง ความปวดหนึบๆ ส่งผลต่อร่างกางกายทันที นอกจากฝังเขี้ยว มันยังพยายามสะบัดมือเรียวสวยด้วยความแหลมคมของฟันซี่ใหญ่
ลั่วฟางเซียนไม่ได้ต้องการทำร้ายพวกมัน แต่ยามนี้เลือดเข้าตา ปิ่นไม้ในมือจึงแทงใส่หลังต้นคอของหมาป่า
ดวงตามันจ้องนางเขม็ง และลั่วฟางเซียนขู่คำรามตอบโต้ จากนั้นก็ส่งแรงกดปลายแหลมของปิ่นฝังผ่านขนหนาๆ ของมัน
กรร กรร กรร...
นางสู้ยิบตากับมัน พอริมฝีปากกว้างปล่อยมือข้างนั้นของนาง ลั่วฟางเซียนรีบสกัดจุดห้ามพิษและห้ามเลือด ก่อนถีบพื้นทะยานตนขึ้นไปบนยังหลังคาเรือนดรรชนี แต่มิใช่ว่านางจะสลัดหมาป่าอีกสองตัวได้ง่ายๆ
ตัวหนึ่งเห่าเสียงดังขร่มอยู่บนพื้น อีกตัวพยายามหาทางปืนขึ้นมาให้ได้ เสียงเห่าดังขร่มและการถูกกัดจนมีแผลพลอยให้เสียแรง ซึ่งหากยังปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ นางคงหนีไปได้ไม่ไกล และเสียงดังกล่าวคงเรียกบ่าวรับใช้มาจับตัวนาง นอกจากนั้นเจ้าสาวที่หลบหนีออกจากห้องหอ ย่อมมีโทษสถานหนัก
ลั่วฟางเซียน คิดได้ดังนั้น จึงหาทางกลับคืนห้องหอในเรือนวิวาห์ ทว่าใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินได้เพียงไม่กี่อึดใจ พิษจากหมาป่าส่งผลให้นางเห็นภาพต่างๆ เบื้องหน้าพร่ามัวไปหมด
นางเคยได้ยินว่าพิษร้ายแรงในโลกนี้ล้วนมาจากสัตว์เดรัจฉาน
“ขะ ข้าจะตายไม่ได้”
นางบอกตัวเอง พร้อมบ่ายหน้ากัดฟัน กลับคืนห้องหอ อย่างไรเสีย นางยังเป็นอนุเหยียนของชายสกุลถาน
