บทที่ 6 บทที่6

"หย่า..รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา!!! เธอคิดว่าบ้านตระกูลหลี่เป็นยังไงห๊ะ คิดจะอยากแต่งก็วางแผนสารพัดเพื่อที่จะได้มาเป็นสะใภ้ พอคิดจะหย่าก็มาพูดง่ายๆ แบบนี้นะเหรอ? เธอคิดว่าอาปา..อาม๊า วงศ์ตระกูลของฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แต่งงานหม้อข้าวไม่ทันจะดำก็หย่าร้าง ไหนจะครอบครัววงศ์ตระกูลของเธออีก..เฮียขอถามได้มั้ย สมองเล็กๆ ของเธอยังมีความคิดปกติดีอย่างคนอื่นที่เขามีบ้างมั้ย? หรือสักแต่.."

"พอก่อนค่ะ ใจเย็นๆก่อน เฮียไม่ต้องดุเป็นแร็ปขนาดนั้นก็ได้มั้ย?"คนตัวเล็กกว่ารีบยกมือเป็นปางห้ามญาติ เพื่อขอเวลาพัก เธอเองก็ลืมนึกไป..ยุคสมัยก่อนคนไม่นิยมหย่า..การหย่าร้างเป็นเรื่องน่าละอาย 

"แร็ป??"สามีพยายามทวนคำ ตั้งแต่ภรรยาตัวร้ายฟื้นมา..คำพูดการกระทำยิ่งชวนสงสัย

"คือ.."ก่อนที่ดารินจะทันได้อธิบาย เสียงท้องของเธอก็ร้องดังขึ้นเสียก่อน...ใบหน้าสะสวยที่ได้ส่วนดีที่สุดของพ่อกับแม่แดงระเรื่อด้วยความอับอาย..ส่งผลให้ไอ้ต้าวสามีมองมาอย่างระอา ดวงตาคมกริบกวาดตามองสภาพคนตัวเล็กที่ติดจะโทรมกว่าเวลาปกติไม่น้อย..แต่ถึงอย่างนั้น เขากับชอบเธอที่เป็นแบบนี้มากกว่าหญิงสาวที่แต่งหน้าแต่งตาจัด

"ไปล้างหน้าล้างตาซะ เดี๋ยวเฮียพาไปกินข้าวต้ม"คนเป็นสามีสั่งเสียงเรียบ หญิงสาวจำใจลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ ตอนที่เธอเดินออกมาคนเป็นสามีก็ขึ้นไปเอากระเป๋าเงินเรียบร้อยแล้ว

ร่างสูงโปร่งผิวขาวจัดเดินนำเธอ..เธอเอียงคอมองแผ่นหลังนั่นอย่างนึกแปลกใจกับสถานการณ์..เพราะตั้งแต่เธอรู้จักคีรีมา..มีนับครั้งที่เธอเดินตามหลังเขา..ถ้าเธอไม่เดินนำ..ก็เป็นเขาที่รั้งรอเธอให้ก้าวขาตามไปยืนอยู่ข้างๆ..ความรู้สึกห่วงหาปนเศร้าของคนที่เติบโตมาด้วยกันชวนให้ใจเจ็บแปล็บ...ว่าแต่

'นายยังมีชีวิตอยู่มั้ยนะ..นายคีรี'

ชายหนุ่มพาหญิงสาวลัดเลาะมาทางตรอกหมายเลขที่สี่ ซึ่งมีร้านข้าวต้มเฮียอ้วนเจ้าดัง..ทั้งนึกแปลกใจอีกคำรบเมื่อภรรยาตัวน้อยไม่บ่นว่า 'ทำไมเดินไม่รอ'

พอหันกลับไปมองก็เห็นเพียงร่างบอบบางเดินหลังตรงเป็นสง่า..ผมยาวดำที่เธอรักหนักรักหนาถูกถักเป็นเปียสองข้างแกว่งตามจังหวะเดิน..ดวงตาหวานแกมดุกวาดตามองข้างทางราวกับจดจำเส้นทาง..พอเห็นเขาหยุดมอง..คิ้วได้รูปสวยตามธรรมชาติเลิ่กขึ้นเล็กน้อยๆ

เธอมีบางอย่างที่ไม่เหมือนคนเดิม..แต่ก็มีเศษเสี้ยวบางอย่างที่บ่งบอกว่าคือเธอ..ความขัดแย้งที่ว่าทำเขาไม่เข้าใจ และชวนให้หงุดหงิดใจ

"ช้าจริงเชียว...รีบเดินซิ..ไม่หิวหรือไง?"

พอโดนดุคนตัวเล็กกว่าเพียงยักไหล่ให้ด้วยความเคยชิน..เล่นเอาคุณสามีหน้าบูดกับกริยาก๋ากั่นของภรรยาตัวร้าย ร่างสูงโปร่งเลือกนั่งโต๊ะตัวหลังสุด..ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกเนื้อดีเปลี่ยนมาเป็นเรียบเฉย

“อาซาน..เอาเหมือนเดิมใช่มั้ย? ต้มขาไก่น้ำแดง หมูสับผัดหนำเลี๊ยบ ผัดกุ้ยช่ายขาวหมูกรอบ..ข้าวต้มสองชาม?”

"ครับ...เฮีย"เสียงทุ้มต่ำตอบ...ร่างสูงโปร่งเลือกนั่งเก้าอี้ไม้กลม..เวลานี้พระอาทิตย์เริ่มลาลับฟ้า..ดารินทรุดตัวนั่งฝั่งตรงกันข้าม...ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ..เธอสัมผัสถึงความสุขส่งผ่านจากร่างเดิม...ก่อนที่จะทันได้คิดอะไรปากก็เผลอส่งคำถามออกไปจากความทรงจำจางๆ ของร่างเดิม

"ไม่สั่งต้มจับฉ่ายของโปรดของเฮียเหรอ?"มือเรียวสวยของคุณหมอหนุ่มชะงักจากเทน้ำชาใส่ถ้วยเล็ก...ดวงตาสองชั้นหลบในหลุบลง..น้ำเสียงที่ตอบไปติดจะเย็นชา

"ไม่เป็นไร..เฮียกินอะไรก็ได้ สั่งเยอะเปลืองเงิน"ความหวานประแหล่มเข้าจู่โจม..ดารินรู้ความรู้สึกที่เป็นอยู่มาจากเจ้าของร่างเดิม..ริมฝีปากรูปกระจับเม้มแน่น..เธอหาใช่ผู้หญิงที่พึ่งพิงแต่ผู้ชาย..แถมให้เขาเลี้ยงข้าว..แต่มีเพียงเมนูที่เธอชอบก็กระไรอยู่

ร่างเพรียวระหงตัดสินใจเดินไปหาคุณลุงเจ้าของร้าน

"เฮียคะ จินจินขอเปลี่ยนจากผัดกุ้ยช่ายขาวหมูกรอบ เป็นต้มจับฉ่ายแทนได้มั้ยคะ"น้ำเสียงสุภาพ..มาพร้อมรอยยิ้มหวานจับใจ..ดวงตาได้รูปพราวระยับ..เล่นเอาคนขายที่เห็นกันตั้งแต่เล็ก..เผลอทำทัพพีในมือตก..นึกแปลกใจ..หญิงสาวสวยขนาดนี้เลยเหรอ?

"ได้ซิๆ เดี๋ยวเฮียเปลี่ยนให้..ลื้อไปนั่งรอเลย"น้ำเสียงตะกุกตะกักของคนสูงวัย..ได้รอยยิ้มหวานกับคำขอบคุณเป็นรางวัล

ดวงตาคมกริบของคนตัวโตมองตามด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก..มีเพียงรอยยิ้มหยามหยัน..ที่เธอเห็นแล้วขัดใจไปบ้าง

ตอนที่อาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ..ภาพความทรงจำของร่างเดิมเริ่มไหลทะลักเข้ามา..ร้านนี้เดิมเป็นร้านที่คุณสามีชอบพามาทาน..และเป็นร้านเดียวที่เขาพามาเดทตั้งแต่แต่งงานกันมา...ส่วนหนึ่งเพราะเขาทำงานยุ่งมาก..อดีตเธอเคยวีนเหวี่ยงเขา..ข้อหาที่เขาไม่พาไปกินร้านอาหารเหลาแพงๆ ชายหนุ่มจะใช้วิธีเงียบ หรือไม่ก็เดินหนี ตอนหลังถึงขนาดไม่ออกมากินข้าวนอกบ้านเป็นเพื่อนเธอ..และแทบจะหลับนอนอยู่ในห้องพักโรงพยาบาล

กว่าเธอจะรู้ตัว..ว่าสูญเสียความน่าเอ็นดูที่พอจะมีบ้างในสายตาของเขา..ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาก็เริ่มห่างออกไปแล้ว

“มัวแต่นั่งเหม่อ ไม่หิวแล้วหรือยังไง?”คนอายุมากกว่าถอนหายใจ ก่อนจะคีบขาไก่น้ำแดงของโปรดไปให้..ด้วยคิดว่าคนเป็นภรรยาคงเรียกร้องความใส่ใจเหมือนเช่นทุกครั้ง..ดวงตาคู่สวยมองกับข้าวบนชามข้าวต้ม..ทั้งยังพึมพำขอบคุณ

บรรยากาศมื้อเย็นเงียบลงเสียอย่างงั้น..แต่สำหรับลี่ซานแล้วเขาพอใจมาก อย่างน้อยภรรยาตัวแสบไม่ได้ชวนทะเลาะอย่างที่แล้วๆ มา หลังจบมื้ออาหาร สามีตัวโตก็เดินนำเธอกลับบ้านทางเดิม สองข้างทางบ้านเรือนเริ่มทยอยปิดบ้าน ช่างต่างจากยุคสมัยที่เธอจากมาเสียเหลือเกิน 

"กุจแจบ้านละ"คุณหมอหนุ่มหันมาถาม ภรรยาสาวส่ายหน้าหวือ เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะไขกุจแจเข้าบ้าน ดารินเดินตามหน้ามุ่ยทันที เวลานี้บ้านทั้งหลังมีเพียงแสงไฟสลัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป