บทที่ 9 บทที่9
"หยุด!!!!!!! ไอ้หัวขโมย ฉันบอกให้แกหยุดไง หนอยยยย อย่าให้ฉันจับได้นะ แกตายแน่"ไอ้ต้าวตัวเล็กหลงยุควิ่งไปตะโกนด่าไป แต่ร่างเล็กนั่นก็วิ่งไวทานยาด ทำเอานักกีฬาวิ่งของโรงเรียนหัวร้อน...เพราะรอบนี้ดันวิ่งแพ้เด็กเสียอย่างงั้น ถ้านายคีรีผู้เป็นคู่หมั้นรู้เข้า เป็นต้องเยาะเย้ยถากถางเธอเป็นแน่ สองหนึ่งเด็ก หนึ่งผู้ใหญ่วิ่งไล่ตามกันบนซอกซอย จนดารินเองก็เกือบจะจำทางกลับบ้านไม่ได้
จวบจนเลี้ยวหัวมุมตึกเธอก็ตามไอ้เด็กแสบไม่ทัน เล่นเอาคนตัวเล็กเจ็บใจ ดวงตาคมหวานซึ้งกวาดตามองรอบๆ ตึกแถวฝั่งนี้ดูสกปรกกว่าซอยที่เธออยู่ไปซะหน่อย ข้าวของหลายๆ บ้านกองพะเนินเถินถึกล้นมาตรงทางเดิน
ร่างเพรียวระหงเดินตามทางมาเรื่อยๆ ตั้งใจจะหาถนนใหญ่ให้เจอก่อน แต่แล้วเมื่อโชคชะตาจะเล่นตลก ไอ้คนที่เธอวิ่งไล่ตาม ดันอยู่ตรงหน้า แต่รอบนี้ไอ้เด็กแสบกำลังโดนคนรุม...ร่างผอมเกร็งถูกล้อมด้วยเด็กชายตัวโตอายุราวๆ สิบสองสิบสาม และมีลูกน้องที่ดูอายุน้อยกว่าอีกสองคน ทั้งยังมีชายวัยรุ่นเดียวกับเธอนั่งมองอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก ในขณะที่หญิงวัยกลางคนกำลังเท้าสะเอวชี้นิ้ว และสบถด่าเป็นภาษาจีนเสียงดังขรมไปทั้งซอย
"ไอ้เด็กหัวขโมย ลื้อนี้เกิดมาก็เสียชาติเกิด ไอ้ชิงหมาเกิดเอ้ย"
"เปล่านะ อั้วไม่ได้เอาไป อั้วยังไม่เห็นเงินที่ว่าเลย"ร่างผอมเกร็งยืนหลังค้อมมือเล็กพยายามบังหัวไม่ให้ถูกตี แต่เด็กชายที่อายุมากกว่าหายอมไม่
"พูดแบบนี้ ลื้อจะหาว่าอั้วโกหกรึ หนอย อั้วเห็นลื้อขโมยเงินม๊าอั๊ว ตอนม๊าอั้วไปเข้าห้องน้ำ ไอ้เด็กขี้ขโมย"
"อั้วไม่รู้จริงๆ อั้วพึ่งวิ่งมา"
"แล้วนี้อะไร"คนอายุมากกว่ายังไม่ยอมแพ้ เขาชูเหรียญห้าบาทขึ้นมาโชว์พาลยิ้มเยาะ เด็กชายลูกคู่อีกสองคนรีบสำทับ
"ใช่ๆๆๆ พวกอั๊วเห็นลื้อขโมย"
"อั๊วไม่ได้ทำ ฮึก...จริงๆนะ"น้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ราวกับจะร้องไห้ เด็กชายนึกรู้วันนี้เขาไม่รอดแน่ คงต้องโดนทุบตีเป็นที่ระบายอารมณ์โกรธของหัวโจก
"หนอย ไอ้เด็กเหลือขอมานี้ ถ้าอั๊วไม่ได้ตีลื้อ อย่าเรียกอั๊วว่าม๊าเหมย!!!"น้ำเสียงตะโกนด้วยความโกรธ ก่อนจะกระชากแขนคนอายุน้อยกว่าเตรียมจะฟาดไม่ยั้ง
"หยุด!!!!"เสียงห้ามของหญิงสาวหลงยุค เรียกความสนใจต่อกลุ่มคนตรงหน้าให้หันมามอง..โดยเฉพาะเจ้าหัวขโมยตัวแสบ..พอเขาเห็นเธอ..ดวงตาเล็กหยีเต็มไปด้วยความหวัง
"เจ่เจ้จินจิน!"
คิ้วได้รูปของดรุณีสาวเพียงยักขึ้น ดวงตาหวานเจือดุหรี่มองพร้อมกอดอก ไอ้ต้าวหัวขโมยตัวเล็กหลุบตาลงอย่างคนไม่กล้าสู้หน้า ในขณะที่ผู้สูงวัยกว่าเตรียมจะฟาดไม่ยั้ง
"ลื้อมีปัญหาอะไรหรืออาจินจิน หรือคิดจะเข้าข้างอาตี๋ของลื้อ"น้ำเสียงข่มขู่ ทั้งคำเรียกขานของเจ้าของบ้าน เรียกสายตาประหลาดใจจากหญิงสาวได้ไม่น้อย ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความครุ่นคิด..ไอ้ต้าวหัวขโมยรู้จักเธอ?
“พวกคุณกล่าวหาว่าเด็กคนนี้เป็นหัวขโมย...มีหลักฐานหรือเปล่า?”
“นี้ไง เงินที่อาเทียนขโมยไป..แล้วพวกเพื่อนๆอั้วก็เห็นอีขโมยเงินด้วยจริงมั้ย?”คำท้ายของเด็กชายอายุมากสุดในกลุ่ม หันไปขอความเห็นกับบรรดาพวกลิ้วล้อ พวกนั้นเพียงพยักหน้ารับ แต่หากล้าสู้หน้ากับเจ่เจ้คนสวย..เพราะประวัติความดุร้ายของจินเยว่ขึ้นชื่อลือชาในชุมชนชาวจีนไม่ใช่น้อย
“เหรอ แต่เงินไม่ได้อยู่ในมือเด็กนั้นนี้ แต่อยู่ในมือนาย”
“นี้อาจินจิน ลื้อจะหาว่าลูกชายอั้วเป็นคนขโมย อาตี๋เล็กบ้านอั้วนี้นะจะขโมย? ถ้าอีอยากได้..อีก็ขออั้วแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องขโมยเงินเลย...ไม่เหมือนกับไอ้เด็กเหลือขอน้องชายลื้อหรอก ที่บ้านฐานะก็ยาจก ขโมยของชาวบ้านเขาไปทั่ว”
คำว่า ‘น้องชาย’ ส่งผลให้คนตัวเล็กนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนดวงตาคมคู่สวยจะมองสำรวจร่างเล็กๆ นั่น..ไม่มีส่วนไหนของเด็กชายแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวที่จะเหมือนเธอ เว้นแต่ ‘แววตาเฉลียวฉลาด’
