บทนำ
ทาสที่ไม่มีทางหนีเขาไปไหนพ้นด้วยคำว่าบุณคุณ และความรัก
บท 1
“เอามานี่!” เด็กชายวัยแปดขวบกระชากของเล่นชิ้นใหม่ในมือของเด็กสาวออกไปทันที
“นั่นของน้ำมนต์นะคะ” เด็กหญิงในวัยหกขวบร้องบอกเมื่อของเล่นตัวเองถูกแย่งไป
“แต่นี่มันเงินแม่ฉัน” เสียงเอาแต่ใจดังขึ้นบอกความจริงของเด็กไม่รู้ภาษา
“แต่คุณท่านซื้อให้น้ำมนต์” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างหวาดกลัว
“แต่ฉันไม่ให้เล่น!” ใบหน้าดื้อรั้นเอาแต่ใจปรากฏขึ้นอย่างไม่ยอมสนใจสิ่งใด
“พี่ภีม น้ำมนต์ขอคืน” เด็กน้อยร้องขอหวังให้อีกฝ่ายเห็นใจและคืนของเล่นให้กับเธอ
“อยากได้เหรอ” แล้วท่าทีกับน้ำเสียงก็เปลี่ยนขณะถาม
“ค่ะ น้ำมนต์อยากได้” เด็กน้อยรีบตอบกลับไปอย่างไม่รอช้า ดีใจที่จะได้ของเล่นกลับคืนมา
“งั้นฉันคืนให้ก็ได้”
“พี่ภีม! ฮึก!!” เด็กหญิงร้องไห้ออกมาทันที ที่ตุ๊กตาตัวใหม่ของเธอถูกดึงผมจนหลุดออกหมดด้วยฝีมือลูกชายเข้าของบ้าน
“ฮ่า!! ๆ ๆ อยากได้ก็เอาไปเลย ยัยเด็กไม่มีแม่ ฮ่า!! ๆ ๆ” เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นพร้อมกับเรียกขานเด็กน้อยตรงหน้าอย่างที่ตนรับรู้มาตลอด
เด็กไม่มีแม่
“ตาภีมแกล้งน้องทำไม” คุณหญิงผกามาศที่ลงมาจากด้านบนของบ้านได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงน้ำมนต์ก็รีบเดินเข้าไปดู ก่อนจะได้เห็นว่าลูกชายตนแกล้งเด็กหญิงคนนั้นจนร้องไห้
“ไม่ได้แกล้งสักหน่อยครับ” เด็กชายตอบกลับอย่างไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง
“ก็แม่เห็นอยู่ว่าเราทำตุ๊กตาน้องพัง”
“ภีมก็แค่อยากเล่นตุ๊กตาดูบ้างก็แค่นั้นเอง” คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นดังออกอย่างไม่คิดยอมรับง่าย ๆ
“เหรอลูก งั้นแม่หักค่าขนมลูกอาทิตย์นี้เอาไปซื้อตุ๊กตาให้น้องคืนแล้วกัน น้ำมนต์ไปหาป้าสำรวมไปลูก” คุณหญิงผกามาศไม่ได้เข้าข้างลูกชายตัวเองสักนิด ในเมื่อทำผิดแล้วไม่ยอมรับก็ต้องถูกลงโทษไม่ให้เสียคน
“ค่ะ” เด็กน้อยตอบรับอย่างรู้ภาษา เดินก้มหน้าเจียมตัวออกไปทันที
“ทำไมคุณแม่ต้องเอาเงินภีมไปซื้อของเล่นให้เด็กบ้านั่นด้วย!” เสียงโวยวายของลูกชายดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับกับสิ่งที่แม่ทำ ไม่มีเหตุผลเลยสักนิดที่เขาต้องเสียเงินให้ค่าของเล่นเด็กไม่มีแม่นั่น
“ตาภีม! แม่ไม่เคยสอนให้ลูกพูดไม่เพราะแบบนี้นะ” คุณผกามาศดุลูกชายออกมาอีกครั้งกับนิสัยเอาแต่ใจจนก้าวร้าวขึ้นทุกวันทั้งที่ตนไม่เคยสอนให้ลูกเป็นแบบนี้
“ก็แม่จะเอาเงินภีมไปซื้อของให้คนอื่น!” เขายังโต้เถียงแม่ตัวเองอย่างไม่ยอมรับเพราะคิดว่าไม่ผิด
“ก็เราเกเรก่อน แม่ต้องลงโทษ”
“ภีมโกรธแม่แล้ว!” ว่าจบภีมก็วิ่งหนีขึ้นห้องนอนของตนไปด้วยความโกรธและน้อยใจ
ตกเย็นภีมที่ออกมาเล่นสนามหลังบ้านอีกครั้งตามประสาเด็ก ก็เห็นน้ำมนต์นั่งซ่อมตุ๊กตาตัวนั้นอยู่ จึงเดินเข้าไปหาอย่างไม่รอช้า
พลั่ก! ตุบ!
“ฮึก! พี่ภีมผลักน้ำมนต์ทำไมคะ ฮึก!” น้ำมนต์ตกจากเก้าอี้เพราะฝีมือของภีมก่อนจะถามเสียงสะอื้นด้วยความรู้สึกเจ็บ
“ฉันไม่มีน้อง อย่าสะเออะมาเรียกฉันว่าพี่!” เสียงดังของเด็กชายภีมดังขึ้นอย่างไม่ยอมรับน้องสาวตรงหน้า
“แต่คุณท่านบอกให้น้ำมนต์เรียกพี่ภีม ฮึก!” เด็กน้อยบอกออกไปตามที่ได้ถูกสอนมา
“แต่ฉันไม่ให้เธอเรียก!” เด็กชายภีมย้อนกลับในทันที ยิ่งกับคนที่เขาไม่ชอบไม่มีทางให้เธอเรียกเขาแบบนี้เด็ดขาด
“แล้วพี่ภีมจะให้น้ำมนต์เรียกว่าอะไร” เด็กน้อยไร้เดียงสาถามขึ้นอย่างไม่รู้
“เรียกฉันว่าคุณ แล้วอย่าให้ฉันได้ยินเธอเรียกว่าพี่อีก ยัยเด็กไม่มีแม่!” คำสั่งเอาแต่ใจดังขึ้นตามแบบที่ได้ยินแม่บ้านเรียกแม่ของเขา แล้วภีมก็เดินหนีเข้าบ้านไปทันทีอย่างไม่สนใจ
“ฮึก! ฮือ!!” น้ำมนต์ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้านคนเดียวอย่างไม่เข้าใจกับอะไรสักอย่าง
ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เธอเจอมาตั้งแต่จำความได้ว่าเธอจะถูกพี่ภีมแกล้งเธอมาตลอดเวลาทั้งที่หลายครั้งเธอก็อยู่ของเธอดี ๆ ไม่ว่าเขาจะเข้ามาดึงผม ผลักเธอแรง ๆ แย่งของเล่นที่เขาไม่ได้อยกาเล่น หรือแม้แต่ขนมที่เขาไม่ได้อยากกินด้วยซ้ำ
ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณท่านทั้งสองของบ้านอยู่พี่ภีมจะไม่ค่อยกล้าแกล้งเธอเท่าไหร่ แต่ส่วนมากท่านก็ไม่ค่อยอยู่เพราะท่านมีงานที่ต้องดูแล นั่นเลยทำให้น้ำมนต์มักถูกภีมแกล้งบ่อย ๆ
สิบสามปีต่อมา...
“คุณแม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ! ผมไม่ยอม!!” ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มในวัยยี่สิบเอ็ดปีเถียงกับผู้เป็นแม่ของตนอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่ท่านทำโดยไม่ถามเขา
“แล้วทำไมแม่จะทำไม่ได้ ห้องเราตั้งใหญ่ ให้น้องไปอยู่ด้วยคนจะเป็นอะไร” คุณผกามาสเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวกับท่าทางของลูกชายผู้เอาแต่ใจของตนเลยสักนิด
“ก็ผมอยากอยู่คนเดียว ทำไมต้องให้คนอื่นมาอยู่ด้วย!” เขายังคงโต้แย้งออกมาอย่างไม่ยอม พื้นที่ส่วนตัวของเขาไม่ต้อนรับใครที่เขาไม่ชอบขี้หน้า
“น้ำมนต์ก็เป็นน้องเรานะลูก ไม่ใช่คนอื่น” แต่คุณผกามาศก็แย้งลูกชายออกไป สอนให้ลูกชายเห็นเด็กสาวเป็นน้องมาตลอด แต่อีกฝ่ายกลับไม่เปิดใจสักครั้ง
“แต่ผมไม่นับเด็กนั่นเป็นน้อง!” ร่างสูงว่าพลางหันไปหาร่างบางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นแม่ของตนด้วยสายตาดุดันและเกลียดชัง ไม่ชอบขี้หน้ายังไงก็ยังไม่ชอบแบบนั้นมาตลอด
“ถ้าภีมไม่ให้น้องไปอยู่ด้วย งั้นแม่ก็จะซื้อคอนโดให้น้องใหม่อีกห้อง” คุณผกามาศสรุปขึ้นอย่างเด็ดขาดตามที่ลูกชายต้องการ
“คุณแม่!” แต่พอภีมได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับร้องเรียกแม่เสียงหลง ไม่คิดว่าแม่จะเสียเงินเพราะเด็กนี่ไม่หยุดแบบนี้
“จะเอายังไงบอกแม่มา แม่จะได้จัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จก่อนจะเปิดเทอม” คุณผกามาศไม่สนใจท่าทางของลูกชาย ให้เลือกตามที่ต้องการและตนจะแก้ไขปัญหาตามที่ลงตัวในแบบของตน
“คุณแม่อยากให้ไปอยู่ก็แล้วแต่คุณแม่เลยครับ ผมจะทำอะไรได้!” คำประชดประชันดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ว่าจบภีมก็เดินหนีแม่ขึ้นห้องเหมือนอย่างเคย
“คุณท่านไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ น้ำมนต์อยู่บ้านก็ได้” น้ำมนต์ไม่อยากเห็นทุกคนในบ้านมีปัญหากันเพราะตัวเอง เธอจึงหันไปพูดกับคุณผู้หญิงขึ้นอย่างเกรงใจ
“บ้านกับมหาลัยมันไกลกัน น้ำมนต์ไปอยู่กับพี่เค้าน่ะดีแล้ว จะได้ไม่เหนื่อยด้วย” ถ้ามันใกล้กว่านี้เธอก็คงไม่ขัด แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลเลยไม่อยากให้เด็กสาวลำบากกับการเดินทาง กลัววันไหนเลิกดึกกว่าจะถึงบ้านก็อันตรายได้
“แต่...”
“ไม่ต้องแต่หรอก ฉันจัดการทุกอย่างให้แล้ว น้ำมนต์ไม่ต้องกังวล” รู้ดีว่าเด็กสาวตรงหน้าเจียมเนื้อเจียมตัวแค่ไหนจึงตัดบทขึ้นอย่างเอ็นดูสงสาร
“ขอบคุณค่ะ” น้ำมนต์ยกมือไหว้ผู้มือพระคุณของตนเองด้วยความรักและเคารพ
หนึ่งปีต่อมา...
น้ำมนต์
“น้ำมนต์วันนี้ไปกินไอติมกับพวกฉันก่อนแล้วค่อยกลับนะ” กัสจังเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยชวนเมื่อหมดคาบเรียนในเวลาบ่าย
“แต่เรา...”
“ไปเหอะ นี่พึ่งจะบ่ายสามเอง กลับห้องก่อนห้าโมงเย็นแน่” หมวยชวนอีกคน
“อืมงั้นก็ได้” ฉันตอบตกลงเพื่อนออกไปด้วยความเกรงใจ เพราะฉันไม่ค่อยได้ไปไหนกับเพื่อนเท่าไหร่ ครั้งนี้ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเพราะเพื่อนชวนตลอด อีกอย่างวันนี้เค้าคนนั้นเลิกเรียนตอนห้าโมงเย็นด้วยคงจะทัน
“ดีมาก งั้นไปกัน!” แล้วเพื่อนทั้งสองก็ชวนฉันไปร้านเบเกอรี่ใกล้ ๆ มหาลัยทันที
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อน้ำมนต์ ตอนนี้เรียนปี2 มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง นิสัยฉันเป็นคนไม่ค่อยสู้คน ไม่ค่อยทันคนเท่าไหร่ ก็เลยมักถูกรังแกอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะจากเค้าคนนั้น
ฉันเป็นเด็กกำพร้า พ่อกับแม่แยกทางกันตอนที่แม่ท้องฉัน แต่พอวันที่แม่คลอดฉันท่านก็จากไปเพราะท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว คุณท่านเจ้าของบ้าน(พ่อแม่ของภีม)ที่แม่ฉันเป็นแม่บ้านอยู่ ท่านก็เลยรับเลี้ยงฉัน เพราะท่านมีลูกชายคนเดียว ท่านอยากได้ลูกสาวอีกคน ฉันก็เลยได้เรียนที่ดี ๆ รับสิ่งของดีๆ แบบนี้มาตลอด
“วันนี้คนเยอะจัง” กัสจังพูดเมื่อเดินมาถึงในร้านที่ส่วนใหญ่ก็มีแต่นักศึกษามหาลัยฉันนั่นแหละ เพราะที่นี่เป็นร้านที่น่านั่งมาก มีมุมให้เลือกนั่งทั้งนั่งเล่น ติวหนังสือ หรือเม้ามอยส์
“อืม ไปนั่งตรงนั้นดีกว่า ว่างพอดี” แล้วหมวยก็เดินนำไปที่ว่างที่มองเห็นทันที แต่ใครจะรู้ว่าโลกมันแคบจริง ๆ
“นั่นลูกคนใช้บ้านภีมนี่คะ” เสียงพี่โบว์รุ่นพี่ฉันหนึ่งปีและยังเป็นคนสำคัญของคุณภีมดังขึ้น ทำให้ฉันชะงักและยืนก้มหน้าไม่กล้าเดินไม่กล้าสบตาหรือเถียงเค้าต่อตามสัญชาตญาณ
“อืม” เสียงตอบรับเรียบนิ่งที่ฉันจำได้ดีแม้ไม่ต้องมองหน้า นั่นยิ่งทำให้หัวใจฉันเต้นแรงกว่าเดิม
“ไม่คิดว่าเลิกเรียนแล้วจะอู้งานมาเที่ยวเล่นแบบนี้นะคะ” พี่โบว์ยังคงพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่
“หมวยน้ำมนต์มันยืนอยู่นี่แล้วมึงปวดคอบ้างไหมวะ” เสียงกัสจังถามหมวยออกไปโดยที่ฉันก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่
“ก็ไม่นะมึง” หมวยตอบกลับมา
“ก็แสดงว่าไม่ได้หนักหัวมึงไง งั้นกูว่ามันไปหนักหัวคนอื่นเข้าแล้วว่ะ” แล้วกัสจังก็พูดออกมา พอพูดแบบนี้ฉันก็เริ่มเข้าใจความหมายที่กัสจังกำลังสื่ออยู่
“คงงั้น ไม่งั้นไม่เสือก” หมวยตอบกัสจังแล้วหันไปส่งยิ้มให้พี่โบว์ สองคนนี้จริง ๆ ก็เป็นคนตรง ๆ แรง ๆ นั่นแหละ ถ้าฉันไม่มีหมวยกับกัสจังคงแย่กว่านี้
“เราไปนั่งกันเถอะ” ฉันไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหาเพราะฉัน ก็เลยชวนเพื่อนเดินออกจากตรงนี้เพื่อเป็นการสงบศึก และเพื่อนฉันก็รู้ว่าฉันลำบากใจก็เลยยอมเดินมานั่งด้วยกันโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ไม่น่ารีบมาเลย”
“เราไม่อยากให้มีเรื่อง” ฉันบอกเพื่อนออกไปอย่างลำบากใจ
“แต่มันหาเรื่องแกก่อน”
“แกก็รู้ว่าตอนนี้เรามีแกสองคนช่วย แต่เรากลับคอนโดไปเราไม่มีใครช่วย” ฉันอธิบายให้เพื่อนได้ฟัง เพราะหลายครั้งอยู่กับเพื่อนฉันสามารถผ่านเหตุการณ์ลำบากใจมาได้ง่าย ๆ แต่พออยู่คนเดียว ก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง
“เออ! มันก็ถูกของแก” หมวยพูดอย่างเถียงไม่ออก
“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าให้สู้กลับไปบ้าง” กัสจังเลยพูดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เพราะรู้ว่าฉันนิสัยยังไง
“พวกแกก็รู้ว่าเราไม่กล้า” ฉันอยากกล้า แต่มันไม่มีเลยสักนิดหรือเศษเสี้ยวเดียว อาจเพราะฉันเติบโตมาอย่างที่รู้ตัวว่าไม่มีครอบครัวหรือใคร อีกทั้งฐานะตัวเองก็ต่ำต้อย มันเลยทำให้ฉันรู้ว่าบางครั้งการสู้ ก็จะยิ่งส่งผลร้ายแรงให้ตัวเองอย่างจัดการไม่ได้
“แกต้องสู้บ้าง พวกแบบนี้ยิ่งไม่ตอบโต้มันยิ่งได้ใจ อีกอย่างถ้าพวกนั้นทำอะไร แกก็ฟ้องคุณท่านเลยสิ ยังไงพวกท่านก็เอ็นดูแกอยู่แล้ว” กัสจังพูดสอนอย่างเป็นห่วง เรื่องของฉันเพื่อนรู้หมดแหละ เพราะฉันไม่ได้ปิดบังอะไร
“เราไม่อยากทำให้คุณท่านไม่สบายใจ” นี่คือคนที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดในชีวิต ฉันไม่อยากให้พวกท่านต้องกังวลหรือลำบากใจอะไร
“แต่ตัวเองก็ต้องทุกข์ใจเนี่ยเหรอ” หมวยว่าออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“ฉันไม่เป็นไร แค่นี้เอง” ฉันชินแล้ว อีกอย่างมันก็ไม่ได้หนักหนาหรือร้ายแรงจนถึงขั้นเลือกตกยางออกหรือทำให้อับอายจนไม่มีที่ยืน
“เห้อ! ถ้าเค้าชอบรังแกแกมาก แกมาอยู่กับฉันก็ได้นะ ที่คอนโดฉันมีห้องว่าอีกตั้งสองห้อง” หมวยพูดอย่างเสนอทางเลือกที่เคยเสนอแล้วแต่ฉันปฏิเสธ
“ขอบใจพวกแกมากนะ ตอนนี้ฉันยังโอเค” ฉันปฏิเสธออกมาด้วยรอยยิ้มให้เพื่อน ฉันไม่อยากรบกวนหรือทำให้ใครลำบาก อีกอย่างเรื่องที่ฉันเจอฉันก็ยังทนไหว
“อืม ๆ งั้นกินไอติมดับอารมณ์กันดีกว่า”
“ป่ะกลับกัน” หลังจากกินไอติมกันเสร็จ กัสจังก็พูดขึ้น
“อืม” แล้วพวกเราก็เดินออกจากร้านเพื่อแยกย้ายกลับบ้าน แต่ตอนฉันเดินออกมาไม่เห็นคุณภีมนั่งอยู่ในร้านแล้ว เค้าคงจะกลับไปแล้วนั่นแหละ
“ป่ะน้ำมนต์ เจอกันนะหมวย” กัสจังเรียกฉันขึ้นรถก่อนจะหันไปโบกมือลาหมวย
“ขับรถดี ๆ นะ” ฉันลาหมวยอีกคน
“เค ไว้เจอกัน” แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันขึ้นรถ โดยฉันจะกลับกับกัสจังเกือบทุกวัน เพราะคอนโดกัสจังผ่านคอนโดที่ฉันอยู่
จริง ๆ แล้วคุณท่านก็ให้คุณภีมรับส่งฉันด้วยแหละ แต่ก็อย่างว่าคุณภีมเกลียดฉันอย่างกับอะไร เค้าไม่เคยให้ฉันนั่งรถเค้าหรอก แต่ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเค้าหรอกนะ ฉันเองก็ไม่อยากรบกวนหรือลำบากใจไปเหมือนกันถ้าต้องรับความช่วยเหลือจากเขา ฉันเข้าใจว่าเค้าเกลียดฉันมาก ฉันก็ได้แต่ทำใจยอมรับกับสถานะที่เค้าให้ฉันแบบนี้
บทล่าสุด
#40 บทที่ 40 ตามหา
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#39 บทที่ 39 ขอย้าย
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#38 บทที่ 38 ยังไม่พร้อม
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#37 บทที่ 37 ชุดที่ใส่แล้วมีอารมณ์
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#36 บทที่ 36 หมั้น
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#35 บทที่ 35 ไปต่อข้างใน
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#34 บทที่ 34 กินพร้อมกัน
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#33 บทที่ 33 ยอมทุกอย่าง
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#32 บทที่ 32 ขอคุยด้วย
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#31 บทที่ 31 ขออนุญาต
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













