บทที่ 10 เพลิงคลั่งรัก : 9

ฉันกลัวว่าเขาจะหงุดหงิดอะไรอีกเลยรีบขึ้นไปนั่งรอเงียบ ๆ จนคนขับตามมานั่งประจำที่แล้วตัวรถก็ทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วระดับหนึ่ง

"คุณเพลิงกัลป์จะพาหนูไปไหนคะ"

ตอนแรกก็กะจะนั่งนิ่ง ๆ ไม่ส่งเสียงใด ๆ แต่ดูท่าทางตึงเครียดของอีกคนชวนคุยน่าจะผ่อนคลายกว่า

"ใช้ร่างกายเธอ"

ชะ...ใช้ร่างกายฉัน?

"ใช้ยังไงคะ?"

พยายามข่มเสียงไม่ให้สั่นถามออกไป

"ต่อไป ใช้ร่างกายเธอให้ระวังที่สุด อย่าเจ็บ อย่าทำร้ายตัวเองเพราะความฝันนั่นอีก"

อา... ที่แท้เขาก็หมายความแบบนี้นี่เอง

แต่จะมาให้ฉันลืมฝันร้าย ๆ ที่กลืนกินฉันไปหลายเดือนแบบนี้ง่าย ๆ คงเป็นไปไม่ได้หรอก

"ถ้าเธอฝันร้าย ฉันจะไล่มันด้วยความทรงจำใหม่ให้เอง"

"ความทรงจำใหม่? อะ!"

รถจอดกะทันหันด้วยฝีมือเขา

ตามมาด้วยมือฉันที่ถูกจับอย่างแผ่วเบาขึ้นอยู่ระดับอกของอีกคน

"แบบนี้"

ข้อมือฉันสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากลมที่เขาพรูมันออกมาจากปากหยักลึกสีธรรมชาติ

เขาเอาแต่เป่าข้อมือฉันที่มีรอยแดงจากการถูกเขาบีบเมื่อกี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ฉันมองการกระทำนั้นอย่างงุนงงพร้อมอกข้างซ้ายที่เต้นระรัว

"ต่อไปถ้าเธอฝันร้าย ให้ยกมือข้างนี้ขึ้นมาดู ความอบอุ่นที่ฉันฝากไว้ตรงนี้จะขจัดฝันร้ายให้เธอเอง"

นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?

คุณเพลิงกัลป์ที่เมื่อกี้ยังชกต่อยลูกน้องเขาอย่างดุกร้าวอยู่คือคนเดียวกับที่อ่อนโยนกับฉันตรงนี้ใช่หรือเปล่า

.

.

เพื่อนใหม่ ::

หลายวันต่อมา

ในที่สุดฉันก็ได้สวมชุดนักศึกษาเหมือนคนอื่น ๆ สักที

ยืนหมุนตัวซ้ายขวาอยู่หน้ากระจกเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่สวมอยู่ เสียงประตูห้องก็ดังขึ้น

"เชิญค่ะ"

"คุณเพลิงกัลป์ให้มาตามลงไปรับประทานอาหารเข้าค่ะ"

เธอคือแม่บ้านที่อยู่ประจำเพนท์เฮาส์นี้

"ค่ะ" ฉันพยักหน้าพร้อมขยับมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

หยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์ดังที่เฮียเทพเอามาให้เมื่อวันก่อนพาดไหล่

จะว่าไปแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ฉันที่เกี่ยวกับการไปมหาวิทยาลัยฉันไม่เคยได้จัดการเองเลยสักอย่างเดียว

แม้กระทั่งชุดนักศึกษาของตัวเอง คุณเพลิงกัลป์ก็ยังให้คนอื่นจัดการให้ โชคดีที่ไซซ์พอดีตัวฉันเลยไม่เป็นปัญหา

ลิฟต์จอดที่ชั้นล่างสุด ฉันเดินออกมาแล้วตรงดิ่งไปที่โต๊ะอาหารทันที

"วันนี้เรียนวันแรก ตั้งใจล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยบอก

มือเขายังถือแก้วกาแฟดำของโปรดขึ้นจิบตามกิจวัตรประจำวัน

แต่วันนี้ดูผิดแผกไปจากทุก ๆ วัน เมื่อเขาสวมเพียงแค่เสื้อยืดแขนยาวสีดำตัวเดียว

"ค่ะ" ตอบได้เพียงคำเดียวสั้น ๆ ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากถามมากว่าวันนี้เขาไม่ได้ออกไปไหนเหรอ

"วันนี้เลิกเที่ยง เดี๋ยวเทชิจะเป็นคนไปรับกลับมาที่นี่"

เขารู้ตารางเรียนฉันหมดเลย

ก็นะ... เขาเป็นคนจัดการทุกอย่างให้เองนี่

"วันนี้คุณเพลิงกัลป์ไม่ได้ไปไหนเหรอคะ"

ในที่สุดก็เผลอถามออกไป

อีกคนตวัดสายตามองมาแต่ไม่ได้ดุมาก

"ฉันว่าจะพาเธอไปซื้อของใช้"

ของใช้?

ยังต้องมีของใช้อะไรอีก เท่าที่มีอยู่ฉันว่าก็มีครบทุกอย่างแล้วนะ

"ค่ะ"

แม้ในใจจะอยากถามว่าต้องซื้ออะไรเพิ่ม แต่เพราะเป็นเพียงผู้อาศัยเลยไม่กล้าถามซักไซ้ให้มากความ

"กินสิ"

คนตัวโตที่นั่งอยู่หัวโต๊ะส่งสัญญาณให้ฉันทานอาหารตรงหน้า วันนี้เป็นอาหารเช้าสไตล์ตะวันตกง่าย ๆ

ฉันตั้งใจลงมือทานอย่างมีมารยาท แต่ก็ยังมีเหลือบตามองอีกคนที่วัน ๆ ในเวลาเช้า ๆ เอาแต่จิบกาแฟไม่แตะอาหารใด ๆ

"มีอะไร"

เหมือนเขาจะรู้ว่าฉันแอบมองเลยถามขึ้น

"หนูเห็นคุณเพลิงกัลป์ทานแต่กาแฟทุกเช้า ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ"

อยากตีปากตัวเองอีกแล้ว ทำไมชอบยุ่งเรื่องคนอื่นด้วยนะ

เขามองหน้าฉันเล็กน้อย ก่อนจะสั่นกระดิ่งที่วางไว้บนโต๊ะ สักพักแม่บ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบมา

"คุณเพลิงกัลป์ต้องการอะไรคะ"

"เอาอาหารมาเพิ่มอีกชุด"

ฉันได้แต่ทำหน้างง ๆ มองเขาตาปริบ ๆ

ไม่ใช่ว่าเอามาเพิ่มให้ฉันใช่ไหม?

"ของคุณเพลิงกัลป์หรือคุณฟางเซียนคะ"

แม่บ้านถามเสียงอ้อมแอ้ม

"ของฉัน"

ข...ของเขา!

ไม่ใช่แค่ฉันที่ตกใจ แม่บ้านเองก็ดูแปลกใจเหมือนกันที่เจ้านายสั่งเธอแบบนั้น

"เร็วสิ!"

"ค...ค่ะ"

แม่บ้านคนเดิมรีบค้อมหัวรับคำสั่งแล้ววิ่งกลับไปจัดการสิ่งที่เจ้านายต้องการ

"กินต่อสิ"

รีบก้มหน้าตักอาหารจานตัวเองทานต่อเงียบ ๆ พลางคิดในใจ

'เขาคงไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะคำพูดฉันใช่ไหมนะ?'

บนโต๊ะอาหารยังคงเงียบเช่นเดิม จนเฮียเทพเดินเข้ามา

"วันนี้มีแขกมาขอพบนายตอนเที่ยงตรงครับ"

"ใคร?"

คนที่กำลังใช้มีดหั่นเนื้อบนจานปรายตาขึ้นมองลูกน้องที่ยืนรายงานแค่แวบหนึ่ง

"คุณเคโกะครับ"

ชื่อน่ารักจัง เหมือนชื่อคนญี่ปุ่นเลย

"เลื่อนนัด เที่ยงนี้ฉันต้องไปทำธุระ"

"แต่วันนี้นายไม่มีธุระที่ไหนนี่ครับ"

มือฉันเหงื่อออกเมื่อเผลอนึกเข้าข้างตัวเองถึงธุระที่อีกคนว่า

"ไม่ต้องรู้มาก บอกไปตามนั้น"

"แต่..."

"ไม่มีแต่!"

"ครับนาย"

เมื่อกี้ตกใจจนเกือบทำส้อมหลุดมือ คุณเพลิงกัลป์ตะคอกเฮียเทพจนเสียงดังสะท้อนก้องทั้งห้องอาหาร

"ตกใจเหรอ"

สายตาคมมองมาทางฉันอย่างสังเกตอาการ

"น...นิดหน่อยค่ะ"

ไม่หน่อยแล้วละ ใจฉันมันเต้นแรงมากเพราะอาการตกใจเสียงเขาเมื่อกี้

"ถ้าอิ่มแล้วก็ไปเรียนเถอะ"

ฉันรีบรวบช้อนกับส้อมไว้มุมจานอย่างไม่อิดออด ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มแค่จิบ ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วยืนตัวตรงยกมือไหว้อีกคนที่เพิ่งออกคำสั่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป