บทที่ 13 เพลิงคลั่งรัก : 12

"ล้อเล่น"

"..."

"เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยใช่ไหม ฉันชื่อลิลณา เป็นน้องสาวเฮียเพลิง ต่อไปเรียกเจ้ลิลลี่แล้วกันนะ น้องฟางเซียน"

รอยยิ้มหวานของเธอยิ่งขลับให้ใบหน้าที่สวยเฉี่ยวอยู่แล้วสวยยิ่งกว่าเก่า

"สำหรับตระกูลวิสุทธิ์กมลเทพ ถ้านับญาติกับใครแล้วแปลว่าคนนั้นคือครอบครัวของพวกเราคนหนึ่ง"

ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังจะสื่ออะไร แต่ที่จับสัมผัสได้คือ คนตรงหน้าไม่ได้คิดร้ายอะไรกับฉัน

"ไม่รู้ใครห่างใครไม่ได้กันแน่"

สักพักเธอก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมมองไปทางด้านหลังฉัน

อดใจไม่ได้เลยมองตามสายตาของเจ้ลิลลี่ เห็นผู้ชายที่ออร่าโดดเด่นกว่าคนไหน ๆ ที่เดินสวนไปมากับเขากำลังย่างสามขุมมาทางนี้

น้องสาวก็สวย พี่ชายก็หล่อ อิจฉาคนบ้านนี้จริง ๆ

"เพิ่งนึกขึ้นได้ว่านัดเพื่อนไว้ ลิลลี่ไปก่อนนะคะ"

เอ้า! เมื่อกี้ไม่เห็นจะมีวี่แววแบบนี้เลยนี่

พอพี่ชายเธอมา ตัวเองก็ชิ่งซะงั้น

"คุยอะไรกัน"

เจ้ลิลลี่ทิ้งฉันไว้กับพี่ชายเขาตามเดิม ส่วนคนตัวสูงก็ไม่ได้สนใจน้องสาวตัวเองสักนิด หันมาคาดคั้นเหมือนฉันกับน้องสาวเขามีความลับอะไรกันงั้นแหละ

"เปล่าค่ะ เจ้ลิลลี่ให้หนูเลือกร้านอาหาร แต่ว่าตอนนี้..."

'คนลากฉันมาหนีไปเรียบร้อยแล้ว' ต่อประโยคในใจเงียบ ๆ

"ยัยแสบให้เรียกแบบนั้น?"

"คะ? อ้อ ใช่ค่ะ"

เขาคงหมายถึงที่ฉันเรียกน้องสาวเขาว่าเจ้ลิลลี่

"ถ้าไม่อยากกินอะไรก็กลับบ้านกัน"

ร่างสูงโปร่งสวมชุดสีดำแทบจะเป็นสีโปรดของเขาเดินนำออกไปแล้ว ฉันจำต้องรีบก้าวขาสั้น ๆ ให้ก้าวยาว ๆ จะได้ตามเขาทัน

ทุกพื้นที่ ๆ เดินผ่าน สาวน้อยสาวใหญ่มองคุณเพลิงกัลป์ตาเป็นมันเชียว

บางคนถึงกับแอบยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้ก็มี

เฮ้อ! ฮอตจริง ๆ ผู้มีพระคุณของฉัน

ตอนนี้ฉันกำลังถูกขนาบข้างด้วยบอดี้การ์ดของคุณเพลิงกัลป์ทั้งสองคน ส่วนด้านหน้ายังมีผู้ชายแสนเย็นชานั่งเฝ้าอีกต่างหาก

"อะ สมัครให้ครบทุกอย่างแล้ว"

เฮียเทพยื่นโทรศัพท์ที่คุณเพลิงกัลป์เพิ่งซื้อให้หมาด ๆ คืนฉัน

"ส่วนนี่ รหัสพร้อมพาสเวิร์ดสำหรับเข้าใช้งานแอปต่าง ๆ"

คุณเทชิเองก็ยื่นสมุดโน้ตขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ฉันเช่นกัน

"ฝึกเล่นให้ชิน" คุณเพลิงกัลป์สั่ง

"จะพยายามค่ะ" ฉันตอบอย่างเรียบง่าย

นั่งดูเฮียเทพเล่นเมื่อกี้ก็ไม่เห็นจะยากอะไร

"เฮียครับ ได้เวลาแล้ว"

ฉันเหลือบมองดูเวลาที่ผนังห้อง บ่งบอกว่าเที่ยงตรงพอดี

เมื่อเช้าเขามีนัดนี่นะ...

"พวกมึงออกไปก่อน"

สิ้นคำสั่งทั้งสองคนก็ออกไปจากห้องนี้ทันที

ส่วนห้องที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องไหน เป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างนี่แหละ

Rrr...

เสียงริงโทนที่เฮียเทพเพิ่งตั้งให้ฉันหมาด ๆ ดังขึ้นจากโทรศัพท์เครื่องที่ถืออยู่

รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าใครโทร.มา เพราะเครื่องเพิ่งเปิดใช้บริการ และในวินาทีต่อมาฉันก็กระจ่างแจ้งว่าเบอร์ที่ว่านี้คือเบอร์ใคร

"รับสิ นั่นเบอร์ฉันเอง"

เบอร์เขา?

แล้วทำไมต้องให้ฉันรับสายด้วย บอกแค่นี้ก็รู้แล้ว

"รับ" เสียงทุ้มดังขึ้นอีกรอบ

รีบลนลานสไลด์หน้าจอที่ปุ่มสีเขียวทันที

"ค่ะ" กรอกเสียงลงไปพร้อมสบตาเขาอย่างงง ๆ

"ต่อไปถ้าฉันโทร.หา ต่อให้ยืนอยู่ตรงหน้า เธอก็ต้องรับสายห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!"

ดะ...เดี๋ยวนะ!

แบบนี้ก็ได้เหรอ?

ยืนอยู่ด้วยกันเขายังจะต้องโทร.หาฉันทำไมอีก

"ค่ะ" แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ ไม่ว่าคำสั่งเขาจะแปลกพิสดารแค่ไหนฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากน้อมรับคำสั่งพวกนั้น

"บันทึกไว้ด้วย"

เขาวางสายไปแล้ว

ฉันกำลังจะกดบันทึกเบอร์ ลำคอเนียนโล่งก็รู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ กระทบจนชวนขนลุก

"พิมพ์ตามที่ฉันบอก"

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ลมหายใจฉันหยุดเฮือกไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจอีกครั้งแต่ยังไม่ปกติเท่าไรเมื่อใบหน้าคมเข้มที่แทรกมาจากทางด้านหลังอยู่ห่างแก้มเนียนฉันไปไม่กี่เซนฯ

ทะ...ทำไมต้องมายืนซ้อนด้านหลังแบบนี้ด้วย

"สระเอ" เสียงทุ้มเอ่ยช้า ๆ ในท่าเดิม

ฉันพยายามคุมมือไม่ให้สั่นทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงคือฉันสั่นไปทั้งตัวแล้ว ไม่ใช่ความสั่นกลัว แต่มันสั่นวูบวาบอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

"ฮ.นกฮูก"

ทำไมไม่บอกเป็นชื่อมาเลยจะให้พิมพ์ว่าอะไร

มาบอกทีละคำแบบนี้ ลมที่ออกจากปากเขาก็ยิ่งกระทบผิวแก้มฉันซ้ำแล้วซ้ำอีก

"สระอี"

ตุ้บ!

เห็นไหม มือฉันสั่นจนทำโทรศัพท์หลุดมือไปแล้ว

"หึ!"

ได้ยินเสียงขำเบา ๆ ดังลอดออกมา จากนั้นร่างกายฉันก็แข็งทื่อราวถูกสาป เมื่อมือแกร่งเอื้อมเหมือนโอบกอดฉันข้างหนึ่งเพื่อมาคว้ามือถือไปถือไว้

จากที่ตอนแรกมาแค่มือข้างเดียว แต่นาทีนี้เขาใช้มืออีกข้างเอื้อมโอบมาด้านหน้า กลายเป็นร่างบางของฉันอยู่กึ่งกลางแขนทั้งสองข้างของเขา

ใบหน้าเขายังคงวางตำแหน่งเดิมจนบางครั้งแอบเสียดสีแก้มฉันเบา ๆ แล้วก็ขยับออกห่างเล็กน้อย

ไม่ดี ๆ ตอนนี้ร่างกายฉันวูบวาบ หายใจไม่ทั่วท้องไปหมดแล้ว

"พูดตามสิ"

นึกว่าจะจบแล้ว แต่คนตัวโตที่ไม่รู้กำลังเล่นอะไรอยู่ออกคำสั่งให้ฉันอ่านตามสิ่งที่เขาพิมพ์

"ยะ...ย.ยักษ์"

นี่เขากำลังจะสอนพยัญชนะไทยให้อยู่หรือเปล่าเนี่ย

"สระเอ" เสียงฉัน

"อืม" ทำไมต้องครางตอบด้วย

ฉันถูกสอนเขียน สอนอ่านภาษาไทยมาตั้งแต่จำความได้จากแม่แท้ ๆ อยู่แล้ว ทำให้พื้นฐานแน่น ไม่ต้องมาหลอกวัดไอคิวฉันก็ได้ค่ะ

"พูดต่อสิ"

พอฉันเงียบเพราะรู้สึกสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัว คนด้านหลังก็ใช้ไหล่หนาเขาสะกิดไหล่บางฉันที่เหมือนถูกโอบกอดอยู่ให้อ่านพยัญชนะตัวต่อไป

"พ.พาน"

ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้

"ล.ลิง"

"..."

"สระอิ"

"..."

"งะ...ง.งู"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป