บทที่ 2 จังหวะและเวลา
ย้อนกลับไปตอนจิรกรเรียนปี 3..
“น้องอุ่นมาดูมึงอีกแล้ว” ธันวาสะกิดแขนจิรกรในตอนที่กำลังนั่งฟังโค้ชอธิบายแผนการเล่นอยู่กลางสนามฟุตบอล
“อืม..กูมีตา” จิรกรตอบอย่างไม่แยแส แทบจะไม่มองหญิงสาวด้วยซ้ำ
“น่ารักนะเว้ย จะไม่เอาจริงดิ”
ธันวายังแหย่ไม่เลิก ส่วนชาร์วีก็ทำหน้านิ่งไม่สนสี่สนแปดใด ๆ คนถูกแหย่ก็ตีหน้าขรึม เพราะคำว่า ‘เอา’ ของคนปากหมาอย่างธันวามันสื่อถึงเรื่องใต้ร่มผ้า จิรกรจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
“มึงไม่ต้องเสือก”
“พูดแค่นี้ทำเป็นขึ้นนะมึง หันมองน้องมันหน่อยดิ”
“อะไรวะไอ้ห่า! แม่ง! ชอบทำตัวน่ารำคาญนะมึงน่ะ”
ถูกเซ้าซี้มากเข้าจิรกรก็สบถอย่างหัวเสีย หงุดหงิดมากขึ้นเมื่อถูกธันวากระชากให้หันไปมองหญิงสาวที่มีผิวขาวอมชมพูเต็ม ๆ ตา
เธอน่ารักน่ะไม่เถียง แต่จะให้ยุ่งกับน้องแฟนเก่ามันก็กระไรอยู่ อย่าว่าแต่เอาเลย แค่คุยเขาก็ไม่อยากคุย ต่อให้เจ้าชู้ระดับเทพมันก็ต้องมีข้อยกเว้น
อ้อมดาวคืออดีตแฟนที่เลิกราไปตอนปีสอง จะว่าแฟนก็พูดไม่เต็มปาก เพราะยังไม่เปิดตัวเจ้าหล่อนก็หนีไปเรียนอเมริกา เป็นการเลิกด้วยเหตุผลเหี้ย ๆ ที่ว่าเขาแอบปันใจให้น้องสาว ซึ่งก็คือไออุ่น
“ทักทายน้องบ้าง เห็นมาทุกวันกูชักสงสาร”
“มึงทำเองสิ”
คนถูกบังคับตะคอกแล้วหันกลับไปฟังโค้ชต่อ ธันวาเลยต้องเป็นฝ่ายยกมือทักทายเอง และก็ทำให้คนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสนามยิ้มกว้างทันที
“กรี๊ด พี่ธันหล่อมาก อุ่นลุกเลย เร็ว ๆ” สิรินาถดันไออุ่นให้ยืนขึ้น ก่อนเอามือป้องปากเรียกจิรกรเสียงดังฟังชัดเพื่อให้เป็นจุดสนใจ
“พี่เจคคะ..พี่เจค อุ่นอยู่ตรงนี้ค่ะ”
“อะไรของนาถเนี่ย! ไม่ทำแบบนี้นะ”
คนไม่ทันตั้งตัวรีบนั่งลงแล้วยกมือปิดใบหน้าแดงระเรื่อของตัวเอง ร้อนไปทั่วหน้าเมื่อตกเป็นจุดสนใจ เพราะทุกคนพุ่งสายตามายังเธอหลังจากสิรินาถตะโกนเมื่อกี้
“ชอบก็ต้องรุก ถ้าอายก็อดนะอุ่น”
“คนเยอะไง อุ่นเขิน”
"คนเยอะสิดี พวกที่จ้องจะกินพี่เจคจะได้รู้ว่าอุ่นก็ชอบพี่เขาเหมือนกัน เป็นการประกาศศึกไปในตัว อย่าใจเสาะไม่เข้าเรื่อง" สิรินาถพูดให้เพื่อนฮึกเหิม
“แต่..”
“ไม่มีแต่ ถ้าจะเริ่มก็ต้องเริ่มจากตรงนี้แหละ”
“เอางั้นเหรอ” ไออุ่นลังเล
“จะปล่อยให้พี่เจคเป็นของคนอื่นอีกเหรอไง ตอนพี่อ้อมก็ทีหนึ่งแล้วนะ ทั้งที่อุ่นชอบพี่เจคก่อน แต่เพราะไม่กล้าสารภาพ เลยต้องอกหักรักคุด เพราะพี่สาวชิงตัดหน้าคาบไปกิน”
“อย่าพูดถึงเรื่องนั้นสิ” ไออุ่นอยากรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาอีก
ตอนนี้มันดีมาก เพราะศัตรูตัวฉกาจไม่อยู่แล้ว ไม่มีอะไรให้กังวล ไม่มีมารหัวใจให้ต้องกลัวอีกต่อไป
“ขอโทษ..นาถไม่ได้ตั้งใจ” สิรินาถหน้าเศร้า
“ไม่เป็นไร” ไออุ่นโอบไหล่เพื่อนสนิท ยืนยันว่าไม่ได้ถือสาขนาดต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“โค้ชสั่งเลิกซ้อมแล้ว รีบเอาน้ำไปให้พี่เจคเถอะ”
“ได้ ๆ อุ่นไปก่อนนะ”
ไออุ่นคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมมาคล้องไหล่ ถือถุงร้านสะดวกที่มีน้ำเปล่าและเครื่องดื่มชูกำลัง
ร่างอรชรเดินไปดักกลุ่มนักฟุตบอลของมหาวิทยาลัย ก่อนที่พวกเขาจะเข้าห้องพักนักกีฬาใต้อัฒจันทร์ ดีที่เธอเลือกนั่งใกล้ทางเข้า จึงไปถึงก่อนใคร
“พี่คะ..น้ำค่ะ” ไปถึงก็ยื่นของที่เตรียมมาให้เป้าหมายด้วยรอยยิ้มสดใส ลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลง ฟันซี่เล็กขาวสะอาด ดูน่ารักน่าใคร่สำหรับผู้พบเห็น
ทว่า..
“น้ำค่ะเจค” แก้วตาเดินมาแทรกกลางระหว่างจิรกรกับไออุ่น พร้อมยื่นขวดน้ำเปล่าให้ชายหนุ่มตัดหน้าหญิงสาวที่มาก่อน
“ขอบคุณครับ” จิรกรเลือกจะเพิกเฉยต่อรุ่นน้องปีหนึ่ง แล้วหันมารับขวดน้ำจากมือคนคุยคนปัจจุบันแทน
“คืนนี้อย่าลืมนัดนะคะ”
แก้วตามองไออุ่นที่กำลังทำหน้าเจื่อนแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอมีนัดกับจิรกรที่คลับแห่งหนึ่ง คาดหวังให้ค่ำคืนนี้เป็นครั้งแรกระหว่างกัน เพราะตั้งแต่เริ่มคุยเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว มากสุดเธอกับเขาก็ทำแค่จูบ ยังไม่มีอะไรลึกซึ้ง
“ไม่ลืมแน่นอนครับ”
“งั้นเจคไปอาบน้ำล้างตัวเถอะค่ะ แก้วจะรีบกลับไปแต่งตัวเหมือนกัน” แก้วตาพูดเท่านั้นก่อนหันหลังเดินออกไป เหลือแค่ไออุ่นกับจิรกรที่ยังอยู่ตรงนั้น
“เดี๋ยวก่อนสิคะ” ในจังหวะที่ชายหนุ่มจะเดินหนี ไออุ่นก็คว้าข้อมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดเอาไว้
“อะไรครับ?” จิรกรหันมาเลิกคิ้วถาม ใบหน้าเรียบตึงแตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
“อุ่นซื้อน้ำมาให้ค่ะ”
“พี่มีขวดนี้แล้ว” เขาดึงมือออกอย่างสุภาพแล้วยกขวดน้ำโชว์ ชัดเจนว่าไม่ต้องการสิ่งที่ไออุ่นเอามาให้
“ทำไมต้องรังเกียจอุ่นด้วยค่ะ”
“พี่เคยบอกเหรอครับ?”
“............” หญิงสาวพูดไม่ออกกับประโยคคำถามที่ถูกเขาสวนกลับ
ใช่..เขาไม่เคยบอก แต่จากการแสดงออกและท่าทาง มันชัดว่าเขาไม่อยากยุ่ง เขารังเกียจ และเขาอยากอยู่ห่างจากเธอ
“พี่เหนียวตัว ขอไปอาบน้ำนะ”
จิรกรไม่ฟังอะไรอีก รีบเดินเข้าห้องพักนักกีฬาทันที ทิ้งให้หญิงสาวยืนตาแดงกัดริมฝีปากกลั้นน้ำตาอยู่ที่เดิม เธอกำถุงร้านสะดวกซื้อไว้แน่น ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไมถึงถูกหมางเมินทุกครั้ง เธอทำอะไรผิดนักหนา ถึงได้ตั้งท่ารังเกียจตลอด
ความผิดเดียวที่นึกออกในตอนนี้ คือการเป็นน้องสาวของอ้อมดาว
แต่ถามหน่อยเถอะ!! ว่าใครอยากเป็น!!
.
.
.
ณ.คลับใจกลางเมือง
เสียงเพลงแนวR&Bเปิดดังกระหึ่มไปทั่ว นักท่องราตรีต่างดื่มด่ำความสำราญในคืนวันศุกร์อย่างเต็มที่ คลับหรูคลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาฐานะดี หากเงินถึงต่อให้อายุไม่ถึงยี่สิบก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้
ไออุ่นกับสิรินาถก็เป็นกลุ่มคนที่ใช้เงินแก้ปัญหา เพราะสองสาววัยสิบเก้ามาที่นี่หลายครั้งตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง
“ดื่มให้กับชีวิตเฮงซวยของพวกเรา” สิรินาถชนแก้วกับเพื่อนสนิท ทั้งคู่ตาหยาดเยิ้ม โดยเฉพาะไออุ่นที่เริ่มพร่ำเพ้อถึงผู้ชายที่รักสุดหัวใจ
“พวกเรามันเฮงซวย รักใครก็ไม่เคยสมหวัง พี่เจคไม่รัก แถมยังเกลียดขี้หน้าอุ่นอีก”
“เฮงซวยโคตร ๆ”
สิรินาถก็ล้มเหลวในความรักไม่ต่างกัน เพราะรุ่นพี่ที่แอบชอบเพิ่งเปิดตัวแฟนในไอจีเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว เรียกได้ว่าอกหักตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม
“เพราะเป็นน้องสาวพี่อ้อม พี่เจคถึงเกลียดอุ่น” เธอยังเพ้อไม่หยุด
“พี่เจคน่าจะสนใจอุ่นอยู่ไม่น้อย แค่ติดที่เคยคบกับพี่อ้อม คงไม่ได้เกลียดแบบที่อุ่นพูด”
“หน้าเขายังไม่อยากมอง แบบนี้จะไม่เรียกว่าเกลียดได้ยังไง” เถียงเสร็จไออุ่นก็ยกเหล้ากระดกลงคอ
ถึงเป็นคนหน้าหวานและดูเรียบร้อย ทว่าไออุ่นหัดดื่มตั้งแต่อายุสิบเจ็ด พอเหล้าเข้าปากจากลูกกวางตัวน้อยก็กลายเป็นแม่เสือสาว และคืนนี้เธอก็แต่งตัวจัดเต็ม หนุ่ม ๆ ต่างเข้ามาขายขนมจีบกันยกใหญ่ ถึงไม่ได้ตอบรับไมตรีไปนั่งร่วมโต๊ะกับใคร แต่เธอก็แลกไลน์กับทุกคน
“ผู้ชายชอบผู้หญิงสวยและใจถึง จะทำตัวกระมิดกระเมี้ยนให้เขาเมินมันไม่ได้ ลองเข้าหาพี่เจคแบบถึงเนื้อถึงตัวดูไหม มันอาจได้ผลนะอุ่น มีสาวงามป้อนถึงปากคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ” สิรินาถย้ำถึงจุดอ่อนของบุรุษเพศ
“อย่าลืมว่าพี่เจคทำดีกับทุกคนยกเว้นอุ่น”
เขาถึงมีฉายา ‘เจ้าชายแห่งสวรรค์’ ไงล่ะ
“อย่าคิดงั้นสิ” สิรินาถโอบกอดเพื่อนเพื่อปลอบประโลมและให้กำลังใจ
“รักแค่ไหนเขาก็ไม่เคยมอง ต่อให้แก้ผ้าอยู่ต่อหน้าเขาก็คงเดินหนี”
“ความรักต้องอาศัยจังหวะและเวลา ตอนนี้อาจไม่ใช่วันของอุ่น แต่เชื่อว่าสักวันอุ่นต้องได้คบกับพี่เจคแน่นอน”
“จริงนะ?” ไออุ่นถามอย่างไม่มั่นใจ
“จริงที่สุด”
คำตอบของสิรินาถยังคงสร้างพลังบวกให้ไออุ่นเสมอ เพื่อนไม่เคยบั่นทอนให้ท้อหรือถอดใจ มีแต่ปลุกให้ฮึกเหิม สนับสนุนและคอยช่วยเหลือมาตลอด
“ระหว่างอุ่นกับพี่แก้วตา นาถว่าใครสวยกว่ากัน”
ไออุ่นชี้ไปยังหญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะกับจิรกรพร้อมเหล่าผ่องเพื่อน มีเพียงเธอที่เห็นเขา ส่วนเขาคงไม่เห็นเธอ ไม่เคยเห็นว่ามีตัวตนสักครั้ง เธอได้แต่แอบมอง แอบยิ้ม และแอบน้อยใจเรื่อยมา
“อุ่นสวยกว่าทุกตรง”
“แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนรัก” ไออุ่นยิ้มหวาน ดวงตายังคงจับจ้องผู้ชายที่รักสุดหัวใจ
จริงอย่างที่สิรินาถบอก ถ้ามัวชักช้าทำตัวเหนียมอาย เมื่อไรจะสมหวังสักที จิรกรชอบผู้หญิงใจถึง ทุกคนที่เขาเกี่ยวข้องล้วนสวยและเก่ง ผู้ชายภาพลักษณ์แสนดีทุกกระเบียดนิ้ว มักกินเงียบและไม่ค่อยเปิดเผย หากอยากอยู่ในวงโคจรของเขา เธอก็ต้องเป็นในแบบที่เขาชอบให้ได้
และแล้วจังหวะที่สิรินาถบอกก็มาถึง เมื่อจิรกรเข้าห้องน้ำ ไออุ่นจึงเดินตามทันที พอมาถึงก็ยืนรออยู่สักพัก เพียงไม่นานร่างสูงสมาร์ตก็ออกมา ในจังหวะที่สบตากันเขาก็เลิกคิ้วเป็นเชิงถามด้วยความแปลกใจ
“หื้ม??”
“พี่คะ”
ริมฝีปากรูปกระจับเอ่ยเรียกเสียงหวาน ดวงตากลมโตหยาดเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ร่างบอบบางอยู่ภายใต้เดรสเกาะอกสีดำเข้ารูป นำพาสายตาคมกริบให้กวาดมองอย่างสำรวจ
"หึ" จิรกรยิ้มมุมปาก แอบพอใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า สาวน้อยหน้าหวานกับสไตล์การแต่งตัวแสนเซ็กซี่ ปลุกเร้าเลือดราคะในกายได้ไม่ยาก วันนี้เสือกดื่มเยอะเสียด้วยสิ ความคิดต่ำตมจึงผุดขึ้นมา
ต่อให้ไม่อยากสนใจ แต่เพราะฤทธิ์สุราก็ทำให้ปีศาจที่ฝังอยู่ในตัวเริ่มปรากฏ คนที่ใคร ๆ ต่างบอกว่าหล่อละมุนแสนดี ความจริงก็ซ่อนด้านเลวทรามไว้มากมาย ซ่อนมันไว้ภายใต้ภาพลักษณ์เจ้าชายสุดแสนเพอร์เฟคยังไงล่ะ
“ว่าไงครับ?”
จากคิดว่าเขาจะเดินหนี แต่พอได้ยินเสียงตอบรับอย่างสุภาพไออุ่นก็ยิ้มโชว์ลักยิ้ม อาจเป็นจังหวะและเวลาของเธอจริง ๆ ยิ่งเขาเข้าใกล้หัวใจก็ยิ่งเต้นไม่เป็นจังหวะ
เธอรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน โซนนี้ไม่มีเสียงเพลงรบกวน แสงไฟก็สว่าง ใบหน้าหล่อหมดจดจึงชัดเจนอยู่ในสายตา ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล
"เมายังคะ" เป็นคำถามโง่ ๆ พอ ๆ กับสติปัญญาที่มีในตอนนี้ ถามออกไปก็เขินจึงทำให้พวงแก้มใสแดงระเรื่อมากกว่าเดิม
"นิดหน่อยครับ" ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่แนบชิด มีช่องว่างระหว่างกันแค่นิดเดียว
“พี่อยู่ใกล้จัง” ไออุ่นไม่อยากเชื่อว่าจะได้ใกล้ชิดกันขนาดนี้ ทำอะไรไม่ถูกจึงหันซ้ายหันขวา จากนั้นก็ถอยจนหลังชนกำแพง เมื่อจนมุมเธอก็เลยเงยหน้ามอง จึงเห็นดวงตาอันแดงก่ำของเขาชัดเจน
"กลัวพี่เหรอ?"
"ปะ..เปล่าค่ะ"
“แล้วหนีทำไมครับ” จิรกรเท้าแขนข้างหนึ่งกับกำแพง ก้มลงสบตากับคนที่เงยหน้าจนคอตั้งมองเขาอยู่
ใกล้ขนาดนี้เขาได้กลิ่นน้ำหอมจากร่างสะโอดสะอง กลิ่น ‘ฟลอรัล’ กลิ่นเดียวกับใครคนนั้นไม่ผิดเพี้ยน หอมเย้ายวนจนฝังใจยากจะลืมเลือน เขาคิดถึงน้ำหอมกลิ่นนี้ คิดถึงคนที่ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้สุดหัวใจ
“อุ่นแค่แปลกใจที่พี่ไม่เดินหนี”
“ใครจะกล้าเดินหนีคนสวยได้ลงคอ”
