บทที่ 7 ของขวัญที่พี่อยากได้
เป็นครั้งแรกที่จิรกรบอกสาวตามตรงว่าอยากเลิกคุยเพราะเบื่อ คำพูดคำเดียวแท้ ๆ ที่ทำให้เขาไม่โอเค
‘แอบคั่วน้องสาวแฟนเก่า’
ถึงเป็นความจริงเขาก็ไม่อยากได้ยิน ใครก็ไม่มีสิทธิ์พูดทั้งนั้น!
ถ้าไม่เกรงใจฉายาเจ้าชายแห่งสวรรค์ของตัวเอง เขาคงตามไปกระทืบแอดมินเพจให้จมธรณี ข้อหาบังอาจปล่อยข่าวลือออกมาอยู่เรื่อย ๆ พอเขาเฉยก็กัดไม่ปล่อยเลยเชียว
หนุ่มเจ้าสำราญรู้สึกหนักอึ้ง จึงอัดนิโคตินเข้าปอด พ่นควันสีขาวออกทางจมูกและปาก เหม่อมองพื้นน้ำตรงหน้าครุ่นคิดถึงสิ่งที่ทำมาตลอดสามเดือน นิยามสถานะระหว่างกันเขาเองยังบอกไม่ได้ แล้วคนอื่นจะสาระแนรู้ดีไปเสียหมดไม่ได้เด็ดขาด
คิดเรื่องนี้ทีไรความยุ่งยากใจก็มากขึ้นเป็นสองเท่า จนต้องอัดควันเข้าปอดถี่ ๆ เพื่อให้ผ่อนคลาย ความสัมพันธ์กับไออุ่นไม่พัฒนาก็จริง แต่เธอเริ่มมีตัวตน เริ่มมีอิทธิกับเขา เริ่มสร้างความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาทีละน้อย
ไม่อยากสนใจ ไม่อยากเข้าใกล้ แต่เพราะจูบในคืนนั้นทำให้เขาต้องคอยวนเวียนอยู่กับเธอ ถ้าไม่เมาจนเผลอจูบเรื่องก็คงไม่เกิด พอเกิดก็เลยว้าวุ่นไม่หยุด
แม่ง! ปวดหัวฉิบหาย
“อุ่น อุ่น อุ่น” เอ่ยชื่อคนที่เป็นต้นเหตุแห่งความเครียดซ้ำ ๆ พอนึกถึงความสนิทสนมระหว่างไออุ่นกับผู้ชายคนอื่นใจก็ร้อนรุ่ม อยู่ดี ๆ มือก็เร็วกว่าความคิด รู้ตัวอีกทีก็ทักแชตไปหาเธอเสียแล้ว
ติ้ง..
CHIRAKON : กินข้าวอิ่มยังครับ
CHIRAKON : ถ้าอิ่มแล้วออกมาหน้าร้านได้ไหม
หลังจากมีแจ้งเตือนห้านาทีไออุ่นก็เปิดอ่าน อ่านทวนซ้ำ ๆ อยู่หลายรอบ ก่อนมองไปหน้าร้าน พอไม่เจอใครก็เริ่มไม่แน่ใจว่าถูกแกล้งเล่นหรือเปล่า จนมีข้อความเข้ามาอีกจึงมั่นใจว่าเขาอยู่แถวนี้จริง ๆ
CHIRAKON : พี่รอที่ลานจอดรถริมน้ำนะครับ
“ใครทักมา” เมื่อเห็นไออุ่นนิ่งไม่ยอมคุยสิรินาถก็เลยชะโงกหน้ามามอง
“คือ..” ไออุ่นตอบคำถามด้วยการยื่นโทรศัพท์ให้ดู พอเห็นว่าเป็นใครสิรินาถก็เหลือบมองกล้าหาญก่อนสะกิดไออุ่นให้พิมพ์ปฏิเสธ ทว่าเพื่อนสาวกลับนิ่งไม่ยอมทำตาม
“มีอะไรหรือเปล่า” พอสองสาวดูผิดปกติชายหนุ่มหนึ่งเดียวในโต๊ะก็ถามขึ้น
“ไม่มีอะไร”
สิรินาถเป็นคนปฏิเสธ แต่เพื่อนตัวดีกลับพูดสวนทาง เล่นเอาสิรินาถหน้าเหวอ อยากจะหยิกให้เนื้อเขียว พูดว่าจะถอยยังไม่พ้นวัน ตอนนี้กลับลำเสียแล้ว หัวจะปวดกับคนหลงผู้ชาย
“เผอิญอุ่นมีธุระกะทันหันจะขอกลับก่อน แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะกล้า มีความสุขมาก ๆ ส่วนของขวัญขอติดไว้ก่อนเนอะ ไว้จะให้ย้อนหลังน๊า”
“จะกลับยังไง เช็กบิลแล้วกลับพร้อมกันดีกว่าไหม” กล้าหาญพูดอย่างร้อนรน
“คือ..เอ่อ” ด้วยความที่ไม่ได้คิดล่วงหน้า ไออุ่นจึงอ้ำอึ้งจนสิรินาถต้องพูดแทน
“อุ่นต้องไปค้างที่บ้านน่ะกล้า ตอนนี้คนขับรถมารอรับที่หน้าร้านแล้วล่ะ”
“งั้นเหรอ?” กล้าหาญทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ไม่มีสิทธิ์เซ้าซี้
“ใช่ ๆ เราไปก่อนนะ ไว้เจอกันวันจันทร์ บ๊ายบาย”
ไออุ่นคว้ากระเป๋ามาคล้องไหล่ มองเพื่อนรักด้วยความขอบคุณ จากนั้นก็เดินลัดเลาะออกมาหน้าร้าน หยุดยืนทบทวนความรู้สึกอยู่หลายนาที จนมีความข้อความทักมาอีก จึงตัดสินใจละทิ้งความเจ็บปวดก่อนหน้าทิ้งไป เธอมักพ่ายแพ้ให้กับคำหวานของเขาเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน
CHIRAKON : พี่รออยู่นะครับ อยากคุยด้วย
CHIRAKON : คิดถึง
แค่ผู้ชายบอกคิดถึง ต่อให้ต้องลงน้ำลุยไฟ หรือบุกป่าแอมะซอน หรือต้องฝ่าดงอนาคอนด้า ไออุ่นก็พร้อมไปหาในทันที ‘รักเค้า’
สำหรับคนที่ชอบ เขาหยอดเพียงหนึ่ง ไออุ่นก็ซึ้งเกินร้อย เห็นเขาดี เห็นเขาเป็นเซฟโซน แต่ลืมไปว่าเซฟโซนที่ไม่มีใจ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอันตราย
มาถึงลานจอดรถไออุ่นก็นิ่งมองร่างสูงกำยำที่ยืนพิงรถคันหรูพ่นควันออกจากปาก ไม่เคยเห็นจิรกรในอิริยาบถนี้เลย มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือคีบบุหรี่ ดูเป็นแบดบอยแต่หล่อกระแทกใจที่สุด ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูดีไปเสียหมด เธอชอบจัง
ตึกตัก ตึกตัก
“ทำไมใจเต้นแรงขึ้นนะ” สาวน้อยยกมือมาวางตรงอกข้างซ้าย แววตาสั่นไหวกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เคยหลงยังไง ตอนนี้หลงหนักมากกว่าเดิมอีก ข่าวลืออะไรนั่นก็ไม่มีผลอีกต่อไป
เจ็บแล้วไม่จำ มูฟออนเป็นวงกลมคือคนชื่อไออุ่นนี่แหละ
“มาแล้วเหรอครับ” จิรกรทิ้งบุหรี่ในมือทันที ล้วงลูกอมในกระเป๋าเสื้อมาอมเพื่อดับกลิ่น
“พี่มาได้ไงคะ” เธอถามตอนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
"พาเพื่อนมากินข้าว"
“เพื่อน? นี่คือพี่หลินคณะอักษรหรือเปล่า”
ไออุ่นทำหน้างอขณะพูด น้ำเสียงก็ติดงอแงเล็กน้อย จิรกรจึงส่ายหัวพลางอมยิ้ม ผู้หญิงมีตาเป็นสับปะรดไม่เกินจริง แต่เขาสลดไหม..ก็ไม่นะ! เพราะตอนนี้หลินกลับไปแล้ว และเขาก็บอกเลิกเจ้าหล่อนเรียบร้อย ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
“ถ้าใช่..อุ่นจะโกรธพี่ไหมล่ะ”
“โกรธค่ะ”
ใบหน้าสวยบึ้งตึงหนักกว่าเดิม ซ้ำยังไม่ยอมสบตากับเขาอีก เริ่มมันเขี้ยวแล้วสิ..จิรกรคิดในใจ ก่อนขยับเข้าใกล้คนกำลังงอนมากขึ้น
“ต้องง้อยังไง อุ่นถึงจะหายโกรธ”
“พวกเราเป็นอะไรกันคะ พี่ถึงจะง้ออุ่น”
“นั่นสิ..เป็นอะไรดี? คนรู้จัก คนคุย หรือจะเป็นแฟน” ปากพูดแต่มือก็คว้าเอวบางดึงเข้ามาในวงแขน หน้าอกหน้าใจอวบอัดกระแทกเข้ากับร่างกายแกร่งเข้าเต็ม ๆ
“อุ๊ย!! พี่เจค!!” เธอสะดุ้งโหยงตกใจจนไม่ทันฟังว่าเขาพูดอะไร
“ครับ..ว่าไงครับคนสวย” เขาทำหน้ายียวนพร้อมก้มลงทำท่าจะหอมแก้มเลยถูกดันหน้าให้ออกห่าง
“ทำตรงนี้ไม่ได้นะคะ!”
“แล้วสะดวกให้พี่ทำตรงไหน หื้ม..”
น้ำเสียงของเขาออดอ้อนเป็นพิเศษ คนกำลังงอนเลยหน้าแดงแทนหน้างอ ยิ่งเขากอดเธอก็ยิ่งเขิน หน้าคมคายหมดจดก็อยู่ใกล้เสียจนได้กลิ่นลมหายใจกลิ่นมิ้นท์ผสมกลิ่นบุหรี่
จู่ ๆ ไออุ่นก็รู้สึกมวนท้องน้อย ที่บอกว่าโกรธก็หายเป็นปลิดทิ้ง
“มะ..ไม่สะดวกทุกตรง” เธอเสียงสั่น
“ว๊า..แย่เลยสิ คืนนี้พี่กะจะชวนไปฉลองวันเกิดด้วยกัน แบบนี้คงกินแห้วสินะ” จิรกรทำตาละห้อยเหมือนผิดหวังเสียเต็มประดา
“ฉลองวันเกิด?”
“เที่ยงคืนก็เป็นวันเกิดพี่ อย่าบอกนะว่าลืม..เห็นอุ่นเอาเค้กให้คนนั้นเป่า พี่โคตรน้อยใจเลย”
“พี่เห็นเหรอคะ?”
“คนนั้นจีบอุ่นหรือเปล่า”
จิรกรไม่ตอบแต่เลือกถามกลับแทน ตามจริงอยากเรียกว่าไอ้เหี้ย! แต่ยั้งปากไว้ทัน
"กล้าเป็นเพื่อน พี่เจคเคยเห็นอุ่นทำกิจกรรมของมหาลัยกับกล้าบ่อย ๆ นี่นา"
“เห็นก็จริง แต่พี่ไม่รู้คนนั้นคิดยังไงกับอุ่น และอุ่นคิดยังไงกับคนนั้นบ้าง”
ร่างเล็กถูกเบี่ยงให้ยืนพิงรถคันหรูแทน จิรกรตระกองกอดคนในวงแขนแน่น ก้มลงสบตากับเธอด้วยแววจริงจัง พอเหลือบเห็นสิรินาถกับกล้าหาญเดินออกจากร้าน เขาก็เบียดตัวชิดยิ่งขึ้น มองผิวเผินเหมือนทั้งคู่กำลังจูบกันอยู่ ซึ่งสีหน้าของกล้าหาญก็ตอบคำถามของเขาทุกอย่าง
มันคิดไม่ซื่อกับไออุ่นสินะ..ต่อให้ไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาก็หวง หวงทุกอย่างที่เป็นไออุ่น ถ้าเขายังไม่ได้เอา หมาตัวไหนก็อย่าหวังจะเข้าใกล้
“อุ่นเห็นกล้าเป็นเพื่อน ไม่เคยคิดอย่างอื่นเลยค่ะ”
หญิงสาวตอบในจังหวะที่กล้าหาญถูกสิรินาถลากหลบไปอีกทาง โดยไม่รู้ว่าเพื่อนทั้งสองเห็นและได้ยินสิ่งที่เธอพูดเต็มสองหู
“อาฮะ..ชัดเจนดีจัง” ปลายนิ้วแกร่งไล้ไปตามขอบปากสีชมพู ทำอยู่แบบนั้นจนหญิงสาวต้องปัดออกด้วยท่าทีขวยเขิน ความขุ่นเคืองไม่หลงเหลือ
“ที่บอกจะชวนอุ่นไปฉลองวันเกิด..”
“อุ่นโอเคไหมล่ะ” ไม่รอให้เธอพูดจบจิรกรก็เป็นฝ่ายแทรกขึ้นมา
“งั้นพี่ตอบคำถามมาก่อนสิ”
“ว่ามาเลยครับ”
คงไม่พ้นเรื่องหลิน และสิ่งที่จิรกรคิดก็เป็นจริงเสียด้วย
“กับพี่หลินเป็นแค่ข่าวลือ หรือเป็นเรื่องจริง”
“เพิ่งคุยได้สามวัน ยังไม่พัฒนาเป็นอย่างอื่น ตอนนี้พี่บอกเลิกไปแล้วด้วย”
แค่คุยจริง ๆ ยังไม่ได้เอา จิรกรสาบานเลย
“ไม่ค่อยเชื่อเลยค่ะ”
“เพราะอุ่นเลยนะพี่ถึงบอกเลิกหลิน ยังไงก็แบ่งใจมาเชื่อหน่อยเถอะครับ”
จิรกรเริ่มใช้ไหมตาย ยิ้มละมุนพร้อมพูดหวานหยด ธรรมชาติของเขากำลังทำงานไปตามกลไกของมัน เขาเดาทางผู้หญิงเก่ง เลยรู้ว่าคนไหนต้องพูดด้วยยังไง ซึ่งไออุ่นก็อ่านง่ายเสียเหลือเกิน
“............”
“เชื่อเถอะนะ..สักนิดก็ยังดี ไม่งั้นพี่เสียใจแย่เลย อุ่นเคยบอกว่าอยากให้พี่โชคดีก่อนวันเกิด แต่อุ่นกลับเป็นคนทำให้พี่โชคร้ายเสียเอง”
“ไม่ใช่นะคะ อุ่นไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย”
จากเสียงแข็งเปลี่ยนเป็นเสียงอ่อน เธอพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์ของเขาอีกจนได้ สีหน้าและแววตาเศร้าสร้อยมีผลกับความรู้สึกของเธอเป็นอย่างมาก
“ถ้าไม่ใช่อย่างที่พี่พูด อุ่นก็ต้องเชื่อพี่”
“เชื่อก็ได้..ว่าแต่พี่จะฉลองวันเกิดที่ไหนคะ อุ่นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือเปล่า” ไออุ่นเข้าใจว่าเขาชวนหลายคนจึงพูดอย่างคนไม่รู้
ทว่า..
“ไปฉลองสองคนที่คอนโดอุ่นได้ไหมครับ”
.
.
.
เป็นคืนวันศุกร์ที่รถติดมากจึงใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย คอนโดขนาดสองห้องนอนถูกตกแต่งด้วยโทนสีชมพูพาสเทล เฟอร์นิเจอร์และบิวท์อินล้วนเป็นสไตล์มินิมอล ดูเข้ากับสาวน้อยเจ้าของห้องเป็นอย่างมาก ช่างน่ารัก น่าเอ็นดูเสียจริง
“ไปนั่งตรงโซฟาหน้าทีวีก่อนค่ะ เดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้ หรือพี่จะดื่มเบียร์ อุ่นก็มีพร้อมนะคะ”
“เซอร์ไพรส์มากที่ห้องสาวน้อยมีเบียร์”
“อยู่คนเดียวเหงา ๆ บางทีอุ่นก็ดื่มเพื่อผ่อนคลาย ตกลงจะเอาเบียร์หรือน้ำคะ?”
“เอาอุ่นได้ไหมล่ะ?” เขาพูดเบาเสียจนเธอไม่ได้ยิน ไออุ่นจึงเอียงคอถามด้วยท่าทีน่าเอ็นดู
“ยังไงนะคะ?”
“แล้วแต่เจ้าของห้องเลยครับ พี่เอาอะไรก็ได้”
“งั้นก็เบียร์แล้วกันเนอะ”
“เป็นสาวน้อยขี้เมานี่เอง”
จิรกรยิ้มล้อเลียนก่อนเดินไปนั่งตามที่เธอบอก มองสำรวจไปทั่วจนสายตาไปหยุดอยู่ห้องที่น่าจะเป็นห้องนอนของเธอ
“หึ” หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม เอนหลังพิงพนักโซฟายิ้มมุมปากด้วยความลำพองใจ คิดข้ามช็อตไปถึงเรื่องบนเตียง
ไม่นานเบียร์หกกระป๋องก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะกระจก จากนั้นเจ้าของห้องก็ทิ้งตัวนั่งตรงมุมโซฟาอีกฝั่ง ห่างเหินจนจิรกรขมวดคิ้วยุ่ง ชักไม่สบอารมณ์แล้วสิ เหมือนแม่กวางน้อยจะระวังตัวเป็นพิเศษ
แต่ช่างเถอะ..แค่นี้เขาจัดการได้สบาย ๆ
“พี่เจคอยากดูอะไรก็เลือกเลยค่ะ” เธอยื่นรีโมตให้
“วันศุกร์มีซีรีส์จีนที่อุ่นชอบไม่ใช่เหรอ เปิดสิพี่จะดูเป็นเพื่อน”
ข้อดีของจิรกรคือเขาจำทุกเรื่องของคนที่เข้ามาพัวพันได้ รู้ว่าต้องเอาใจยังไง รู้ว่าควรทำมากน้อยแค่ไหน รู้จังหวะในการพูด รักษาระยะห่างและเข้าหาแบบสุภาพ สาวเลยไม่ทันระวังตัว
แต่หารู้ไม่..ภายใต้รอยยิ้มทรงเสน่ห์มีความดำมืดซ่อนอยู่ เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มักหลงระเริงว่าเป็นคนสำคัญ ทั้งที่จริงมันเป็นเพียงเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงของคนเจ้าชู้เท่านั้นเอง
“งั้นอุ่นดูนะคะ อย่าบ่นว่าเบื่อทีหลังแล้วกัน” แววตาของหญิงสาวเต็มด้วยความประทับใจ ดีใจที่เขาจำได้ รอยยิ้มชวนเคลิบเคลิ้มส่งให้หัวใจของเธอเต้นระรัว
“ไม่บ่นแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”
หนุ่มสาวใช้เวลาดูซีรีส์ไปกว่าสองชั่วโมง เบียร์หกกระป๋องถูกทั้งคู่จัดการจนหมดเกลี้ยง ระยะห่างแคบลง จนในที่สุดก็มากองอยู่มุมโซฟาด้านที่ไออุ่นนั่งอยู่
“อีกสามสิบนาทีก็เที่ยงคืน ใกล้ถึงวันเกิดพี่เจคแล้วน๊า” เสียงงัวเงียของหญิงสาวเอ่ยขึ้น ตาปรือแทบจะปิด ปกติถ้าไม่ไปคลับไออุ่นจะนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม
“มีของขวัญให้พี่หรือเปล่า?” เขาแกล้งทวง
“อุ่นให้ไปแล้วนี่คะ”
“ของวันนั้นก็คือวันนั้น ส่วนวันนี้ก็เป็นอีกเรื่องนะครับ” สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองคู่สนทนา
“พี่ขี้โกงจังเลย”
“อุ่นก็ขี้งก”
“พี่เจค!!” น้ำเสียงเจือแววตื่นตระหนกดังขึ้นในตอนที่ร่างเล็กถูกยกให้นั่งควบตัก จิรกรกอดเอวบางเอาไว้กันเธอตก ใบหน้าคมคายอยู่ระดับเดียวกับอกอวบอิ่ม กลิ่นเย้ายวนทำให้ต้องสูดดมเข้าเต็มปอด ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเธอด้วยแววหวามหวาน
"วันนั้นเป็นของขวัญที่อุ่นอยากให้ แต่พี่ยังไม่บอกว่าของขวัญที่พี่อยากได้คืออะไร"
“พี่โลภจัง” เธอหน้างออย่างมีแง่งอนแต่ไม่ได้ดิ้นหนีเมื่อถูกเขาลูบไล้สะโพก ซ้ำยังทำใจกล้ายกนิ้วเขี่ยกระดุมเสื้อของเขาเล่นอีกต่างหาก
“ตกลงคืนนี้อุ่นจะให้ของขวัญพี่ไหม”
จิรกรเกลี่ยผมทัดหูให้เธอ เอ็นดูท่าเขินจนตัวบิด ไออุ่นมักเป็นแบบนี้เสมอเวลาอยู่ด้วยกัน ถูกเขาล้วงมาตั้งเท่าไร เธอก็ยังอายอยู่ดี
“พี่เจคอยากได้อะไรล่ะคะ?”
“พี่อยากได้อุ่นครับ”
