บทที่ 5 บทที่ 4 พรหมลิขิตนำพา (?)

บทที่  4 พรหมลิขิตนำพา (?)

ผมเม้มปากแน่น นี่มันความบังเอิญหรืออะไรกัน อะ! ก็คงจะบังเอิญนั่นแหละไอ้หมอ…ผมก็คิดไปโน่น…ไม่มีหรอกพรหมลิขิตน่ะ มีแต่กูนี่แหละลิขิต

“มาคนเดียวเหรอครับ” ผมถามกราฟด้วยน้ำเสียงทุ้ม ๆ แล้วถือวิสาสะนั่งลงที่โต๊ะเดียวกับเธอ ก็เพราะไอ้เบญมันนั่งลงก่อนแล้วเนี่ยสิ

“กราฟมาคนเดียวค่ะ มาหามุมจิบกาแฟกับตรวจงานเงียบ ๆ หน่อย”

“สงสัยรบกวนคุณกราฟแล้วนะครับเนี่ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วนี่หมอพีทว่างเหรอคะ”

“นิดหน่อยครับ น้องมันชวนมาหากาแฟกินเลยออกมาด้วย”

“ค่ะ” เธอส่งยิ้มให้ผมเล็กน้อย แต่มันแปลกไหมครับที่ไอ้เบญจะเงียบขนาดนี้ ผมหันไปมองมันถึงได้รู้ว่าน้องสุดที่รักกำลังมองผมกับกราฟสลับกันไปมา แถมยังยิ้มเจ้าเล่ห์อีกต่างหาก ผมดันรู้อีกด้วยว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ เลยแยกเขี้ยวใส่มันไปหนึ่งที

ความเงียบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเข้ามาแทนที่ทุกอย่าง จู่ ๆ เราสามคนก็ไม่พูดคุยกัน เพราะต่างคนต่างดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟและบรรยากาศในสวนเล็ก ๆ ที่ให้ความร่มรื่น มองแล้วทำให้จิตใจที่กำลังว้าวุ่นสงบลงได้ แต่มีจังหวะหนึ่ง ผมมองกราฟซึ่งเธอก็หันหน้ามองผมเช่นกัน จึงรีบเสสายตามองไปทางอื่น

“บรรยากาศดีนะครับ” ผมเริ่มเปิดบทสนทนาทำลายความเงียบ หลายนาทีก่อนหน้านี้มันดีแหละ แต่สักพักเริ่มอึดอัด กราฟมองแล้วยิ้มตาม

“ชอบไหมคะ”

“ชอบครับ”

“ชอบกราฟหรือชอบบรรยากาศคะ” เธอฉีกยิ้มกว้างในขณะที่ผมเลิ่กลั่กจนเรียบเรียงคำตอบที่จะตอบกลับแทบไม่ถูก

“ชะ…ชอบบรรยากาศครับ คุณกราฟนี้มุกเยอะนะครับ” เกือบแล้วกู เกือบตอบว่าชอบเขาแล้ว เฮ้อ~ ผมเบือนหน้าหนีและพรูลมหายใจออกเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมาทำหน้าปกติ

“ล้อเล่นค่ะ เห็นหมอเครียด ๆ กัน เลยอยากหาอะไรให้หัวเราะหน่อย” พับผ่าสิกราฟ! หยอกแบบนี้มีแต่เครียดกว่าเดิมเด้อสาว… -_-'

“อ๋อครับ…” ผมไม่ได้พูดอะไรมาก ส่วนน้องชายผมมันก็เอาแต่ยิ้มและมองผมกับกราฟสลับไปมาอยู่นั่นแหละ ผมหมั่นไส้มันจึงเตะหน้าแข้งไปทีหนึ่ง

“อ๊ะ!”

“เป็นอะไรเหรอเบญ” กราฟถามไอ้เบญในขณะที่ผมลอยหน้าลอยตายิ้มสะใจอยู่คนเดียว

“เปล่าพี่กราฟ พอดียุงแถวนี้มันชุม กัดเจ็บด้วยนะ”

“เดี๋ยวกลับไปนี้พี่ทายาให้นะน้องชาย” ผมวางมือลงบนบ่าแกร่งแล้วยกยิ้มมุมปาก “นะครับ…”

“ขนลุก” 

“ดูสนิทกันมากเลยนะคะเนี่ย หมอเบญก็ขี้แกล้งหมอพีท หมอพีทก็ชอบกัดฟันขู่” เธอเป็นคนช่างสังเกตมากนะ มากจริง ๆ 

“ครับ สนิทกันเพราะเรียนที่เดียวกัน และมันยังเป็นรุ่นน้องที่กวน…ผมมากเหมือนกัน เลยลืมไม่ลง”

“แบบนี้นี่เอง”

“อา…เห็นไหมครับ ถ้าชีวิตจริงพี่ขาดผมไปนะ รับรองไม่มีความสุข” 

“เหรอ…” ผมได้แต่ยิ้มให้คำพูดเบญแล้วหันมองกราฟซึ่งเธอกำลังฉีกยิ้มกว้างอยู่ ผู้หญิงอะไร ภายนอกเหมือนจะใสซื่อและเรียบร้อย แต่ลึก ๆ กลับร้ายกาจไม่เบา ทั้งคำพูดคำจาในบางทีมันขัดกับใบหน้าอ่อนเยาว์มาก ๆ 

ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง ผมเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ กราฟก็เช่นกัน แต่สมองผมก็ยังคิดวนอยู่แต่เรื่องเดิม ๆ ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอะไรขนาดนั้นที่เจอกราฟที่นี่ หรือพรที่ผมขอไปจะเป็นจริง ผมขอไปว่าให้มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตสักคน และตั้งแต่ขอมาก็มีกราฟคนเดียวที่เข้ามา หรือจริง ๆ แล้วกราฟคือผู้หญิงคนนั้น! อา…ไอ้หมอ มึงมันบ้าไปแล้ว คิดเรื่องพวกนั้นได้ยังไงวะ ผมเผลอแสดงสีหน้าออกไปอีกแล้ว และตอนนี้ก็ตกเป็นเป้าสายตากราฟกับไอ้เบญจี้!

“เดี๋ยวนี้พี่พีทเล่นหูเล่นตาเก่งนะครับ จู่ ๆ ก็จิ๊ปาก เดี๋ยวก็ถอนหายใจบ้างล่ะ ผมตามไม่ทันแล้วเนี่ย” ระหว่างที่เบญกำลังพูดด้วยสีหน้าเอือมระอาผมสุด ๆ กราฟกลับป้องปากหัวเราะผมซะงั้น 

“โทษที เครียดไปหน่อย…ขอโทษด้วยนะครับ คุณกราฟคงตกใจที่เห็นหมอเพี้ยน ๆ แบบผม”

“ก็น่ารักดีค่ะ”

“…ครับ” ฮะ…ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อหัวใจผมมาก มากแบบมาก ๆ คำพูดเมื่อครู่ทำเอาผมรวนไปหมด ไม่รู้จะทำตัวยังไงต่อ ผมเลยขยับเท้าไปสะกิดเท้าเบญเพื่อจะบอกมันว่ากลับเถอะ ยิ่งอยู่ยิ่งอึดอัด และถ้าอยู่อีกนิดกูได้หัวใจวายตายแน่

“พี่กราฟครับ พรุ่งนี้ว่างไหม” 

“ว่างสิ มีอะไรเหรอ”

“ไปดื่มกันที่เดิมไหม ผมจองโต๊ะวีไอพีไว้แล้ว” 

“ได้สิ พรุ่งนี้พี่ส่งงานลูกค้าเสร็จก็ว่างแล้ว แล้วหมอพีทไปด้วยไหมคะ” เธอหันมาถามผม

“อ๋อ…มะ…”

“ไป! ไปครับพี่กราฟ พี่หมอพีทไปแน่นอนครับ”

ไอ้น้องเวร!! แย่งผมตอบหน้าตาเฉย 

“ดีเลยค่ะ กราฟจะรอหมอพีทนะคะ”

“ครับผม” รอ! รออะไร๊!! ไม่เคยเสียอาการให้ผู้หญิงคนไหนเท่าผู้หญิงคนนี้แล้ว เธอมันร้ายกาจจริง ๆ กราฟ…อา!! ให้ตายสิไอ้หมอ 

“พี่พีท” เสียงของเบญฉุดรั้งผมออกจากภวังค์อีกครั้ง มันยิ้มมุมปากเหมือนเข้ามาอยู่ในหัวผมเลย เหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่อย่างงั้นแหละ

“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“ค่ะ แล้วเจอกันนะคะหมอพีท” เธอส่งยิ้มให้ผมกับเบญ เราสองคนเดินออกมาจากคาเฟลับที่ไม่ลับอีกแล้ว 

“พี่พีทคิดอะไรอยู่เนี่ย เห็นมองพี่กราฟตาหวานเยิ้มเชียว” หวานพ่อ…

“มองอะไรวะ กูก็มองปกติเหมือนที่มึงมองนั่นแหละ” ผมแย้งเสียงเรียบ ใครจะไปยอมรับว่ามองเธอด้วยสายตาแบบนั้นจริง ๆ วะ ก็ตอนที่มอง สมองมันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนี่ แล้วก็ไม่รู้ตัวด้วยว่าเผลอทำอะไรไป ผมหันขวับมามองไอ้น้องตัวดี “ระวังตัวไว้เถอะมึงไอ้หมอ”

“เอ้า เกี่ยวไรกับผมเนี่ยพี่” เบญเดินตามผมไม่ห่างจนกระทั่งเราสองคนกลับมาถึงโรงพยาบาล ผมกับเบญแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ 

“หมอพีทคะ พอดีมีคนไข้ถูกส่งมาจากโรงพยาบาลในตัวเมืองค่ะ” พยาบาลสาวยื่นประวัติการรักษาให้ผม ผมรีบเดินไปหยิบหูฟังและเสื้อกาวน์มาสวมทับ ก่อนจะรีบไปตรวจคนไข้ที่ว่า

เราทำงานแบบนี้แทบทุกวัน อย่าถามเลยว่าทำไมไม่มีแฟน ขนาดเวลาพักหายใจยังหายากเลยครับ เมื่อตรวจเสร็จผมก็ส่งเข้าผ่าตัดซึ่งผมเป็นคนผ่ากับรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง 

ระหว่างการผ่าตัด…

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนข้อความเด้งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือหมอพีทที่วางอยู่ในล็อกเกอร์ในห้องแต่งตัวหมอก่อนเข้าห้องผ่าตัด เป็นคำทักทายสั้น ๆ ที่ส่งจากใครบางคนที่เขาเพิ่งจากกับเธอเมื่อหลายนาทีก่อน มีความว่า

‘หมอพีทคะ กราฟเองนะคะ’

ไม่รู้ว่าเป็นพรหมลิขิตหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เห็นใจคนโสดแบบเขาที่ส่งผู้หญิงที่ชื่อกราฟเข้ามาปั่นป่วนความรู้สึกและชีวิตที่จะเปลี่ยนไปตลอดกาล…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป