บทที่ 6 ผู้ปกครองหวง

เมื่อไปถึงลานจอดรถด้านล่าง พอล ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมกางเกงยีนส์ขาเดฟเสื้อเชิ้ตสีแดงเข้มกับแว่นกันแดดยืนพิงรถอยู่ เขารีบเดินเข้ามาหาจีน่า

“สวัสดีครับ อ้าว...เอ่อนี่...”

ชายหนุ่มทำท่าชะงักอ้ำอึ้งไปทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินมากับจีน่า ไม่มีใครไม่รู้จักนิโคลัส เชฟหนุ่มสุดฮ็อตแห่งเกาะอังกฤษ

“สวัสดีครับ ผม พอล ครับ เป็นเพื่อนกับจีน่า”

ชายหนุ่มรีบแนะนำตัว นิคยิ้มให้พอลนิดหนึ่งพร้อมกับส่งมือไปเช็กแฮนด์กันตามมารยาทสากล

“ผม นิค เป็นผู้ปกครองของจีน่า ไหนเพื่อนอีกคนที่ว่าเป็นผู้หญิงน่ะ”

เขาเอ่ยแนะนำตัวเองพร้อมกับถามพอลด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างที่จีน่าต้องเงยหน้าขวับขึ้นไปมองใบหน้าขรึมของเขาทันที แอบแปลกใจกับการแนะนำตัวเองของเขา... เขาอยากเป็นผู้ปกครองของหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน สงสัยผีเข้าหรือกินอะไรผิดสำแดงมาแน่ๆ

“เอ่อ บาบาร่า แคนเซิลครับ พอดีเธอมีธุระกะทันหัน”

พอลเอ่ยตอบ ทำให้นิคต้องก้มหน้ามามองจีน่า ส่งสายตาเหมือนตำหนิ เป็นเชิงว่าหล่อนกำลังจะไปค้างต่างเมืองกับผู้ชายสองต่อสอง ซึ่งทำให้จีน่าชักสีหน้าตึงขึ้นมา เขามีแต่เรื่องตำหนิและดูแคลนหล่อนมากมายเหลือเกินตั้งแต่รู้จักกันมา ทั้งๆ ที่หล่อนเองก็ไม่เคยไปทำอะไรให้เขาสักนิด

“คุณขับรถนำไปเถอะ ผมจะขับตาม แล้วนี่จะไปพักกันที่ไหน” นิคกล่าวและถามในตอนท้าย

“ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมครับ”

พอลตอบอย่างสุภาพ เพราะนิคเพิ่งแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้ปกครองของจีน่า เขาจะต้องทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือไว้วางใจและสุภาพเอาไว้ก่อนถ้าหากหวังจะจีบหล่อน

“พวกผมจะไปพักโรงแรม เกรงใจคุณพ่อคุณแม่ของคุณน่ะ”

นิคกล่าวบอกด้วยโทนเสียงที่รู้ว่าทุกคนจะต้องปฏิบัติตามที่เขาสั่ง

“ครับผม” พอลตอบ

จากนั้นเขาก็เดินกลับไปยังรถแล้วขับนำออกไป นิคเดินไปยังรถเบนซ์ของตัวเอง ชายหนุ่มมีรถหลายคัน หากไปซื้อของเขาจะใช้รถโฟร์วีลคันใหญ่

แน่นอนว่าภาพนิคสะพายกระเป๋ากับภาพจีน่าลากกระเป๋าขึ้นรถไปด้วยกันถูกปาปารัสซี่ถ่ายรูปรัวๆ ด้วยใบหน้ากระหยิ่มเลยทีเดียว

“คุณไม่น่าลำบากเลย”

จีน่าเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อขับรถออกจากกรุงลอนดอนมาได้พักใหญ่ โดยต่างคนต่างเงียบ

“พูดให้ได้อะไรขึ้นมา หรือคิดว่าผมมาขัดคอคุณกับเจ้าหนุ่มนั่น?”

เขาเอ่ยเสียงเข้ม จีน่าไม่อยากคิดว่าน้ำเสียงของเขาเหมือนหาเรื่องและกระแนะกระแหน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ร่างสูงตั้งใจขับรถสายตามองถนนด้านหน้าอย่างไม่ใส่ใจหันมามองจีน่าเสมือนหล่อนเป็นสสารที่ไร้ตัวตน

“เปล่าค่ะ...ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ทำไมคุณเกลียดจีน่านัก”

จู่ๆ หล่อนก็ถามคำถามที่ติดค้างคาใจมานาน นิคชะงักหันมามองนิดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหน้า เขายังไม่ทันตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นมอลลี่ที่โทรเข้ามา เขาหยิบอุปกรณ์บลูธูทมาเสียบหูก่อนจะกดรับ

“ครับ” เสียงเขารับโทรศัพท์ จากนั้นก็ทำท่านิ่งฟัง จีน่าได้ยินเสียงแว่วดังออกมา หญิงสาวถอนหายใจเบนสายตาไปมองนอกรถ

“คุณอยู่ไหนคะนิค มอลลี่มาถึงเพนต์เฮาส์ แจ็คบอกว่าคุณออกไปข้างนอก” เสียงปลายสายฟังดูหงุดหงิด

“ผมกำลังจะไปแมนเชสเตอร์ จะกลับวันอาทิตย์”

“อะไรกันคะ คุณจะให้มอลลี่อยู่คนเดียวที่เพนต์เฮาส์นี่เหรอ มอลลี่อุตส่าห์บึ่งรถมาทันทีหลังเลิกถ่ายแบบ คิดถึงคุณ แต่คุณกลับไม่อยู่ซะแบบนี้” น้ำเสียงทั้งโกรธทั้งงอนดังต่อไป

“ผมมีธุระของคุณแม่ต้องทำ คุณอยู่ไม่ได้ก็กลับบ้านก็ได้นี่มอลลี่”

เสียงห้าวขรึมตอบกลับเรียบเรื่อย จีน่าจับจ้องสายตามองข้างทางพยายามไม่ใส่ใจฟัง แต่มันก็ได้ยินจะให้ทำอย่างไร จึงนิ่งฟังต่อไป

“มอลลี่เพิ่งรู้ว่ารายการมาถ่ายทำที่เพนต์เฮาส์ ทำไมคุณไม่บอกมอลลี่เลยคะนิค มอลลี่จะได้อยู่ออกสัมภาษณ์กับคุณ” เสียงงอนเอ่ยตัดพ้อมาตามสาย

“ผมเห็นคุณยุ่งน่ะ อีกอย่างหนึ่งก็ไม่ใช่รายการสำคัญอะไร”

เสียงห้าวเอ่ยเล่าไปเรื่อยๆ

“ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้มอลลี่งอนคุณแล้ว กลับมาเถอะค่ะดาร์ลิ้ง ธุระอะไรจะสำคัญกว่าการที่เราได้อยู่ด้วยกันในช่วงเสาร์อาทิตย์คะที่รัก” น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยแว่วเล็ดลอดให้ได้ยิน จีน่าเห็นด้วยหางตาว่าเขาปรายตามามองหล่อนแว้บหนึ่ง

“เอาน่ะ เดี๋ยวกับไปผมจะชดเชยเวลาให้ ผมกำลังขับรถอยู่ แค่นี้ก่อนนะ” เขากล่าวตัดบท

“โอเคค่ะ อย่าลืมที่พูดก็แล้วกัน เลิฟ ยู” มอลลี่เอ่ย

“สวัสดีครับ”

เขากล่าวเสร็จก็กดปุ่มปิดโทรศัพท์ทันที จีน่าเอนตัวไปพิงเบาะแล้วหลับตาลง นิคปรายตาไปมองร่างแบบบางที่ทำท่าจะหลับ

“ง่วงก็หลับเถอะ เดี๋ยวผมปลุกเอง”

เขาหันมาบอก หากต่อมาก็หักพวกมาลัยรถและจอดข้างถนน จีน่าปรือตามอง ร่างสูงปลดเข็มขัดของตัวเองแล้วชะโงกมาใกล้ จีน่าลืมตาโพลงทำตาแข็งและตัวแข็งอย่างตกใจทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป