บทที่ 7 บทที่ ๖ ‘เข้าเมือง’

ใบบัวอาศัยร่วมชายคาเดียวกันกับราชันมาได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว หน้าที่ของเธอที่ต้องทำเป็นประจำทุกวันคือทำอาหารให้ราชันทั้งสามมื้อ ทำความสะอาดบ้าน และซักเสื้อผ้า

ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาราชันไม่เคยพูดว่ากับข้าวฝีมือใบบัวอร่อย แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้ใจร้ายจนถึงขั้นเททิ้งให้ต้องใจหาย ทุก ๆ วันราชันจะออกไปสนามฝึกซ้อมเพื่อซ้อมดาบ ซ้อมเตะต่อยต่อสู้กับลูกน้อง จะมีแค่ใบบัวเท่านั้นที่อยู่ในเรือนนี้

หมู่บ้านโจรไม่ได้เป็นแบบที่ใบบัวคิด ถึงจะเรียกว่าหมู่บ้านโจรแต่ก็แทบไม่มีการออกปล้นเลย ทุกคนอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เหมือนคนทั่วไป ทำไร่ทำนา ปลูกผัก ปลูกผลไม้ เลี้ยงสัตว์ไว้กิน มีครอบครัว มีลูกหลาน

ทุกคนนับถือราชันเป็นใหญ่ ราชันเหมือนเป็นประมุขของพวกเขา เป็นคนดูแลชาวบ้านทุกคน ใครจะทำอะไรต้องมาปรึกษาราชันก่อน ไม่ว่าจะเรื่องเพาะปลูก หรือแม้แต่เรื่องออกเรือนไปแต่งงาน ราชันเป็นคนออกกฎรวมถึงบทลงโทษทั้งหมด และทุกคนก็ต้องอยู่ในกฎอย่างเคร่งครัดรวมถึงตัวของราชันเองด้วย ผู้คนในหมู่บ้านมีไม่ถึงห้าสิบคน ส่วนมากเป็นผู้ชาย ผู้หญิงมีประมาณสิบคนเท่านั้น

ผู้หญิงในหมู่บ้านส่วนมากถ้าไม่อายุสามสิบขึ้นไปก็เป็นเด็กเล็กไปเลย คงจะมีแค่คนเดียวที่วัยพอ ๆ กันกับใบบัวก็คือสวย แต่สวยนั้นเป็นคนที่เข้าถึงยาก เธอมาเรือนราชันบ่อยแต่ไม่เคยเสวนากับใบบัวเลยสักครั้ง เรียกว่าไม่เห็นใบบัวมีตัวตนเลยจะดีกว่า

“มึง”

ใบบัวเอี้ยวตัวกลับไปตามเสียงเรียก ก่อนจะรีบวางไม้ตีผ้าลงแล้วยืนขึ้นประจันหน้ากับราชัน

“มีอะไรหรือจ๊ะพี่”

“มึงอายุสิบแปดแล้ว มีระดูหรือยัง”

“อ๋อ มีแล้วจ้ะ”

“แล้วเดือนนี้มีหรือยัง”

“ยังจ้ะ แต่อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะมาแล้วจ้ะพี่” ใบบัวตอบอย่างไร้เดียงสา เธอไม่คิดสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ ราชันถึงมาถามเรื่องส่วนตัว เธอมีหน้าที่ตอบก็ตอบไปเท่าที่รู้

“แล้วปกติมึงใช้อะไรซับเลือด”

“ขี่ม้า”

ราชันขมวดคิ้วฉับ นี่มัน พ.ศ. อะไรแล้ว ทำไมถึงยังมีคนซับเลือดระดูด้วยการขี่ม้าอยู่อีก

จอมโจรรู้ว่าขี้ม้าของผู้หญิงมันคนละความหมายกับขี่ม้าทั่วไป ผู้หญิงมีระดูจะใช้วิธีเอากาบมะพร้าวใส่ในผ้าและนุ่งเพื่อซับเลือดระดู แต่นั่นมันเป็นวิธีตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เดี๋ยวนี้มีของตั้งหลายอย่างที่ทำออกมาขายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้หญิง แล้วทำไมใบบัวถึงยังใช้วิธีที่แสนลำบากแบบนั้นอีก

“ไม่มีโกเต็กหรือมึง”

“ของแบบนั้นมันแพงจ้ะพี่ ขี่ม้ามันง่ายกว่า ทำเอง ใส่เอง ไม่เสียเงินสักสตางค์”

ใบบัวพูดโดยไม่คิดอะไร สมัยมีนี้มีทั้งผ้าซับระดู โกเต็ก และผ้าซับเลือดระดูแบบสอด แต่ราคามันค่อนข้างสูง ใบบัวจึงไม่เคยซื้อ ใช้วิธีโบราณมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่มีระดูครั้งแรกจนถึงตอนนี้

ขี่ม้ามันไม่ค่อยสะดวกสบายก็จริง แต่ใบบัวใช้มันจนชินไปแล้ว เธอปรับขนาดลงให้ใส่ทำงานได้ ถึงต้องเปลี่ยนบ่อยแต่ก็ดีกว่าใส่ใหญ่ ๆ แล้วเทอะทะจนทำงานไม่สะดวก

“วันนี้มึงต้องเข้าเมืองกับกู”

“เข้าเมืองหรือจ๊ะ”

“เออ! รีบซักผ้าแล้วไปเตรียมตัว พระอาทิตย์ตรงหัวไปรอกูที่หน้าเรือน หากชักช้ากูจะให้มึงวิ่งตามม้ากูไปจนกว่าจะถึงตัวเมือง เข้าใจที่พูดหรือเปล่า”

“เข้าใจจ้ะพี่ราชัน”

ราชันไม่มีอะไรจะพูดคุยกับใบบัวอีก เขาหมุนตัวแล้วขึ้นเรือนไปอย่างรวดเร็วและเงียบกริบไม่ต่างจากยามที่เดินมา ปล่อยให้หญิงสาวจัดการผ้าผ่อนจนหมดแล้วจึงตามขึ้นเรือนไป ใบบัวเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ที่พอจะใส่ออกไปข้างนอกได้

เธอสวมใส่เสื้อคอกระเช้าสีชมพูอ่อน นุ่งผ้าถุงสีแดงเลือดหมู ใบหน้าล้างทำความสะอาดจนหมดจด เส้นผมยาวถึงบั้นเอวถูกจับถักเปียง่าย ๆ แล้วพาดมาที่ไหล่ข้างหนึ่ง

ใบบัวออกไปรอที่หน้าเรือนก่อนพระอาทิตย์ตรงหัว เมื่อถึงเวลานัดหมายราชันก็เดินมาพร้อมม้าสองตัว หนึ่งตัวที่ใหญ่กว่ามีรูปร่างองอาจ กำยำ มันเชิดคอขึ้นสูงเพราะรู้ว่าตัวเองสวยงามและราคาแพง

ส่วนอีกตัวมีขนาดตัวที่เล็กกว่า ไม่งดงามเท่าตัวแรกแต่ดูเป็นมิตร ราชันจูงม้าตัวนั้นมาให้ใบบัว เธอรับเชือกจากจอมโจรมาถือไว้งง ๆ

“อะไรหรือจ๊ะพี่ราชัน”

“ม้า มึงไม่มีตาหรืออย่างไร”

“ใบบัวรู้” เธอก้มหน้าลง ไม่ชอบเลยเวลาที่ราชันทำเสียงดุใส่ “แต่ใบบัวไม่เข้าใจว่าพี่เอาม้าให้ใบบัวทำไม”

“เอาม้าให้ ก็ต้องให้ขี่สิวะ”

“ใบบัวขี่ไม่เป็น ใบบัวไม่เคยขี่ม้าแบบนี้ เคยแต่ขี่ม้าซับระดู”

ราชันถอนหายใจ เขาแปลกใจที่ใบบัวโตมากับความไม่รู้ ไม่รู้อะไรซักอย่าง คนแบบนี้มีชีวิตรอดมาจนอายุสิบแปดปีได้อย่างไร

“โง่”

ใบบัวเม้มปากแน่น ก้มหน้ารับคำด่าทอแต่โดยดี

“ใบบัวขอโทษ.. ว๊าย!!”

“นั่งให้มันดี ๆ ถ้าไม่อยากตกลงมาพิการ”

ราชันขู่หลังจากอุ้มใบบัวขึ้นไปนั่งแหมะบนหลังม้าตัวใหญ่เรียบร้อยแล้ว ใบบัวนั่งนิ่งไม่ไหวติง หัวใจเต้นโครมครามเพราะความหวาดกลัว ทั้งกลัวตกม้า.. ทั้งกลัวราชัน

“วันหลังกูจะสอนมึงขี่ม้า แต่วันนี้ไม่มีเวลาแล้ว”

ราชันปีนขึ้นไปนั่งซ้อนหลังหญิงสาวตัวจ้อย ใบบัวหดตัวลงเพราะกลัวราชัน เธอจึงดูตัวเล็กกว่าเดิมและจมหายไปในอ้อมแขนบึกบึน

“นั่งดี ๆ นะมึง ตกไปกูไม่เก็บ”

ได้ยินแบบนั้นใบบัวก็รีบซุกตัวเข้าหากายอุ่น เธอกลัวตก กลัวว่าราชันจะไม่เก็บกลับบ้านด้วย

ส่วนราชันนั้นเกร็งตัวเล็กน้อย เนื้อตัวนุ่มนิ่มเบียดเข้ามาแบบนี้มีหรือที่ชายวัยกลัดมันจะไม่รู้สึกอะไร เขาปัดความรู้สึกปั่นป่วนทิ้งไป ก่อนจะส่งเสียงเร่งให้ลูกชายตัวโปรดออกเดินทาง

.

.

ในเมืองบรรยากาศคึกคักกว่าหมู่บ้านของราชันมาก ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมา บ้างก็มีรถยนต์ รถจักรยานใช้ บ้างก็ยังนั่งเกวียน บ้างก็ขี่ม้าเหมือนใบบัวและราชัน

บ้างก็แต่งตัวมอซอมานั่งขอทาน บ้างก็แต่งตัวดูดี ประโคมเครื่องทองเต็มตัว มีบ่าวรับใช้เดินตามหลังต้อย ๆ

ราชันยื่นผ้าให้ใบบัวคลุมหน้าเมื่อเข้าใกล้เขตเมือง จอมโจรเองก็ต้องปิดบังใบหน้าเช่นกัน แต่เขาสวมใส่หน้ากากทองเหลืองปิดครึ่งหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ปิดบังแววตาดุ ๆ ของจอมโจรไม่ได้

“มึงเข้าไปดูโกเต็ก”

“อะไรหรือพี่ราชัน”

“โกเต็กซับระดูของมึงอย่างไร ไปดูแล้วซื้อมา มาอยู่กับกูอย่าใช้กาบมะพร้าว กูไม่ชอบเลี้ยงคนของกูให้ลำบากอดอยาก”

“แต่ใบบัวไม่ได้ลำบากนะจ๊ะ”

“เถียงมาก ๆ เข้า กูจะได้ทิ้งไว้ที่นี่”

ใบบัวปิดปากลงทันทีที่ราชันขู่แบบนั้น อยู่กับราชันดีกว่าต้องกลับไปอยู่กับแม่ ที่ไม่รู้ว่าจะเอาเธอไปขายตอนไหนอีก ดีกว่าต้องไปเป็นเมียคนอื่น และดีกว่าต้องเป็นคนเร่ร่อนแน่นอน

“ลงมา”

ราชันลงจากม้าเป็นคนแรก เขาผูกม้าไว้ตรงบริเวณที่รับฝากม้า จ่ายเงินให้กับคนเฝ้าก่อนจะหันมาสั่งใบบัวเสียงเข้ม

ทว่าใบบัวยังคงนั่งนิ่ง ราชันเห็นแบบนั้นก็เริ่มหงุดหงิด อากาศก็ร้อน คนที่มาด้วยก็สร้างแต่เรื่องให้รำคาญ

“ลงมา!”

“อ๊ะ! พี่”

ร่างเล็กจ้อยถูกอุ้มลงมายืนบนพื้นได้อย่างสวัสดิภาพด้วยฝีมือของจอมโจร ราชันชักสีหน้าใส่ใบบัว ก่อนจะยัดถุงเงินให้เธอหนึ่งถุง

“เอาไปซื้อโกเต็ก ซื้อเสื้อผ้าเพิ่ม ซื้อชั้นในด้วย กูเห็นชั้นในที่มึงเอาผ้ามาเย็บใส่แล้วอุจาดตา”

“พี่ราชัน!”

“ทำไม บ้านกู มึงทำอะไรกูก็เห็นหมดนั่นแหละ เสือกตากผ้าโทง ๆ แบบนั้นเอง”

ใบหน้าใบบัวร้อนผ่าว โชคดีที่มีผ้าคลุมไว้ ราชันจึงไม่เห็นว่าหน้าของเธอนั้นแดงก่ำเพราะความอับอายเพียงใด

ของใช้ส่วนตัวที่ใช้แล้วไม่ควรให้เพศตรงข้ามเห็น

“ไปซื้อของที่ต้องใช้มาให้ครบ จะใช้จะซื้ออะไรไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็นเงินที่กูปล้นไอ้มิ่งมา ถือว่าเป็นค่าตัวมึง”

“แล้วพี่จะไปไหนหรือจ๊ะ”

“ไม่.. ต้อง.. สอด..” ราชันเน้นย้ำที่ละคำอย่างชัดเจน “ไปจัดการเรื่องของมึงให้เสร็จสิ้น แล้วกลับมารอกูกับเหนือเมฆที่นี่”

ราชันหมายถึงม้าตัวสวยของเขา ชื่อของมันคือเหนือเมฆ ราชันตั้งให้มันเองตั้งแต่สมัยมันเพิ่งออกมาจากท้องแม่

พูดจบจอมโจรก็เดินจากไป ใบบัวยืนมองจนกระทั่งแผ่นหลังกว้างหายลับสายตา เธอจึงตัดสินใจแยกไปอีกทางเพื่อหาซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น

.

.

จอมโจรไม่ได้ไปไหนไกล เขาตรงดิ่งเข้าซอยที่เต็มไปด้วยซ่อง ราชันเลี้ยวเข้าซ่องประจำที่ไม่ได้มาเยือนเป็นเวลานาน ผู้หญิงคนโปรดที่เคยติดพันพอเห็นว่าแขกคนสำคัญเดินเข้ามาก็รีบเข้าไปคลอเคลียเอาใจ

“พี่จ๋า พี่กลับมาหาดาวแล้วหรือคะ”

ราชันไม่เปิดหน้า ไม่บอกชื่อกับคนอื่น โสเภณีคนสนิทจะเรียกเขาว่าพี่จ๋า แม่เล้ารวมถึงโสเภณีคนอื่น ๆ จะเรียกเขาว่านายท่านอีกที

“นายท่าน วันนี้ต้องการให้ใครดูแลคะ”

“ขอเด็กหน่อย ขาว นมใหญ่ ๆ”

“อ้าว ดาวคิดว่าพี่จ๋ามาหาดาว”

“เปล่า”

ดุจดาวหน้างอ ราชันไม่มาหาหล่อนนานมากแล้ว พอมาก็เลือกคนอื่นแทนที่จะเป็นคนโปรดอย่างหล่อน

“คนนี้เป็นอย่างไรคะ เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน”

ราชันกวาดตามองร่างอวบอิ่มขาวโพลนตรงหน้า ใบหน้าของหล่อนดูอ่อนเยาว์แต่ไม่ได้ไร้เดียงสา และพยายามส่งสายตามาให้ราชันตลอด

แต่ก็นับว่าใกล้เคียงกับที่เขาต้องการมากที่สุด

“เอาคนนี้ ขอที่ป้องกันให้ฉันด้วย”

“เท่าไรดีคะนายท่าน”

“สองแล้วกัน”

“ได้ค่ะ พิมพานำนายท่านไปที่ห้องสิลูก”

“ค่ะแม่”

สาวน้อยที่ชื่อพิมพาคล้องแขนแกร่งแล้วพาราชันไปที่ห้องของซ่อง ในห้องมีเตียงนอนและห้องน้ำไม่กว้างมาก มีประตูปิดมิดชิดและเครื่องป้องกันสองชิ้นวางอยู่ที่หัวเตียง

“แก้ผ้าออกแล้วขึ้นไปนอนบนเตียง”

“ค่ะ นายท่าน”

.

.

เพี๊ยะ!

“อู้ย ทำไมกัดเจ็บจังเลย ยุงในเมืองร้ายกาจนัก ใช่ไหมเหนือเมฆ” ใบบัวหันไปคุยกับม้าหนุ่ม มันไม่ได้ตอบอะไรทั้งยังมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม “ดูใช้สายตาเข้าสิ แกมันรู้มากเกินม้า”

เหนือเมฆไม่สนใจ มันก้มลงกินฟางเงียบ ๆ ใบบัวเห็นแบบนั้นก็เลิกให้ความสนใจกับม้าหยิ่งยโส ดวงตากลมแป๋วมองไปตามทางที่ราชันเดินหายไป หวังว่าในบรรดาคนที่เดินออกมาจะมีร่างกำยำด้วย

ตั้งแต่บ่ายจนค่ำ ใบบัวซื้อของเสร็จตั้งนานแล้ว มานั่งรอราชันกับเหนือเมฆจนตบยุงได้เป็นสิบ ๆ ตัว แต่ราชันก็ยังไม่กลับมา

ไปไหนของเขานะ

ใบบัวไม่กล้าเดินไปตาม เธอไม่เคยเข้ามาในเมืองและกลัวว่าจะหลง อีกอย่างราชันก็กำชับให้เธอรอที่นี่ หากคลาดกันเธออาจจะถูกทิ้งก็ได้

“รีบมาได้แล้ว” หญิงสาวเอ่ยกับลมกับฟ้า “ใบบัวไม่ชอบโดนทิ้งแบบนี้เลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป