บทที่ 8 chapter 8
“หน้าตาก็ดีอยู่ แต่ทำไมถึงได้ถูกจูงจมูกได้ง่ายแบบนี้ละคะ มากล่าวหาคนอื่นลอยไม่มีหลักฐานอย่างนี้ได้ยังไงกัน แต่อืม...ฉันจะไปหวังอะไรจากผู้ชายปากเหม็นอย่างกับกินพวกเพ็ดดีกรีเป็นอาหารล่ะจริงไหม”
แม้รู้ว่าถูกแขวะกัด ทว่าคนถูกประชดประชันยังตีหน้าเฉยชาไม่สะทกสะท้าน
“เขาบอกว่าไม่มีมูลหมามันก็ไม่เห่าไม่ใช่หรือไง แล้วเธอเองก็ทำให้ใครหลายๆ คิดอย่างนั้น หรือจะเถียงว่าไม่จริง”
เบื่อเหมือนกันที่ถูกตัดสินใจจากภายนอก เพียงแค่ได้เห็นเสื้อผ้าที่ใส่ ทำไมถึงไม่คิดมองให้ลึกถึงจิตใจกันบ้าง สายน้ำผึ้งเกือบเอ่ยปากปฏิเสธไปแล้วว่าไม่จริง ทว่ารู้ตัวก่อนว่ากำลังทำอะไรอยู่เลยหยุดปากได้ทัน นิ้วยาวเคาะโต๊ะเบาๆ เธอจะไปแก้ตัวให้ไอ้ผู้ชายปากเสียนี่ฟังทำไมกัน พูดไปก็ไม่เชื่อ อีกอย่างก็ไม่เห็นเกี่ยวกันสักหน่อย เธออยากทำอะไรก็เรื่องของเธอ ไม่เห็นจะหนักหัวใครนี่น่า
“แล้วยังไงละคะ...ฉันเป็นยังไงมันก็เรื่องส่วนตัวของฉันใช่ไหมล่ะ ก็เหมือนกับที่คุณคิดยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ฉันไปกำหนดให้คุณคิดดีๆ ไม่ได้ด้วยซิ”
ช่างซิ เขาจะคิดยังไง สนใจไปก็หนักหัวเธอเปล่า อีกอย่างไม่ได้แบมือขอเงินเขามาซื้อข้าวกินสักหน่อย แต่...เจอคนอื่นไม่ชอบหน้า เธอก็เฉยๆ ไม่อยากสนใจนะ แต่กับผู้ชายตรงหน้า ยิ่งแสดงท่าทีหยามเหยียดเกลียดชังมากเท่าไหร่ ต่อมความอยากกลั่นแกล้งและเอาชนะก็กำเริบและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนระงับเอาไว้ไม่อยู่
เมื่อกี้เขาว่าเธอให้ยั่วยวนให้ท่าผู้ชายแก่ๆ จนร้อนรุ่มทุรนทุรายด้วยความอยากได้ใช่ไหม แล้วถ้ากลับกันล่ะ “ความจริงฉันก็เริ่มเบื่อผู้ชายแก่ๆ ไม่ค่อยมีกำลังวังชาแล้วนะคะ กินของเก่าที่ลีลาก็...” ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย พร้อมวงหน้าเบะออกอย่างหยามหยัน “ไม่เห็นจะเด็ดดวงถึงพริกถึงขิงอะไรเลย เหมือนได้กินน้ำเปล่า ฉันไม่เห็นจะสำเริงสำราญแตะวิมานฉิมพลีเลยสักกระติ๊ด” เอ่ยพูดวกวนไปมาพาให้เวียนศีรษะเล่น
“แต่ถ้าเป็นคุณ...อืม” ศีรษะทุยเอียงเล็กน้อย ปากอิ่มขยับขยุกขยิกโย้ไปเย้มาซ้ายขวา ก่อนร่างอรชรอ้อนแอ้นผุดลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเดินเยื้องย่างด้วยมาดนางพญา โบกสะบัดสะโพกโยกย้ายซ้ายขวาอย่างก่อกวนอารมณ์ลึกๆ ภายในที่เธอค่อนข้างมั่นใจ ผู้ชายมันก็อีหรอบเดียวกันทุกคนนั่นแหละ ปากแข็งไม่เอาไว้ก่อน แต่ภายในนะ แม่ง...ถึงจะไม่มีอะไรดีสักอย่าง แต่โคตรหลงตัวเองเลย แล้วยังเฮงซวยและชอบเอารัดเอาเปรียบผู้หญิงตลอดด้วย
แม้สีหน้าจะเรียบเฉยไม่ใส่ใจ ทว่าสมองกลับประมวลผล เพื่อไล่ตามความคิดของผู้หญิงตรงหน้าให้ทัน ยิ่งได้เห็นนัยน์ตากลมโตวามวาวคล้ายมีเลศนัยอยู่ก็ยิ่งเชื่อว่าคิดไม่ผิด ผู้หญิงหน้าสวยแต่ใจโสมม สิ่งที่คิดและทำอยู่ต้องเป็นไปในทางไม่ดีแน่
คิดแล้วก็เหนื่อยหน่ายใจ เขาไม่ได้อยากเอาตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักนิด แต่ทนเสียงด่าทอแกมบ่นน้อยใจจากคุณป้ารุจาไม่ไหว ได้ยินแล้วมันรำคาญชวนปวดหัวด้วย
ไหนจะหลานๆ อีกสองคนที่นั่งหน้าหมองเศร้าไร้สุข เมื่อต้องมาเห็นพ่อกับแม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นแต่ละวัน สาเหตุมาจากผู้หญิงมักมาก เห็นแก่ความสุขของตัวเอง จนมองไม่เห็นไม่รู้ว่าสิ่งที่กระทำอยู่นั้นทำให้คนอื่นเขาทุกข์แค่ไหน อย่างนี้เขาเลยต้องพาตัวเองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงสกปรกโสโครก เธอต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด!
กลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มเป็นแสยะ จากตอนแรกคิดแค่ทาบมือบนโต๊ะ แล้วโน้มหน้าลงไปคุยกับอีกฝ่ายพอให้เห็นร่องอกอิ่มรำไร แต่...เปลี่ยนใจดีกว่า ยั่วยวนแค่นั้นกับผู้ชายปากจัดดูเหมือนมีอคติกับผู้หญิง ติไปหมดอย่างนี้ คงต้องทุ่มเยอะกว่าที่เคยเสียหน่อย
มือเรียวดึงเอาเก้าอี้ซึ่งมีคนตัวใหญ่นั่นอยู่ โชคดีว่ามีล้อเลื่อน เลยทำให้เธอไม่ต้องออกแรงมากในการขยับให้เขาหันมาประจันหน้าด้วย และทรุดร่างอรชรนุ่มนิ่มหอมละมุนด้วยเครื่องประทินผิวแบบเด็กๆ บวกน้ำหอมเล็กน้อยพอเย้ายวนใจคนได้กลิ่นให้ถวิลหา
“คุณว่าฉันหน้าด้าน ชอบให้ฟรี...” ก็คนมันตรง ชอบพูดอะไรตรงๆ นี่น่า อยากมาบ้ากับเธอก่อนทำไมละ หน็อย...นัดมาคุยเรื่องงาน ดันปากเสียหาเรื่องด่าว่าเธอซะได้ “สนใจรับของฟรีไปทดลองใช้สักครั้งสองครั้งไหมละคะ ฉันจะได้รู้ว่าผู้ชายอย่างคุณ...” สายน้ำผึ้งกวาดสายตามองกายแกร่งราวกับว่ากำลังประเมินราคาของสักชิ้น คุ้มค่าที่จะพาตัวเองไปคลุกคลีหรือเปล่า
ปลายนิ้วยาวเรียวยกขึ้นไล้บนแก้มหนาแกร่ง “กับคนแก่บางคน ใครจะให้รสชาติแซบจัดจ้านลีลาถึงใจดีกว่ากัน หรือจะเป็นพวกนกกระจอกไม่ทันจะกินน้ำก็...ไม่ไหวเสียแล้ว”
กลีบปากหนาหยักยกขึ้นเล็กน้อย หลุบสายตาลงมองร่องอกอิ่มสลับมองปากอิ่มสีชมพูระเรื่อยื่นแย้มเชิญชวนให้ลองลิ้ม นิ้วยาวลากไล้จากปลายแขนขึ้นไปทีละน้อยจวบจนถึงลาดไหล่กลมกลึง จึงค่อยๆ ตวัดไกล่เกลี่ยชายเสื้อให้เคลื่อนหลุดออกโดยที่คนบนตักก็ไม่ได้ขัดขืน มิหนำซ้ำยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนสาบเสื้อสูทหลุดออกจากบ่า
วงหน้าคร้ามแกร่งโน้มไปคล้ายประทับปากหนาบนซอกคอนวลระหง ทว่ากลับหยุดใกล้ใบหูเล็ก “ของฟรีใครก็อยากได้ แต่ไอ้ของเน่าเฟะมีหนอนตัวใหญ่ชอนไชบ่อยครั้งนี่ กลัวไม่ทันอ้าปากกิน กลิ่นเหม็นเน่าก็แตะจมูก ชวนให้คลื่นไส้อาเจียนเสียก่อนแล้ว” ชายหนุ่มวางมือบนไหล่กว้างผลักร่างเพรียวนุ่มนิ่มออกจากตักอย่างรังเกียจและสะอิดสะเอียน
เหมือนถูกตีแสกหน้า เคยมีแต่คนรุมล้อมหน้าล้อมหลังคอยถามไถ่เอาใจ แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับทำราวกับว่าเธอเป็นหนอนที่ชอนไชบนซากสัตว์ที่ตายแล้ว สายน้ำผึ้งกำหมัดจนปลายเล็บแหลมคมทิ่มแทงไปบนเนื้อนิ่มๆ ประกายในดวงตากระจ่างวาบด้วยเพลิงโทสะที่ห่อหุ้มจนร้อนราวไปนั่งอยู่กลางกองไฟ แต่ดวงหน้านวลผ่องก็สดชื่นแจ่มใส กลีบปากอิ่มสีชมพูระเรื่อยังคลี่ยิ้มอยู่ราวไม่สะทกสะท้านกับคำพูดที่ต่อว่ามา
