บทที่ 12 12

12

หญิงสาวร่างตุ้ยนุ้ยรีบพยักพเยิด “ก็ใช่สิ ไม่อย่างนั้นยายเอื้อยคงไม่แสดงอาการออกนอกหน้าขนาดนั้นหรอก แต่ฉันไม่เห็นคุณชายณุจะมีท่าทีพิเศษอะไรด้วยสักหน่อย คิดไปเองทั้งนั้น”

“แล้วดูนั่นสินุ่น พอเห็นคุณชายณุเดินมาเท่านั้นแหละ ยายเอื้อยก็วิ่งถลาไปหาเชียว น่าเกลียดจริง”

สุภาวดีพูดเสียงแหลม เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของหม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์ในชุดเครื่องแบบสีขาวกำลังเดินตรงมา ก็ส่งค้อนไปให้หญิงสาวที่ถูกพูดถึง นัยน์ตาฉายแววริษยาอย่างปิดไม่มิด

โสคนธิกาก็เป็นอย่างที่ถูกซุบซิบนินทาจริงๆ เพราะทันทีที่เห็นร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบสีขาวของหม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์ ที่กำลังรออย่างใจจดใจจ่อเดินมาพร้อมกับฉัตรพงษ์ ก็รีบผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะถลาเข้าไปหาแล้วคล้องแขนของอีกฝ่ายทันที พลางต่อว่าด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด

“ไปไหนมาหรือคะพี่ชายณุ เอื้อยอุตส่าห์ซ้อมเพลงใหม่ไว้กะเล่นให้ฟัง ก็ไม่ยอมอยู่ฟังเสียนี่”

คนถูกคล้องแขนค่อยๆ หันไปสบตากับผู้เป็นเพื่อน ซึ่งอีกฝ่ายก็ยักคิ้วตอบ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะสัพยอก

“แหม คุณเอื้อยไม่เห็นทักผมบ้างเลยนะครับ หรือเห็นแต่ไอ้ณุคนเดียว”

คนถูกสัพยอกย่นจมูกใส่คนพูด พลางตวัดค้อนอย่างใส่จริต “ไม่ต้องมาพูดดีเลยค่ะ เอื้อยงอนคุณฉัตรแล้วแหละ”

“งอนผม? งอนด้วยเรื่องอะไรมิทราบครับ” คนถูกงอนใส่โดยไม่รู้ตัวถามยิ้มๆ ทั้งนึกขบขันกิริยาของอีกฝ่ายนัก

“ก็เรื่องที่คุณฉัตรชวนพี่ชายณุออกไปข้างนอก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเอื้อยกำลังจะเล่นเปียโนให้ฟังไงคะ”

ฉัตรพงษ์ผุดรอยยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง “ใครบอกว่าผมชวน พี่ชายณุของคุณเอื้อยต่างหากที่เป็นคนชวนผมออกไปข้างนอก”

“จริงหรือคะพี่ชายณุ” โสคนธิกาเงยหน้าขึ้นมาถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเจือความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด

หม่อมราชวงศ์หนุ่มยังไม่ทันตอบก็ถูกถามต่อด้วยคำถามคล้ายกันจากด้านหลัง

“นั่นสิชายณุ ทำไมถึงออกไปข้างนอกไม่อยู่ฟังน้องเล่นเปียโนล่ะ”

หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์เหลียวไปมองด้านหลัง ก็พบหม่อมราชวงศ์นภดารา เทพรัตน์ ผู้เป็นมารดายืนอยู่ จึงถือโอกาสปลดมือของโสคนธิกาที่คล้องแขนออก แล้วเดินเข้าไปหาพลางยิ้มกว้าง

“ณุเห็นอากาศดีก็เลยไปเดินเล่นข้างนอกมาครับหม่อมแม่”

“อ้าว แล้วหญิงนิ่มล่ะไปไหน ทำไมไม่กลับมาด้วยกัน” มารดาถามพลางกวาดตามองหาบุตรสาวคนเล็ก

หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์หันไปสบตาผู้เป็นเพื่อนแวบหนึ่ง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เดี๋ยวก็คงมาครับ” แล้วรีบดึงความสนใจของมารดาให้เบนไปจากเรื่องของน้องสาว ด้วยการหันไปพูดกับโสคนธิกาที่ยืนทำหน้าง้ำอยู่

“หญิงเอื้อย เล่นเปียโนเพลงที่ว่าให้พี่ฟังอีกครั้งได้ไหม”

ดวงหน้าง้ำๆ คนถูกขอให้เล่นเพลงอีกครั้งเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมาทันควัน

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ”

พูดจบเจ้าของร่างอรชรก็เดินหน้าเชิดไปนั่งบนเก้าอี้หน้าเปียโนตัวใหญ่ แล้วกรีดนิ้วเรียวยาวพรมลงบนคีย์บอร์ด บรรเลงเพลงด้วยท่าทางชำนิชำนาญ ท่ามกลางเสียงปรบมือดังก้องจากรอบๆ ข้าง

มารดาเงยหน้าถามบุตรชายตัวสูงที่มีใบหน้าประพิมพ์ประพายคล้ายตัวเอง “น้องเล่นเปียโนเพราะไหมชายณุ”

“ก็...เพราะดีครับ”

คนฟังคลี่ยิ้มกว้างด้วยถูกใจกับคำตอบที่ได้รับนัก

“หนูเอื้อยนอกจากเล่นเปียโนได้ไพเราะแล้ว กิริยามารยาทก็ยังเรียบร้อยน่ารักอีก ชายณุคิดว่าน้องเป็นอย่างที่แม่พูดไหม”

หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์จะตอบว่าอะไรได้นอกจาก “ครับ” แล้วก็ตามมาด้วยการถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ด้วยรู้ถึงความหมายที่มารดาสื่อเป็นอย่างดี

“แม่ดีใจที่ชายชอบน้อง” ผู้เป็นมารดาตีขลุมโดยเอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งว่าบุตรชายตอบรับ

“ณุไม่ได้ชอบน้องแบบที่หม่อมแม่คิดนะครับ” คนถูกตีขลุมพูดอย่างอ่อนใจ

“ตอนนี้ไม่ชอบ ต่อไปก็ชอบเองจ้ะ” หม่อมราชวงศ์นภดาราทำหน้าตึงและพูดอย่างไม่ยอมแพ้ พลางมองไปยังคนที่ถูกพาดพิง ซึ่งเพิ่งเล่นเพลงจบและกำลังเดินตรงมาอย่างมาดมั่น

“วันนี้หม่อมน้าแต่งกายงามจังเลยนะคะ”

โสคนธิกาเดินมาถึงก็พูดเสียงหวานเอาใจผู้เป็นหม่อมแม่ของชายหนุ่มที่ตนหลงรักทันที ซึ่งหม่อมราชวงศ์นภดาราก็ชื่นชอบถ้อยคำไพเราะเสนาะหู ดวงตาคมกริบคล้ายบุตรชายจึงมองสาววัยแรกรุ่นด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู

“ขอบใจมากจ้ะหนูเอื้อย” ก่อนจะเงยหน้าบอกบุตรชายตัวสูง “ชายณุพาน้องไปเดินดูดอกบัววิกตอเรียสิลูก กำลังออกดอกตูมงามเชียว” ขณะจะหันไปทางฉัตรพงษ์เพื่อบอกให้ปลีกตัวไป จะได้เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ก็ถูกเจ้าตัวชิงพูดเสียก่อน

“หม่อมอาครับ ผมเห็นเพื่อนๆ หม่อมอาที่โต๊ะเรียกอยู่น่ะครับ”

“อ้าวหรือจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นแม่กลับไปที่โต๊ะก่อนนะชายณุ ฝากน้องด้วย” หม่อมราชวงศ์นภดารารีบเดินกลับไปยังโต๊ะ ลืมเรื่องที่จะพูดกับฉัตรพงษ์เสียสิ้น

ครั้นหม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์เห็นมารดาเดินกลับไปที่โต๊ะก็หันไปสบตากับผู้เป็นเพื่อน แล้วจึงหันไปบอกโสคนธิกาที่ยืนยิ้มหวานอยู่

“เราไปนั่งที่โต๊ะกันดีกว่า”

รอยยิ้มบนดวงหน้าสะสวยค่อยๆ เลือนหายไป

“อ้าว พี่ชายณุไม่พาเอื้อยไปดูดอกบัววิกตอเรียอย่างที่หม่อมน้าบอกหรือคะ”

หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความผิดหวัง เพราะนึกว่าชายหนุ่มจะพาเธอไปเดินเล่นสองต่อสอง สำหรับฉัตรพงษ์นั้นเธอไม่นึกห่วง เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะปลีกตัวไปตามมารยาท

“พี่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยจ้ะ”

นี่คงเป็นคำแก้ตัวที่หม่อมราชวงศ์พิษณุวัชร์คิดว่าเข้าท่าที่สุดและเหมือนจะได้ผล

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

ตอนแรกโสคนธิกาจะพาชายหนุ่มทั้งคู่แยกไปนั่งโต๊ะที่ว่าง แต่พลันความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาในสมองจึงเปลี่ยนความตั้งใจ เดินตรงไปยังโต๊ะของหม่อมหลวงนพรุจที่ตัวเองเพิ่งจะผละมาก่อนหน้านี้ พร้อมด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป