บทที่ 4 บทที่ 4

อิสลินไม่รู้ตัวเลยว่าแยกเรียวขารับการแทรกผ่านจากเซอร์เรนัล์ฟตอนไหน รู้แต่หัวใจของเธออาบด้วยความตื้นตันจากคำ ๆ นั้นจากปากของเขา ทว่ากลับมารู้สึกตัวอีกทีและต้องนิ่วหน้าเมื่อความคับแน่นไม่ยอมเปิดกว้างไปได้ทั้งหมด แม้จะรู้สึกถึงความเสียวซ่านทว่าความทรมานก็มีมากพอกัน

“ไคลน์คะ...ฉัน...”

ร่างเล็กทำทีจะผลักไสแต่กลับถูกอ้อมแขนใหญ่กอดเกี่ยวกระหวัดแน่น เซอร์เรนัล์ฟประกบจูบจนกลีบปากนุ่มบวมแดงกระทั่งเขาพาตัวตนลึกเข้าไปเรื่อย ๆ และชายหนุ่มก็ได้ค้นพบสิ่งที่เขารอคอย ค้นพบว่าเขาคือผู้ชายคนแรกของอิสลิน

“อีฟ...คุณเป็นของผมแล้วนะ คุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น”

ร่างแน่งน้อยจิกปลายเล็บลงบนหัวไหล่ของร่างสูงจนเป็นรอยลึกเมื่อความเจ็บปวดที่แกนกายเพิ่มมากทวีคูณ ทว่าอิสลินก็ค้นพบว่าในเปลวเพลิงพิศวาสที่เผาไหม้กลับมีความอบอุ่นสว่างไสวอยู่ตรงใจกลางนั้น หญิงสาวเริ่มคลายความอึดอัดเมื่อการหลอมรวมสนิทแน่นและสิ่งที่ดีที่สุดในห้วงเวลานี้คือกอดเขาไว้เพื่อซึมซับเอาลมหายใจร้อนก่อนกระซิบตอบกลับไปแผ่วเบา

“ไคลน์คะ...ฉันรักคุณนะคะ ฉันเป็นของคุณแล้ว อย่าทิ้งฉันไปไหนนะคะ”

เสียงนั้นสั่นพร่าพร้อมกับหยาดน้ำซึมที่หางตาเมื่อชายหนุ่มกระชับอ้อมกอด ราตรีนั้นเงียบสงัดยินเพียงเสียงคลื่นขับกล่อมเป็นลำนำแสนหวาน อิสลินรู้สึกสุขใจมากกว่าสิ่งใดเมื่อได้มอบสิ่งที่หวงแหนไว้แก่ชายที่รัก และเซอร์เรนัล์ฟก็รู้สึกเช่นเดียวกันคือเขาได้ครอบครองสิ่งมีค่าและจะถนอมไว้ชั่วชีวิต

“ผมจะทิ้งคุณไปได้อย่างไร...อีฟ”

ชายหนุ่มกระซิบและขยับสะโพกนุ่มนวลราวเกรงความบอบบางจะบอบช้ำ

“ผมสัญญาว่าผมจะรักคุณแบบนี้ และจะไม่มีวันทอดทิ้งคุณ...ไม่มีวัน”

คำยืนยันนั้นหนักแน่นพอ ๆ กับจังหวะรักที่เริ่มกระชั้นถี่ หญิงสาวค่อย ๆ คลายอาการเกร็งและรับรู้ถึงความร้อนตรงใจกลางร่างงามกำลังแผ่ซ่านไปหมดทั้งเนื้อตัว เธอเรียนรู้ที่จะสนองตอบเขามากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่รู้สึกถึงความทรมานที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ระหว่างกายเปลือยเปล่าที่แนบสนิทมีแต่สัมผัสจากทั้งผิวที่บดเบียดและสายตาที่ต่างสบประสานเพื่อส่งผ่านความเข้าใจ

เซอร์เรนัล์ฟนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืดและยังไม่ยอมขยับตัวด้วยกลัวร่างนุ่มในอ้อมแขนที่กำลังหลับสนิทจะรู้สึกตัวขึ้นมาเสียก่อน ชายหนุ่มนอนฟังเสียงคลื่นที่ดังภายนอกและเสียงลมหายใจเบา ๆ ของผู้อยู่ในอ้อมกอด นาฬิกาบนหัวเตียงบอกเวลาเลยเที่ยงคืนไปเล็กน้อย

ใบหน้าคร้ามเข้มเพียงแนบจมูกลงสูดเอากลิ่นหอมที่กำจายออกมาจากเรือนผมสลวยเรียบตรงผสานกลิ่นกุหลาบปรินเซส เดอ โมนาโก ที่กลีบสีชมพูหวานยังทิ้งรอยตามหลังไหล่เปลือยของอิสลิน นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกอย่างอุบัติขึ้นจากความรักที่เขาและเธอสั่งสมมาเนิ่นนานนับปี

เขาตัดสินใจพาเธอมาไกลถึงโมนาโกก็ไม่ใช่ด้วยเหตุผลอื่นใดนอกจากการแสดงออกซึ่งความรักล้นหัวใจที่มีต่อลูกสาวนักธุรกิจใหญ่นั่นเอง ชายหนุ่มผู้จบทางด้านวิศกรรมการบินได้พบอิสลินครั้งแรกตอนเธอเดินทางไปอเมริกาที่จัตุรัสไทม์สแควร์หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษเพื่อชมคอนเสิร์ตกลางแจ้งของศิลปินสาวเซ็กซี่ระดับโลก

กามเทพแผลงศรให้เขารักหญิงสาวลูกครึ่งไทย อังกฤษร่างเล็กผิวขาวนัยน์ตากลมโตเข้าอย่างจังซึ่งเธอก็แสดงออกว่ารู้สึกไม่แตกต่างกันกับเขา ทว่าเซอร์เรนัล์ฟมารับรู้ภายหลังว่าเอเวอร์ลีนเป็นลูกสาวของนักธุรกิจหรูระยับระดับเฟิร์สคลาสอย่างอาร์โนลทุกอย่างก็ดูเหมือนเป็นเรื่องยุ่งยากเพราะอุปสรรคนั้นคือความไม่เท่าเทียม นักธุรกิจใหญ่มักให้บอดี้การ์ดตามติดอิสลินเสมอแต่เธอก็จะหาทางแอบมาเจอเขาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งดูเหมือนคราวนี้เขาพาเธอออกมาไกลบ้านและทำให้ความสัมพันธ์ของชายหนุ่มหญิงสาวก้าวข้ามจากการเป็นแค่คนรัก

“อืม...เช้าแล้วหรือคะ ไคลน์?”

ร่างอรชรเริ่มงัวเงียขณะเบียดลำตัวเข้าหาคนตัวโตที่พลิกตะแคงมากอดเธอไว้

“ยังเที่ยงคืนอยู่เลย คุณหิวแล้วหรือ อีฟ?”

คำกระเซ้าของชายนุ่มทำให้ใบหน้าหวานที่เพิ่งปรือตาตื่นแดงซ่านขึ้นมาอีกหน

“ไคลน์...คุณนี่จริง ๆ เลยนะคะ ดึกแบบนี้ใครจะหิวอยู่ได้”

“ผมนี่ไง ผมเริ่มหิวคุณอีกแล้ว”

เซอร์เรนัล์ฟพลิกตัวขึ้นทาบทับร่างเล็กและกดริมฝีปากหนาได้รูปลงบนกลีบปากละมุนที่ยังบวมแดงน้อย ๆ จากการที่เขาตระโบมจูบเธอแทบไม่หยุดพัก อิสลินยอมรับความวาบหวามนั้นแต่โดยดีก่อนกระซิบเสียงสั่นพร่าพอเขาถอนริมฝีปากออก

“ไคลน์คะ...คุณจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันจะชวนคุณออกไปเดินเล่นที่ชายหาด”

“ดึกๆ แบบนี้นี่นะ”

“ค่ะ...ก็ฉันไม่เคยมาที่นี่ มีคนบอกว่าหาดมอนติคาร์โลสวยมาก ฉันเลยอยากเห็นทะเลใต้แสงจันทร์ตอนเที่ยงคืน”

“คุณเดินไหวหรือ อีฟ?”

ชายหนุ่มกระเซ้าด้วยแววตากรุ้มกริ่ม อิสลินรู้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไรเพราะรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งเริ่มดุนดันอยู่บนต้นขา เซอร์เรนัล์ฟคงอยากรักเธออีกครั้งแต่หญิงสาวอยากเก็บแบบฝึกหัดอันวาบหวามไว้หลังจากนี้จึงออดอ้อนกลับไปอย่างน่ารักน่าใคร่

“ไหวสิคะ ไคลน์...แต่เราอาจค้นพบอะไรใหม่ ๆ ริมชายหาดอีกก็ได้นะคะ”

“อีฟ...คุณกำลังทำให้ผมคลั่งตายรู้มั้ย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป