บทที่ 5 บทที่ 5
ใบหน้าคมคายโน้มลงไปดูดดื่มความหวานจากเรียวปากจิ้มลิ้มอีกครั้งและต่างลูบไล้เรือนร่างเปลือยเปล่าของกันและกันเนิ่นนานก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้าและพากันออกไปจากบ้านพักตากอากาศเพื่อเดินเล่นบนชายหาที่มีแต่ทรายและน้ำอาบแสงสีเงินใต้ท้องฟ้ากระจ่างด้วยพระจันทร์เต็มดวง
“กลับไปคราวนี้คุณคงต้องหาข้อแก้ตัวไม่ให้พ่อของคุณจับได้ว่ามาพบกับผมที่มอนติคาร์โล”
เซอร์เรนัล์ฟในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกและกางเกงสแล็คพับขาขึ้นมาถึงเข่ากล่าวขึ้นขณะโอบไหล่ของอิสลินและเดินลุยฟองคลื่นไปบนหาดอันเงียบสงบในยามดึกสงัดที่แสงเงินยวงสาดกระทบริ้วน้ำในท้องทะเลกว้างใหญ่
“เรื่องนั้นฉันไม่กังวลหรอกค่ะ แต่สิ่งที่ฉันเป็นกังวลคือเมื่อไหร่ฉันกับคุณจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้อีก”
“แต่การหนีไปด้วยกันคงไม่ใช่คำตอบ”
ร่างสูงหยุดลงและหมุนร่างเล็กในอ้อมแขนให้หันมาสบตาเขา เซอร์เรนัล์ฟเกลี่ยปอยผมที่ลมพัดจนตกลงมาปรกผิวแก้มใสราวกำลังสัมผัสตุ๊กตาแสนสวยด้วยความรัก
“อีฟ คุณอาจต้องรออีกหน่อย ผมจะสร้างตัวให้พ่อของคุณยอมรับในสักวัน”
“ฉันไม่เคยไปไหนนะคะ ไคลน์”
อิสลินโอบผิวแก้มที่มีขนเคราบาง ๆ ไว้ด้วยฝ่ามือทั้งสอง ความสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซ็นต์ทำให้ร่างอรชรเล็กไปถนัดใจเมื่อยืนเทียบกับคนตัวโต
“ต่อให้ฉันต้องรอคุณไปอีกกี่ปีฉันก็จะรอ ก็ฉันรักคุณนี่คะ และที่สำคัญฉันเป็นของคุณ...ไคลน์คะ ฉันจะรักผู้ชายคนใหม่ได้ก็ต่อเมื่อฉันตายไปแล้วเท่านั้น”
“อีฟ...”
เซอร์เรนัล์ฟยิ้มอ่อนหวานก่อนโน้มใบหน้าหล่อเหลาเพื่อประทับจุมพิตอ่อนเบาบนเรียวปากที่ยังมีรอยบวมน้อย ๆ แขนแข็งแรงกระหวัดรั้งเอวบางเข้าหาตัวและเบียดอกกว้างกับอกอิ่มนุ่มของร่างอรชรท่ามกลางสายลมพลิ้วและแสงนวลยามโคมรัตติกาลอยู่ใจกลางฟากฟ้าสีกระจ่างกระทั่งชายหนุ่มค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกและสบตาคู่สวยที่เจ้าของอ่อนยวบอยู่ในอ้อมแขน
“กลับบ้านพักกันเถอะ เราออกมาไกลมากแล้ว”
ร่างสูงใหญ่กระซิบชิดริมฝีปากอุ่นและได้รับคำตอบจากหญิงสาวเป็นการพยักหน้ารับ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะบ่ายหน้ากลับที่พักก็มีอันต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้ชายในชุดสูทสีดำสี่คนเดินตรงมาจากบนชายหาด
“เลียม!”
อิสลินออกอาการตระหนกและกอดเซอร์เรนัล์ฟที่ก็ตกใจไม่แพ้กันไว้แน่น หญิงสาวไม่นึกว่าบอดี้การ์ดของบิดาจะตามมาถึงที่นี่
“คุณหนูครับ คุณอาร์โนลให้มารับคุณหนูกลับบ้านครับ”
หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นชายร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแกมบังคับ แต่อิสลินส่ายหน้าไปมาขณะรัดแขนรอบเอวเซอร์เรนัล์ฟไม่ยอมปล่อย
“ไม่!...คนที่ต้องกลับไปคือพวกคุณนั่นแหละ...เลียม...ฉันจะอยู่ที่นี่ และจะอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ฉันอยากจะอยู่”
“ผมเกรงว่าจะปล่อยคุณหนูไว้ที่นี่ไม่ได้ครับ เพราะนี่เป็นคำสั่งของคุณอาร์โนลให้พาคุณหนูกลับบ้านตอนนี้”
“ไม่!”
“อีฟ!”
เซอร์เรนัล์ฟพยายามกอดร่างบางที่ถูกชายอีกคนเข้ามารั้งตัวออกไปแต่เขาเพียงคนเดียวสู้แรงของชายตัวใหญ่อีกสองคนที่ล็อคแขนทั้งสองข้างไว้ไม่ได้ ชายหนุ่มฝืนกำลังสุดแรงเมื่อเห็นอิสลินที่ร่ำร้องไห้ถูกลากไปอยู่หลังหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนมองด้วยสายตาเยียบเย็น
“ปล่อยเธอ! ปล่อยอีฟ!”
“ไคลน์!”
หญิงสาวร้องไห้และพยายามดิ้รนแต่ก็ไม่พ้นชายร่างยักษ์ที่ดึงข้อมือและกักร่างของเธอไว้แน่น
“ฉันจะกลับไปพร้อมคุณ...เลียม! แต่อย่าทำอะไรเขา อย่าทำอะไรเขา ได้โปรด!”
อิสลินร้องบอกบอดี้การ์ดเพื่อขอต่อรองเมื่อเห็นว่าทุกอย่างกำลังจะเลวร้ายมากกว่าเก่า เธอไม่นึกห่วงตัวเองสักนิดแต่คนที่เธอห่วงใยมากที่สุดคือชายหนุ่มที่ถูกล็อคแขนเอามือไพล่หลังเหมือนเชลย เลียมหันกลับมายังร่างเล็กด้วยสีหน้าและแววตาราวกับหุ่นยนต์
“ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ คุณหนู...นอกจากคุณอาร์โนลจะสั่งให้ผมพาคุณหนูกลับบ้าน ยังมีอีกอย่างที่ต้องทำ”
“อะไร...เลียม...คุณจะทำอะไร...ไม่!”
หญิงสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อคนที่เธอพูดด้วยหันกลับไปและเริ่มประเคนหมัดลงตรงช่องท้องของเซอร์เรนัล์ฟจนตัวคู้ ไม่มีเสียงร้องจากชายหนุ่มนอกจากใบหน้าบิดเบี้ยวและแววตาที่ยังมีร่องรอยของความห่วงหามองมาที่หญิงคนรัก
“อย่าทำอะไรเขา!...ไคลน์...ไม่!...ไม่!”
อิสลินได้แต่ตะโกนเสียงแหบแห้งเมื่อเลียมพุ่งหมัดลงไปบนใบหน้าของคนหมดทางตอบโต้อีกหลายครั้ง หญิงสาวหัวใจแทบขาดออกจากกันเมื่อเห็นเซอร์เรนัล์ฟถูกทั้งหมัดและเข่าจากบอดี้การ์ดของบิดาจนอ่อนยวบ
“ไคลน์!”
เจ้าของเสียงร้องดังได้ก็แค่ต้องมองภาพของชายที่รักถูกทำร้ายโดยเธอไม่อาจช่วยเหลืออะไรเขาได้เลย ร่างสูงต้องบอบช้ำอย่างหนัก เบ้าตาและโหนกแก้มแตกเป็นแผลยับจนเลือดอาบใบหน้า ริมฝีปากถูกหมัดพุ่งใส่จนโลหิตกบและหยดลงบนเสื้อจนแดงไปหมด เซอร์เรนัล์ฟหอบหายใจแผ่วขณะร่างกายนั้นอ่อนเปลี้ย เขาหมดแรงลงทีละน้อยจนทรุดลงบนฟองคลื่น
“อีฟ”
ชายหนุ่มขานชื่อหญิงสาวเสียงแห้งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะคว่ำหน้าลงในน้ำ ดวงตาคู่งามเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าพวกบอดี้การ์ดหิ้วปีกร่างไร้สติออกไปในทะเลก่อนจะโยนเซอร์เรนัล์ฟให้ลอยไปตามแรงคลื่น
“ทำไมทำกันถึงขนาดนี้! เลียม...ไคลน์ไม่ผิดอะไร พวกคุณฆ่าเขา พวกฆาตกร!”
“คุณหนูครับ” เลียมกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าและแววตาเยือกเย็น
“ต้องขอโทษด้วย นี่เป็นคำสั่งของคุณอาร์โนล ผมต้องปฏิบัติตามคำสั่งของท่านอย่างเคร่งครัด”
