บทที่ 7 บทที่ 7
“เราเป็นหนี้มากเกินกว่าที่เขาจะช่วยเหลือได้ ตอนนี้เราต้องเลย์ ออฟพนักงานและต้องสะสางหนี้หลายร้อยล้านปอนด์ แต่พ่อกำลังจะหาทางออก”
“คะ...ทางออกหรือคะ?” อิสลินเกือบลืมเรื่องความเป็นความตายของชายคนรักไปชั่วขณะ นัยน์ตาทั้งคู่สะท้อนแต่ภาพของบิดาที่จับจ้องดวงหน้าของเธออย่างมีความหวัง
“ลูกคงจำเดวิด เพียซ เจ้าของ แอร์โรไวรอนต์ คอร์ป ได้”
หญิงสาวไม่ตอบว่ากระไร เธอได้แต่มองบิดาที่พูดต่อไปด้วยแววตาสดใสกว่าเมื่อครู่
“แอร์โรว์ไวรอนต์ คอร์ป เป็นบริษัทผลิตอากาศยานไร้คนขับของอเมริกา ตอนนี้ผู้บริหารสูงสุดคือเดเรก เพียซ ลูกชายคนเดียวของเดวิด...เดเรกเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เขาถือหุ้นใหญ่อยู่ในแอร์โรว์ไวรอนต์และกำลังจะได้เป็นคู่สัญญากับกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ที่สำคัญเขาเคยพบกับลูกแล้ว”
ร่างบางค่อย ๆ ถอยห่างจากบิดา
“แล้วยังไงคะ?”
“เขาจะขอลูกแต่งงาน และพ่อ...ก็รับปากไปแล้ว”
“คุณพ่อ!” อิสลินอุทานพร้อมทั้งร้องไห้ เธอเพิ่งจะสูญเสียคนรักไปกลับต้องมาฟังข่าวร้ายซ้ำสอง ทำไมเธอจะจำเดเรก เพียซ ไม่ได้ เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ลูกชายเพื่อนนักธุรกิจของบิดาทว่าหนุ่มหน้าใสดูสะอาดสะอ้านคนนั้นไม่เคยอยู่ในใจเธอเลย
“ไม่ค่ะ!...หนูไม่แต่ง...ไม่”
“ถ้าลูกปฏิเสธ เบอร์กแทรนช์ กรุ๊ปต้องล้ม และพ่อ...”
อาร์โนลเข้าไปรั้งร่างแน่งน้อยที่กำลังจะถอยหนี เขาดึงเธอมากอดเอาไว้แน่นยิ่งกว่าครั้งแรก
“ก็คงจะอยู่กับลูกได้อีกไม่นาน โอ!...พระเจ้า พ่อเพิ่งไปโรงพยาบาลมาเมื่อวานนี้และหมอวินิจฉัยว่าพ่อเป็นมะเร็งกระดูกชนิดร้ายแรง ถ้าลูกไม่เชื่อพ่อจะให้นายแพทย์ที่รักษามายืนยันด้วยตัวเอง”
หญิงสาวถึงกับหมดแรงลงกะทันหัน แขนเรียวลู่ลงข้างลำตัวและนิ่งงันในอ้อมกอดที่พยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ อาร์โนลถอนใจในความเงียบที่โอบล้อมด้วยปัญหาหนักอึ้ง
“อาจฟังดูเห็นแก่ตัว แต่พ่อก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ตอนนี้ไม่เฉพาะต้องแบกรับภาระหนี้สินมหาศาลแต่ยังมีข่าวร้ายเรื่องอาการป่วยที่พ่อไม่เคยบอกให้ใครได้รู้เลย บริษัทกำลังจะล้มแต่เดเรกเต็มใจจะช่วย เขาต้องการแต่งงานกับลูกและพ่อก็คิดว่านี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...แอร์โรว์ไวรอนต์กำลังประสบความสำเร็จอย่างสูงในสหรัฐ เดเรกเต็มใจจะช่วยพยุงเราไว้และลูกคงเข้าใจและคงไม่เป็นไรใช่มั้ย ถ้าจะช่วยพ่อ...สักครั้ง”
อาร์โนลไม่ได้เห็นหยาดน้ำตาที่อาบลงบนใบหน้าของหญิงสาว และไม่มีวันได้ยินว่าจังหวะของหัวใจดวงนั้นเต้นด้วยความปวดร้าวเพียงไหน อิสลินเก็บเสียงสะอื้นไว้ข้างในก่อนยอมจำนนต่อโชคชะตาที่กำลังตกตะกอนใต้ชั้นความฝันขาดวิ่น
“ค่ะ...คุณพ่อ หนูจะแต่งงานกับเดเรก ตามความต้องการของคุณพ่อค่ะ”
“ดังนั้นพวกเราจึงมอบร่างของเขาสู่พื้นดิน,จากดินสู่ดิน, จากเถ้าสู่เถ้า, จากธุลีสู่ธุลี, ในความแน่แท้และความหวังอันไว้วางใจได้ของการคืนชีพสู่ชีวิตอันชั่วนิรันดร์"
เสียงของบาทหลวงกล่าวบทสวดจากพระคัมภีร์ดังขึ้นขณะหีบไม้สีน้ำตาลแดงเคลือบเงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ ถูกหย่อนลงไปในหลุมลึกประมาณหกฟุตภายในพื้นที่อันเงียบสงบท่ามกลางบุคคลในชุดดำในบริเวณสุสานเมืองนอร์ทแธมตันไชร์ ประเทศอังกฤษ ดวงตาคู่งามทว่าหม่นหมองมองลอดผ้าคลุมลูกไม้สีดำตลอดพิธีกรรมอันน่าเศร้าจวบจนพีธีการทุกอย่างเสร็จสิ้น
อิสลินยังคงยืนอยู่ต่อหน้าหลุมฝังศพที่กำลังได้รับการฝังกลบของบิดาหลังการต้อนรับและรับฟังคำแสดงความเสียใจจากเพื่อนฝูงนักธุรกิจที่มาร่วมไว้อาลัยซึ่งค่อย ๆ ทยอยกลับไปจนเกือบหมด หลังจากวันนั้นที่เธอต้องสูญเสียคนรักไปตลอดกาลและเข้าพิธีแต่งงานกับผู้ชายอีกคน หญิงสาวกลับต้องอยู่เฝ้าคอยเป็นกำลังใจให้อาร์โนลต่อสู้กับมะเร็งร้ายเป็นระยะเวลานานถึงห้าปี นักธุรกิจวัยกลางคนชื่อดังเจ้าของเบอร์กแทรนช์ ไฟแนลเชียล จากไปด้วยอาการสงบท่ามกลางความเศร้าเสียใจของหมู่ญาติและมิตรสหายซึ่งหนึ่งในนั้นแน่นอนว่าต้องเป็นบุตรสาวคนเดียวที่ต้องเฝ้าดูเขาทุกข์ทรมานกระทั่งมัจจุราชร้ายคร่าชีวิตบิดาไป
“อีฟ”
ใครคนหนึ่งเดินมาจากเบื้องหลังและแตะไหล่เจ้าของร่างบอบบางในชุดกระโปรงลูกไม้สีดำเบา ๆ
“คุณควรจะพักผ่อนบ้างนะ ถึงอย่างไรคุณพ่อก็ไปดีแล้ว”
อิสลินหันมาทางเดเรก หนุ่มอเมริกันรูปร่างสูงโปร่งนัยน์ตาสีเขียวมรกตและใบหน้าสะอาดสะอ้านภายใต้เรือนผมสีบลอนด์เงินซึ่งบัดนี้เป็นสามีตามกฎหมายของเธอ เขาอยู่ในชุดสูทสีนิลขณะกำลังมองมาด้วยสายตาห่วงใย
“ขอบคุณมากค่ะเดเรก หวังว่าคุณพ่อคงอยู่อย่างเป็นสุขในอ้อมกอดของพระเจ้า ฉันก็อยากกลับไปพักผ่อน แต่ก็อยากอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่ออีกสักพัก”
เดเรกเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ประกายแดดจ้าเริ่มยอแสง
“นี่ก็เย็นมากแล้วนะอีฟ แต่ถ้าคุณยังไม่อยากกลับผมก็จะอยู่เป็นเพื่อน”
“เดเรกคะ ใจจริงฉันไม่อยากรบกวนคุณเลยค่ะ แค่งานที่บริษัทของคุณก็ยุ่งมากพอแล้ว”
“ผมบอกคุณหลายหนแล้วไง อีฟ” ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองนั้นไว้และจ้องลึกลงไปในดวงตางดงามคู่นั้น
“ว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันเสมอ”
อิสลินยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ทว่าไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดอะไรกันอีกเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น
“ครับ...คุณแอนดรูว์ ว่าไงครับ?...หืม”
หญิงสาวมองร่างสูงที่กำลังรับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าแปลกเปลี่ยน เธอไม่รู้ว่าเขากำลังฟังเรื่องอะไรจากปลายสายแต่ก็จำได้ว่าคนที่โทรมาเป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท อิสลินสังเกตเห็นใบหน้าของเดเรกเริ่มเคร่งเครียดแต่ความสนใจกลับถูกดึงไปตามเสียงเรียกเล็ก ๆ ที่ดังมาจากอีกฝั่ง
