บทที่ 8 บทที่ 8

“มามี้...มามี้...หนูแต่งตัวให้เท็ดดี้แบร์แล้วค่ะ”

หนูน้อยวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงชีฟองจีบระบายสำตัดกับผิวขาวละมุนวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับตุ๊กตาหมีที่ใบหูของมันมีดอกไม้เล็ก ๆ ทัดอยู่ เรือนผมสีน้ำตาลทองของเด็กหญิงถูกปล่อยสยายและดวงตาสีฟ้าเข้มเปล่งประกายในแสงแดดอ่อน

“อีวี่...ลูกมาจากไหนกันคะ เห็นมั้ยไปเล่นจนเนื้อตัวมอมแมมหมดแล้ว”

“ตรงนู้นค่ะ...ตรงนู้น”

เด็กหญิงชี้ไปที่กอไม้ดอกเล็ก ๆ ห่างออกไปไม่ไกลขณะที่อิสลินย่อตัวลงแล้วหยิบเศษใบไม้แห้งออกจากเส้นผมชี้ฟู เธอมองลูกสาวคนเดียวที่คลอดหลังแต่งงานกับเดเรกเพียงไม่กี่เดือนก่อนย่นจมูก

“ซนจริง ๆ เลยนะ ลูกไม่ควรวิ่งเล่นไปไหนต่อไหนคนเดียวรู้ไหมคะ”

“แอนดรูว์ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!”

เสียงที่เดเรกกรอกลงไปทางโทรศัพท์ทำให้อิสลินต้องหันกลับไปสนใจเขาอีกครั้ง เธอมัวแต่มองชายหนุ่มแสดงสีหน้าเครียดเคร่งจนลืมว่าอีวี่น้อยวิ่งกลับไปทางเดิมแต่คราวนี้วิ่งเลยออกไปไกลจนเกือบชนกับร่างสูงของใครคนหนึ่ง เด็กหญิงหยุดกึกพร้อม ๆ กับที่ตุ๊กตาหมีพลัดตกจากมือ นัยน์ตาสีฟ้าภายในดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพของบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มย่อตัวลงเก็บของที่หล่นบนพื้นหญ้าก่อนส่งกลับให้เด็กน้อย อีวี่เอียงหน้ามองบุรุษที่มีประกายตาและผมสีเดียวกันอย่างสนเท่ห์

“หนูกำลังจะไปไหนหรือจ๊ะ?”

เจ้าของน้ำเสียงทุ้มลึกทว่านุ่มนวลเอ่ยถามขึ้นซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า

“หนูจะไป...เก็บดอกไม้...ให้มามี้”

“มามี้ของหนูอยู่ไหนล่ะจ๊ะ?”

เด็กหญิงชี้นิ้วกลับไปยังร่างบอบบางในชุดลูกไม้สีดำสนิทซึ่งกำลังยืนมองร่างสูงยืนคุยโทรศัพท์ รอยยิ้มอ่อนโยนจุดขึ้นบนมุมปากของอีกฝ่ายก่อนยื่นมือออกไปยังหนูน้อย

“มานี่สิจ๊ะ...ฉันจะพาหนูไปเก็บดอกไม้ที่ตรงโน้น มีดอกไม้สวยที่สุดในโลก มามี้ของหนู...ต้องชอบแน่ ๆ “

“จริงเหรอคะ?”

ความตื่นเต้นฉายชัดบนดวงหน้าที่มีเค้าโครงอย่างชาวเอเชียทว่าก็กลมกลืนกับสีนัยน์ตาและเรือนผมอย่างชาวยุโรป อีวี่ยอมให้เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรจูงมือเดินตามไปด้วยความลิงโลด ทิ้งไว้แต่อิสลินที่ยืนห่างไปพอประมาณซึ่งหญิงสาวรีบเอ่ยถามขึ้นมาทันทีที่เดเรกวางสายโทรศัพท์

“มีอะไรหรือคะ เดเรก...ทำไมคุณดูเครียดจัง”

“แอร์โรว์ไวรอนต์พบปัญหาใหญ่เสียแล้ว”

ชายหนุ่มว่าพลางเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เห็นได้ชัดว่าเดเรกมีสีหน้าแสดงความกังวลอย่างมาก

“แอนดรูว์บอกว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมแจ้งมาที่บริษัทเมื่อเช้านี้บอกว่าด่านตรวจพบการขนย้ายอาวุธเถื่อน เขาพบยูเอวี (อากาศยานไร้คนขับ) จำนวนหนึ่ง มันเป็นโดรนสังหารชนิดเดียวกับที่เราออกแบบให้กระทรวงรุ่นล่าสุด”

“อะไรนะคะ!”

“เขาสงสัยว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกค้าอาวุธและคิดว่าเราปล่อยสิ่งประดิษฐ์ให้นายหน้าพวกนั้น ตอนนี้มีคนเผยแพร่ข่าวออกไปทั่วโลกทำให้ทางกลาโหมอยากทบทวนเรื่องคู่สัญญาการประดิษฐ์ยูเอวีอีกครั้ง”

“มันจะเป็นไปได้อย่างไรคะ เดเรก...แอร์โรว์ไวรอนต์ไม่เคยมีประวัติเสียหายในเรื่องแบบนี้ เป็นไปได้ไหมคะว่าอาจมีใครสักคนขายความลับของบริษัท”

“อาจเป็นอย่างที่คุณคิดหรืออาจไม่ใช่ แต่ผมคงต้องกลับอเมริกาเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณจะอยู่ต่อผมค่อยให้เครื่องบินกลับมารับ”

“เดเรกคะ” อิสลินจับแขนของเขาไว้พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วง

“ฉันจะกลับไปพร้อมกับคุณค่ะ และอีวี่...อีวี่!”

หญิงสาวหันมองรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นเงาของลูกน้อยซึ่งยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะหลังฟังข่าวร้ายจากคู่สมรส ทว่าเดเรกกลับมองตามอย่างใจเย็น

“อีวี่อาจวิ่งเล่นแถวนี้ ผมจะเดินไปดูทางโน้นก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มยิ้มแกน ๆ ก่อนจะเดินไปอีก้านของสุสานในขณะที่อิสลินเดินตรงไปทางกอดอกไม้เล็ก ๆ ที่อีวี่ชี้ให้ดูเมื่อครู่

“อีวี่...ลูกจ๋า”

หญิงสาวเดินพลางเรียกด้วยความรู้สึกที่เริ่มเป็นกังวล อีวี่แม้เป็นเด็กผู้หญิงแต่ก็ซุกซนเข้าขั้นจนบางครั้งเธอก็ถึงกับหอบ แต่อิสลินไม่เคยอยู่ห่างจากนางฟ้าของเธอเลยตั้งแต่แม่หนูลืมตาดูโลก นัยน์ตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความรักนิรันดร์ที่จะอยู่กับเธอตลอดไป

“อีวี่...ลูกอยู่ไหน?...อีวี่”

ร่างบางรู้สึกว่าตัวเองเดินออกมาไกลและก้าวผ่านกอไม้รกเรื้อกระทั่งถึงบริเวณน้ำพุเล็ก ๆ ซึ่งห่างออกมาจากสุสานพอประมาณ

“อีวี่!” อิสลินปรี่เข้าไปกอดบุตรสาวที่นั่งอยู่บนพื้นหญ้าใกล้กับน้ำพุเพียงโดดเดี่ยว

“อีวี่...แม่บอกหนูแล้วไงจ๊ะว่าอย่าไปไหนมาไหนคนเดียว แม่ตกใจหมดรู้มั้ย”

เสียงเอ็ดเบา ๆ ของหญิงสาวทำเอาหนูน้อยหน้าหงิกตาแดงก่ำ อีวี่ไม่พูดอะไรแต่ค่อย ๆ ยื่นของสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้มารดาถึงกับผงะ

“อีวี่...ลูกไปเอาดอกไม้นี่มาจากไหน?” หญิงสาวถามขณะรับดอกกุหลาบสีชมพูหวานจากร่างเล็ก

“มีคนชวนหนูมาที่นี่...เขาบอกว่ามีดอกไม้สวย ๆ เยอะแยะ แล้วเขาก็ให้ดอกไม้นี่กับหนู”

อิสลินจ้องปากเล็กบางที่พรั่งพรูคำพูดไม่ค่อยชัดถ้อยตามประสาเด็ก เธอก้มลงมองดอกไม้แสนสวยในมือ มันคือกุหลาบปรินเซส เดอ โมนาโก

“ไคลน์...”

ร่างบางพูดกับตัวเองเบาจนเป็นกระซิบ ดวงตาคู่นั้นเริ่มมีน้ำรื้น ไม่ว่ายามหลับหรือตื่นภาพความทรงจำครั้งวันคืนเก่า ๆ ก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในมโนนึก แต่แล้วหญิงสาวต้องปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นมารับความเป็นจริงที่ว่า เซอร์เรนัล์ฟ ไคลน์ ได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว

“มามี้ขา...เขาบอกหนูว่ามันเป็นดอกกุหลาบ...ที่สวยที่สุดในโลก เป็นความจริงหรือคะ?”

“เขา?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป