บทที่ 9 บทที่ 9

“ก็คุณน้าคนนั้น...ไงคะ”

เด็กหญิงหันไปรอบ ๆ ก่อนทำสีหน้าผิดหวังเมื่อพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครอื่นอยู่ในที่นั้นนอกจากตัวเองกับมารดา

“มามี้...อีวี่ไม่ได้โกหกนะคะ”

“มามี้ไม่ได้ว่าหนูโกหกนี่จ๊ะ” อิสลินดอบกอดแม่หนูน้อยไว้เมื่อความพลุ่งพล่านในใจเริ่มลดน้อยลง “อาจเป็นคนแถวนี้กระมัง แต่ทีหลังอย่าแอบตามใครมาแบบนี้อีกนะจ๊ะ สัญญาแบมามี้สิจ๊ะ”

“แต่เขาก็ใจดีมากนะคะ มามี้ไม่ต้องห่วงหนูหรอกค่ะ”

“อีวี่...ลูกเป็นแก้วตาของมามี้ จะไม่ให้ห่วงหนูได้อย่างไร หนูตัวแค่นี้ถ้าเกิดหนูหายไป มามี้คงจะ...”

“มามี้ร้องไห้อีกแล้ว...อย่าร้องนะคะ”

มือน้อยที่ค่อย ๆ บรรจงเช็ดรอยน้ำใต้ดวงตาของมารดาด้วยความไร้เดียงสาราวแสงอบอุ่นอาบลงบนหัวใจของหญิงสาว อิสลินก้มลงจูบบนเปลือกตาบอบบางและริมฝีปากนุ่มนิ่มของอีวี่ด้วยความรักสุดหัวใจ ภาพที่สองแม่ลูกนั่งตระกองกอดบนลานหินใกล้น้ำพุกำลังถูกจับตามองผ่านแว่นสีชาของบุรุษร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งสงบนิ่งบนเบาะด้านหลังภายในรถเลคซัสสีดำสนิทซึ่งจอดอยู่ห่างไปไม่ไกล

“จะกลับเลยไหมครับ?”

คนขับซึ่งเป็นชายหนุ่มถามขึ้นขณะมองคนที่นั่งด้านหลังผ่านกระจกหน้า เจ้าของใบหน้าคร้ามคมถอดแว่นออกเผยให้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าเข้มสาดประกายเยียบเย็นดุดัน

“ออกรถเถอะ แล้วโทรบอกคนของฉันให้เตรียมเครื่องบินไว้ด้วย ฉันจะกลับนิวยอร์คคืนนี้”

“ครับ...คุณไคลน์”

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เป็นเวลานับเดือนอิสลินได้แต่มองเดเรกนั่งอยู่เพียงลำพังในศาลารูปทรงกรีกโบราณซึ่งแวดล้อมด้วยต้นไม้ภายในบริเวณของสวนบนเนินหลังคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ชานเมืองของกรุงนิวยอร์คซิตี้ เธอรู้สึกถึงท่าทีของผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีดูผ่อนคลายลงหลังอยู่ในอาการเครียดและมีความปริวิตกเกี่ยวกับข่าวที่ทำให้แอร์โรว์ไวรอนต์สูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้าถูกเผยแพร่ออกไปจนทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเกิดความเสียหายและเหนืออื่นใดยังถูกเพิกถอนการเป็นคู่สัญญากับกระทรวงกลาโหม เขาควรต้องไม่สบายใจแต่กลับกลายเป็นว่าได้จุดประกายอะไรบางอย่างจากเหตุการณ์นั้น

หลังส่งอีวี่เข้านอนและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เลี้ยงคอยดูแลอิสลินจึงปลีกตัวลงไปที่สวนหลังคฤหาสน์ตอนอาทิตย์ลับฟ้าไปนานแล้ว โดยปกติหญิงสาวจะมาที่นี่บ่อยครั้งเพื่อดูแลสวนดอกไม้ที่เธอใช้เวลาว่างปลูกมันด้วยตัวเอง กลิ่นอวลไอในยามค่ำคืนของดอกกุหลาบปรินเซส เดอ โมนาโก ล่องลอยมาตามสายลมในช่วงเวลาของฤดูร้อน มันทำให้เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองกุหลาบงามเบ่งบานแตกช่อเต็มไปหมดในสวนแสนสวย ร่างบางในชุดนอนผ้ามัสลินสวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมเดินไปจนถึงศาลาที่ตกแต่งด้วยเสาไพลอนแบบกรีก เดเรกยังอยู่ที่นั่น เขานั่งหันหน้าไปยังคุ้งฟ้ากระจ่างด้วยแสงไฟจากยอดตึกสูง

“ยังไม่นอนหรือคะ เดเรก?”

เสียงหวานที่ดังขึ้นไม่ได้ทำให้เขาตกใจแต่อย่างใด ชายหนุ่มเพียงหันมายิ้มกับหญิงสาวที่ทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ

“ยัง...ผมกำลังคิดเรื่องวันพรุ่งนี้ที่ผมต้องเดินทางไปปารีส”

“ฉันคิดว่าคุณกำลังคิดถึงเรื่อง...” อิสลินชะงักคำพูดและเหลือบมองหนังสือพิมพ์ในมือของเขา

“ข่าวที่ประธานแอร์โรว์ไวรอนต์หย่ากับภรรยาน่ะหรือ?” เดเรกเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ร่างแน่งน้อยเงียบไป เธอเพิ่งไปเซ็นต์ใบหย่ากับเดเรกเมื่อวานนี้และมันก็กลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งอีกระลอกถัดจากข่าวความเสียหายที่เกิดกับบริษัท

“อีฟ...คุณคงไม่โกรธผมนะ ที่จู่ ๆ ผมก็ทิ้งคุณไปในช่วงเวลาแบบนี้”

เดเรกดึงมือเรียวบางนั้นมาไว้บนตักและบีบมันเบา ๆ ก่อนจะกล่าวต่อ

“มันน่าจะถึงเวลาที่ผมต้องยุติการทำหน้าที่การเป็นประธานแอร์โรว์ไวรอนต์ซึ่งมันเป็นความหวังของพ่อกับแม่เสียที หลังจากท่านทั้งสองเสียชีวิตผมก็คิดมาตลอดว่าอยากถอดหัวโขนนี้ออกไปในสักวัน ที่ผ่านมาผมมอบหน้าที่ให้แอนดรูว์หัวหน้าฝ่ายวิจัยดูแลการผลิตมาตลอด เพราะที่จริงผมไม่ได้อยากสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อมากสักเท่าไหร่ ผมอยากไปอยู่ในที่สงบและใช้ชีวิตในแบบที่ผมเป็น”

“แต่ตอนนี้คุณก็กำลังจะได้ไปตามทางที่คุณมุ่งหวัง เราต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอมาไม่ใช่หรือคะ”

“อีฟ...หลังจากที่ผมเดินทางไปปารีสแล้ว ผมอยากให้คุณได้รับรู้เจตนารมณ์ของผมอีกอย่าง นั่นคือการขายหุ้นทั้งหมดของแอร์โรว์ไวรอนต์ คอร์ป”

“ฉันจะจัดการทุกอย่างได้อย่างไรล่ะคะ ถึงตอนนี้หุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทจะเปลี่ยนจากคุณมาเป็นฉันก็จริง แต่ฉันก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของคุณเลยนะคะ”

อิสลินแสดงความกังวลออกมาทางสีหน้าและแววตา แอร์โรว์ไวรอนต์มีปัญหาประจวบกับเวลาที่เดเรกอยากวางมือ เขาหย่ากับเธอก็จริงแต่กลับให้เธอเป็นผู้กุมบังเหียนบริษัทประดิษฐ์ยูเอวีระดับโลก

“อีฟ...ผมจะไม่ทำให้คุณกับลูกต้องลำบาก หลังจากที่กระทรวงเพิกถอนสัญญากับเราก็มีบริษัทผลิตโดรนรายใหญ่ติดต่อมาหาผม บริษัทนี้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาเป็นคู่สัญญากับกระทรวงกลาโหมแล้ว พอผมบอกว่ากำลังจะขายหุ้นในบริษัทและขายโรงงานผลิตยูเอวีที่เมืองเดย์ตัน อู่อุตสาหกรรมการบินของสหรัฐ เขาก็รีบเสนอตัวที่จะซื้อในทันที”

“บริษัทอะไรหรือคะ?”

“ดี ฮันเตอร์ คอร์ป เป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากและเขาก็ผงาดขึ้นมาแทนที่แอร์โรว์ไวรอนต์ได้ในที่สุด”

“ใครเป็นเจ้าของกันคะ?”

ชายหนุ่มนิ่งนึกก่อนที่สุดท้ายก็ส่ายศีรษะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป