บทที่ 7 คนขัดดอก
บทที่ 7
คนขัดดอก
พบตะวันที่เพิ่งปิดประตูร้านขายยาลงเมื่อครู่เป็นอันต้องชะงัก เมื่อจู่ ๆ พิรัชต์ก็มาปรากฏต่อหน้าเธอ เช่นนั้นหญิงสาวเอี่ยวตัวจะกลับเข้าไปด้านในร้านอีกครั้งหวังรอดพ้นจากคนใจร้าย แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเขาเอาตัวเข้ามาขวาง
“จะรีบหนีไปไหน”
“ไปให้ไกลจากคุณพร้อม”
“ตลกม่อน ฉันให้เวลาเธอมาเยอะแล้ว ได้เวลาทำงานสักที” พิรัชต์เอ่ยออกมาและกระชากแขนให้เดินตามไปด้วยกัน ก่อนหน้านี้เขายุ่งเรื่องส่งออกองุ่นไหนจะงานที่ปางช้างอีกจึงไม่มีเวลาเฉียดไปหาพบตะวัน แต่วันนี้ทางสะดวก
“คุณพร้อมจะพาม่อนไปไหน ม่อนไม่ไปนะ” เข้าหล่อนพยายามขืนตัวเองสุดแรง แต่ก็ยังสู้คนใจยักษ์ไม่ได้อยู่ดี
“อ้าวคุณพร้อม มาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย” พบตะวันไม่รู้ว่าโชคชะตาเธอมันอับโชคขนาดไหน ถึงได้เจอเข้ากับป้าลีที่เพิ่งเดินออกมาจากตลาดแบบพอดิบพอดี
“มาธุระน่ะครับ เจอป้าลีพอดี ผมจะพาม่อนไปทำธุระนะครับ ป้าลีกลับไร่ไปก่อนได้เลย” เขาไม่รีรอรีบเข้าประเด็นทันที
“คุณพร้อม” พบตะวันตวัดสายตาไปมองคนตัวโต ที่ยังรั้งข้อมือเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ธุระกับม่อนมันหรือคะ?” ป้าลีขมวดคิ้วไม่ค่อยเข้าใจ เจ้านายนางเนี่ยนะจะมีธุระกับพบตะวัน ทั้งที่แต่ก่อนเคยยุ่งกันเสียที่ไหน
“ใช่ครับ”
“ป้าลี ม่อน-”
“ถ้าเธอพูดอีกคำเดียว ฉันจะคิดดอกเบี้ยเพิ่ม” เขากระซิบเบา ๆ ลงข้างใบหูหญิงสาว ทำให้พบตะวันจำต้องสงบปากสงบคำ เพราะจำนวนหนี้ที่ติดเขาอยู่ตอนนี้ก็แทบชดใช้ได้ไม่ไหว หากพิรัชต์เพิ่มดอกเบี้ยเข้าไปเธอแย่แน่ ๆ
“โอเคจ้ะ งั้นเดี๋ยวป้ากลับก่อนแล้วกันนะม่อน”
“ค่ะ” พบตะวันได้แต่ตอบรับเสียงอ่อย เธออยากกลับไปพร้อมป้าลีไม่ได้อยากไปกับไอ้คนใจมาร ปากหมาแบบพิรัชต์
สองคนเฝ้ารอให้รถของป้าลีและลุงเลิศเคลื่อนตัวออกไปจากตลาดจนลับสายตา ก่อนพิรัชต์จะทั้งลากทั้งดึงให้พบตะวันเดินตามตัวเองขึ้นไปบนรถจิ๊ปคันโตที่จอดเอาไว้ไม่ไกลกันมากนัก
“โอ้ย!” เพราะเขาผลักให้หญิงสาวเข้าไปในรถ พบตะวันจึงไม่ทันได้ระวังศีรษะส่งผลให้ชนเข้ากับขอบประตูรถจนได้
“สมน้ำหน้า” นอกจากจะไม่ขอโทษแล้วยังแสดงมิตรภาพด้วยการยิ้มเยาะออกมาอีก ก่อนเดินไปขึ้นรถอีกฝั่ง แต่ท่าทางของเจ้าหล่อนที่เหมือนจะกระโจนลงจากรถทำให้ชายหนุ่มต้องยื่นคำขาด
“ถ้าลงมาเธอเจอดีแน่” พิรัชต์ชี้นิ้วสั่งเสียงเข้ม และเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกครั้ง แน่นอนว่าคำพูดของเขาทำให้คนที่หัวรั้นอยากหนีชายหนุ่มไปให้ไกลต้องจำยอมนั่งอยู่ที่เดิม และยอมไปกับเขา
รถของพิรัชต์เลี้ยวเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง คิ้วเรียวขมวดไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไรว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไม แต่ก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ พบตะวันจำต้องยืนรอพิรัชต์พูดคุยโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วถูกลากให้เดินตามไปจนถึงแผนกสูตินรีเวช
ก่อนเขาจะทำนิสัยเหมือนไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนโดยการเปิดประตูห้องตรวจออกโต้ง ๆ ไม่พอยังดันให้พบตะวันนั่งลงบนเก้าอี้ต่อหน้าคุณหมอหน้าหล่อคนหนึ่ง
“โอ้ย! คุณพร้อม” ไม่วายแวดใส่เขาเพราะสองครั้งแล้วนะที่เขาทำเธอเจ็บวันนี้
“ไอ้หมอ ฉีดยาคุมให้แม่นี่หน่อย”
“อะไรวะไอ้พร้อม อยู่ ๆ มึงก็บุกเข้ามาห้องตรวจกูแล้วก็บอกให้กูฉีดยาคุมให้ผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ”
“บุกห่าอะไร กูโทรมาถามมึงแล้วว่ามีคนไข้รึเปล่า”
คำพูดของพิรัชต์เมื่อกี้ทำให้พบตะวันนึกถึงตอนที่เขาคุยโทรศัพท์ก่อนหน้า ที่แท้ก็คุยกับคุณหมอสุดหล่อคนนี้หรอกหรือ?
แล้วเมื่อกี้อะไรนะ!?
การที่เขาลากเธอมาที่นี่เพื่อให้ฉีดยาคุม?
“ไอ้ฉิบหาย!” คุณหมอหนุ่มสุดหล่อ ‘คีรติ’ อดไม่ได้ที่จะสถบคำหวานให้เพื่อนรัก พลางมองพบตะวันแวบหนึ่งและหันไปหาพิรัชต์
“แล้วเขาเป็นใคร”
“คนขัดดอก”
คีรติแปลกใจ ถ้าจำไม่ผิดพิรัชต์หมายตาผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ คนนั้นหน้าตาคล้ายจีรนันท์ราวกับแกะทั้งรู้อีกว่าครอบครัวของหญิงสาวติดหนี้เพื่อนเขาอยู่หลายล้าน แล้วไหงสุดท้ายถึงเป็นคนนี้ไปได้กระนั้นคีรติไม่ได้ตั้งคำถามอะไรออกไป เพราะเห็นทีเวลานี้ยังไม่ควร
“เสร็จเรียบร้อยแล้ว” คีรติวางเข็มลงบนถาดที่ถูกจัดเตรียมไว้ พลางเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณหัวไหล่ของพบตะวันแผ่วเบา
“ขอบคุณมากนะคะ” พบตะวันเอ่ยขอบคุณเสียงหวานให้คุณหมอคีรติ แต่พอหันไปเห็นหน้าของพิรัชต์แล้วรอยยิ้มบนหน้าก็จืดจางลงไปทันตา
“ทีกับไอ้คียิ้มหวาน ทีกับฉับทำหน้าเหมือนอมขี้เลยนะม่อน”
“ก็หน้าคุณพร้อมมันไม่เห็นมีอะไรน่ามอง คนอะไรหน้าดุอย่างกับยักษ์วัดแจ้ง”
คำพูดของพบตะวันทำให้คีรติขำพรืดออกมา ตอนแรกก็นึกห่วงกลัวรับมือเพื่อนเขาไม่ไหว พิรัชต์เห็นมันหล่อมีเสน่ห์เป็นขวัญใจสาว ๆ แบบนี้แต่สันดานเสียปากหมาอยู่มาก ถ้าไม่ชอบก็สารพัดที่จะหาเรื่องมาให้ปวดหัวแต่พอเห็นว่าหญิงสาวต่อปากต่อคำกับมันได้ก็นึกเบาใจ
“ม่อน!” พิรัชต์ควันแทบออกหู ผู้หญิงคนนี้ต้องโดนสั่งสอนที่กล้ามาว่าเขาเป็นยักษ์วัดแจ้ง!
“มึงขำอะไรไอ้หมอ” ไม่พอยังพลานมาถึงคีรติ ไม่ชอบใจตวาดเสียงดัง
“มึงเบาสิไอ้พร้อม นี่โรง’บาลนะ” คุณหมอสุดหล่อหันไปปรามเพื่อน
“ฉันฝากไว้ก่อนเถอะม่อน” เขาหัวเสียคาดโทษสถานหนัก เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากห้องตรวจของคีรติ
“อย่าไปถือสามันเลยนะ มันก็เป็นแบบนี้แหละปากหมาแต่ใจดี”
“เขาใจดีจริงเหรอคะ” เธอไม่อยากจะเชื่อ
“ให้ฉันพูดม่อนคงไม่เชื่อ ลองดูด้วยตัวเองดีกว่า”
ของแบบนี้ต้องเห็นด้วยตัวเอง เพื่อนเขามันเป็นคนดีทว่าถ้าร้ายก็ร้ายพอตัวเหมือนกัน แต่สำหรับพบตะวันเขาคิดว่าอาจอยู่ในกรณีพิเศษ กรณีที่แตกต่างออกไป เพราะตนดูออกว่าพิรัชต์ไม่ได้ใจร้ายกับพบตะวันขนาดนั้น
“ก็ได้ค่ะ”
สาวเจ้ายิ้ม ให้เธอคอยดูเขาหรือ? บางทีก็อาจจะจริงอย่างที่คีรติบอก เพราะระยะเวลาที่เธออยู่ที่ไร่เขามาสามเกือบสี่เดือน พิรัชต์ใจดีและมักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนงานเสมอ ยกตัวอย่างก็คงเป็นบ้านพักที่อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ไหนจะออกค่ารักษาพยาบาลให้กับคนงานที่ป่วยทุกคนอีก โดยรวมเขาเป็นเจ้านายที่ใจดีกับคนอื่น ๆ แต่อาจยกเว้นเธอไว้หนึ่งคน
“ฉันฉีดยาคุมให้ม่อนเรียบร้อยแล้ว เป็นแบบหนึ่งเดือนนะ ระหว่างนี้ถ้ามีเพศสัมพันธ์ก็ขอให้สวมถุงยางไปก่อน”
พอคีรติพูดถึงเพศสัมพันธ์ขึ้นมา ทำให้คนฟังแอบหน้าแดง แต่ก็ต้องตอบรับ “เอ่อ...ค่ะ”
“แล้วก็ถ้าไอ้พร้อมมันทำอะไรบ้า ๆ ก็อย่าไปกลัวมัน ฉันแนะนำให้สู้มันกลับ”
“ม่อนก็คงไม่ยอมให้เขาทำม่อนเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวหรอกค่ะ”
“นี่แหละ ตาต่อตา ฟันต่อฟันไปเลย”
“นี่! เสร็จรึยังวะไอ้หมอ มึงจะฉีดยาให้แม่นั่นหมดทั้งโรง’บาลรึไง” ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมดวงหน้าหล่อของพิรัชต์ไม่สบอารมณ์ที่ต้องรอนาน ไม่รู้ว่าพูดคุยอะไรกันนักหนายาคุมก็ฉีดเสร็จแล้ว ลีลาชะมัด!
“เสร็จแล้วโว้ย! ขี้โวยวายจังนะมึง”
“เสร็จแล้วก็กลับ” ไม่ว่าเปล่า แต่เดินเข้ามาหาพบตะวันรั้งแขนหญิงสาวให้ลุกขึ้นเดินตามไปด้วยกัน แต่เสียงของคีรติก็ดังขึ้นก่อน
“กูขอคุยด้วยหน่อยไอ้พร้อม”
“กับกู?”
“เออ! ไม่ให้กูคุยกับมึงแล้วจะให้กูคุยกับหมาที่ไหน”
“งั้นถ้าคุณหมอคีจะคุยกับคุณพร้อม ม่อนขอไปหาพ่อได้ไหม?” ถือโอกาสพบตะวันก็ร้องขอเขาทันที
“หาพ่อ?”
“พ่อม่อนรักษาตัวอยู่ที่นี่”
บิดาของเธอล้มป่วยตั้งแต่ที่โรงงานมีปัญหา พักหลังมานี้พ่ออยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก ท่านรู้เรื่องที่บ้านติดหนี้พิรัชต์อยู่ แต่ไม่รู้ว่าเธอมาทำงานชดใช้หนี้ให้เขาแทนพี่สาว เพราะแม่สั่งห้ามเอาไว้กลัวว่าหากพ่อรู้จะส่งผลให้อาการทรุดมากกว่าเดิม ส่วนเธอก็จำเป็นต้องโกหกว่าตัวเองไปทำงานที่ต่างจังหวัดมาหาไม่ค่อยได้ สิ่งที่ทำได้มีแค่คุยกันผ่านโทรศัพท์แค่นั้น
ในความรักที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของมารดา อย่างน้อย ๆ พบตะวันก็ยังได้รับความรักของบิดาเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่สึกหรออยู่บ้าง ท่านแจกจ่ายความรักให้ลูก ๆ อย่างทั่วถึง บางทีเธอก็อยากถามแม่บ้างเหมือนกันว่าเมื่อไรความรักของท่าน จะส่งต่อถึงเธอ
“ฉันให้เวลาเธอแค่สิบนาที ถ้านานกว่านั้นหรือคิดจะหนีเห็นดีกันแน่”
“ขอบคุณค่ะ” พบตะวันไม่ต่อล้อต่อล้อต่อเถียงกับเขา เพราะกลัวว่าตัวเองจะเสียเวลาสิบนาทีนั้นไป จึงรีบลุกขึ้นและรีบเดินออกไปจากห้องตรวจของคีรติ มุ่งตรงไปหาบิดาที่อยู่ในตึกเดียวกันแต่คนละแผนก
“มึงอยากคุยอะไรกับกู” หลังจากพบตะวันเดินออกไปแล้ว พิรัชต์ชักชวนเข้าเรื่องทันที
“มึงก็รู้ไอ้พร้อมว่ากูยากคุยกับมึงเรื่องอะไร” เพื่อนเขามันฉลาด ไม่ต้องให้เขาจั่วหัวหรอกว่าอยากรู้เรื่องไหน
“ก็อย่างที่มึงเห็น”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
“ไม่เอามาทำพันธุ์แล้วโว้ย! แม่งโกหกกูว่าไม่มีแฟนนึกแล้วโมโหฉิบหาย”
“แล้วม่อนเขาเป็นใคร”
“ก็น้องแม่นั่นไง” พิรัชต์ตอบหน้าตาย
“ห้ะ!”
“กูเพิ่งรู้ว่ามึงหูตึง”
“ไอ้เวร มึงไม่เอาพี่แต่สุดท้ายมึงก็เอาน้องเขาเนี่ยนะ”
“ก็ช่วยไม่ได้ กูต้องได้แก้แค้นที่บ้านนั้นกล้าหลอกกู”
“มึงนี่นะ กูล่ะอยากตบกบาลมึงจริง ๆ” คุณหมอหนุ่มสุดจะทน
“กูเสียเปรียบแล้วก็โดนหลอกนะไอ้หมอ มึงจะยอมให้เพื่อนมึงโดนเอาเปรียบเหรอวะ!?”
“กูพูดอะไรไปตอนนี้มึงก็หาข้อต่างให้ตัวเองได้ตลอดนั้นแหละ แล้วมึงรู้เรื่องที่คุณพราวดาราอะไรนั่นมีแฟนได้ไง ไหนว่าไปเรียนต่ออังกฤษ”
“ไอ้อัทธ์ไปเจอพอดี”
“เออ! ดีว่ะ นี่ถ้ามึงไม่พาเขามาฉีดยาคุมกูจะรู้เรื่องนี้ไหม ทั้งมึง ทั้งไอ้อัทธ์ปิดปากเงียบ”
“ก็มึงทำแต่งาน ข้อความก็ไม่อ่านไม่ตอบ”
“กูก็ต้องทำงานหาเงินครับคุณพร้อม ใครจะไปรวยล้นฟ้า ไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้สบาย ๆ ไปทั้งชีวิตแบบคุณมึงล่ะครับ”
“พูดมากว่ะ ขี้เกียจฟังแล้ว” พิรัชต์ตัดบทเพราะขี้เกียจฟังเพื่อนสุดเนี๊ยบที่สุดในกลุ่มบ่น
“เอ้า! ไอ้ห่านี่” คีรติไม่นึกถือสา เพราะเขาชินเสียแล้ว
“มึงว่างตอนไหนก็โทรมาแล้วกัน อยากแดกเหล้า”
“มึงนี่นะ”
“กูไปล่ะ ไว้เดี๋ยวโทรหา รับโทรศัพท์ด้วย”
“เดี๋ยวไอ้พร้อม” พิรัชต์ว่าพลางพลิกเท้าเตรียมเดินกลับออกไป แต่เสียงคีรติก็ดังขึ้นก่อน
“อะไรอีก”
“ใจดีกับม่อนเขาหน่อย ระวังหมาขึ้นมาจริง ๆ แล้วกูจะขำให้”
“กูโคตรกลัวเลยครับคุณหมอ” พิรัชต์ไหวไหล่แถมไม่ใส่ใจ เขาน่ะเหรอจะหมา ฝันไปเสียเถอะ! ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรเขาไม่ได้หรอก
พบตะวันเดินกลับไปหาพิรัชต์ที่ลานจอดรถ กระนั้นเธอกลับเห็นเขาพูดคุยอยู่กับใครบางคน เป็นผู้ชายคนหนึ่งอายุอานามไม่ได้ต่างจากเขามากเท่าไร อาจจะมากกว่าแค่สองถึงสามปี ในสถานการณ์นั้นแม้ทุกอย่างจะดูปกติแต่ในแววตาของชายหนุ่มกำลังแฝงความรู้สึกบางอย่างเอาไว้แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร พบตะวันดึงสติกลับมาได้เมื่อเห็นว่าสองคนนั้นแยกย้ายกันแล้ว
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอกับพิรัชต์สบสายตากันพอดี แต่ชายหนุ่มไม่พูดอะไรออกมา เขาเดินขึ้นรถก่อนสตาร์ทเครื่องและขับออกไป
“คุณพร้อม!” พบตะวันตาตื่นเพราะพิรัชต์ขับรถออกไปทั้ง ๆ ที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้!
“คุณพร้อม!” เจ้าหล่อนจำต้องวิ่งตามรถเขาไปเพราะไม่อยากถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่ แต่แล้วไม่นานพิรัชต์ก็ยอมหยุดรถและเปิดประตูเดินลงมามองพบตะวัน ที่ยื่นเหนื่อยหอบอยู่ข้างรถ
“เธอมาช้าหนึ่งนาที”
“...” อ้อ... ที่เขาทำแบบนี้เพราะเธอกลับมาช้าอย่างนั้นหรือ?
ไอ้คนเฮงซวย!
“ถ้าครั้งหน้ายังช้าอีก เธอจะไม่ได้วิ่งตามรถแค่นี้แน่ม่อน แต่ฉันจะให้เธอเดินกลับไร่เอง” เขาเอ่ยเป็นคำเตือน และสั่งเสียงเข้ม
“ขึ้นรถ!”
“...”
คนเป็นไก่รองบ่อนทำได้แต่มองเขาด้วยแววตาโกรธไม่พอใจแต่ก็เดินตามขึ้นรถไป เธอยอมรับว่าผิดที่กลับมาช้า แต่ในระหว่างนั้นเธอก็รีบที่สุดแล้ว แค่นี้ก็ให้กันไม่ได้หรืออย่างไร?
แค่หนึ่งนาทีเนี่ย!
ความเงียบเข้าครอบคลุมทุกพื้นที่บนรถจิ๊ปคันใหญ่สีขาว ตลอดทางไม่มีใครเปิดปากพูดสักคำเดียว ในเมื่อพิรัชต์นิ่งเงียบพบตะวันก็ไม่จำเป็นต้องอ้าปากพูดให้เขานึกรำคาญ พบตะวันทอดสายตามองดูธรรมชาติตลอดสองข้างทางต้นไม้ใบหญ้าผลันผ่านไปต้นแล้วต้นเล่าจนนับไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ถึงที่หมายสักที ไหนจะพระอาทิตย์ดวงโตที่เคยเห็นสุกสกาวก็จางหายไปจากผืนฟ้า แทนที่ด้วยความสว่างนวลของแสงจันทร์ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มกำลังจะพาไปไหน แต่ที่แน่ ๆ มันไม่ใช่ทางกลับไร่
แต่แล้วพบตะวันจำต้องรู้สึกร้อนรนเมื่ออยู่ ๆ พิรัชต์ก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ป้ายตัวโตปรากฏเขียนเด่นชัดว่า ‘หมอกตะวันรีสอร์ท’
“คุณพร้อม พาม่อนมาที่นี่ทำไมคะ”
เขาไม่ตอบ แต่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป ชายหนุ่มขับผ่านบ้านพักหลายหลังลึกเข้าไปในรีสอร์ท ก่อนไม่นานรถคันโตจะจอดหยุดที่หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง เป็นหลังที่ใหญ่และสวยกว่ามากทั้งหลังถูกสร้างด้วยไม้อย่างดีทั้งหมด ห้อมล้อมด้วยรั้วและต้นไม้นานาพันธุ์คอยให้ร่มเงา
“คุณพร้อม...”
“ได้เวลาแสดงเป็นอีตัวแล้วม่อน”
