บทที่ 9 มันแค่สิบเอ็ดปีเอง
ยี่สิบห้านาทีต่อมา... Orianna Condo
หลังจากรถจอดสนิท คนที่เตรียมจะชิ่งก็รีบเปิดประตูรถออกแล้ววิ่งตรงไปยังประตูทางเข้าคอนโดทันทีทันใด
“อลิซ!” ปริณร้องเสียงหลงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าตนจะถูกสาวเจ้าหลอก
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” อลิชาวิ่งไปจนถึงประตูทางเข้า แล้วหันกลับไปตะโกนบอกอีกฝ่ายด้วยสีหน้าขบขัน
“อลิซ!”เขาตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงบึ้งตึง ‘หึ...ได้ เดี๋ยวจะรู้กันว่าใครเป็นใคร!’ ปริณลงจากรถรีบเดินแกมวิ่งตามเข้าไปติดๆ
หน้าล็อบบี...
“พี่ป้อง ไปไงมาไงครับ” จอห์น...เจ้าของวีคอนโดเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้พันเอกปริณ พี่ชายของเพื่อนรักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“จอห์น” ปริณยกมือขึ้นรับไหว้ก่อนจะยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายที่เคย ไปดื่มด้วยกันบ่อยๆ
“รียาอยู่ที่ห้องของอลิซเหรอครับ?” จอห์นถามอย่างสงสัย คิดว่า อีกฝ่ายมารับน้องสาว
“เอ่อ...รียากำลังจะตามมา เราช่วยพาพี่ขึ้นไปรอที่ห้องอลิซ ทีได้ไหม พอดีพี่มีเรื่องสำคัญจะต้องคุยกับอลิซก่อนที่รียาจะมาถึงน่ะ”
“ได้ครับ เชิญที่ลิฟต์ทางนั้นเลย” จอห์นบอกพร้อมกับเดินนำทาง ไปยังลิฟต์ส่วนตัว
ห้านาทีต่อมา...
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
คนที่กำลังแก้ผ้าออกเตรียมจะอาบน้ำได้ยินเสียงที่ประตูห้องดังขึ้น ก็ถึงกับผวา ‘บ้าจริง! หรือว่ายามปล่อยให้พี่ป้องขึ้นมา’
อลิชารีบหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินไปที่ประตู แล้วส่องดู ที่ตาแมวด้วยหัวใจสั่นๆ
“อลิซ! แกอยู่ไหม เปิดประตูให้ฉันหน่อย” จอห์นบอกหลังจากที่ ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ประตู
“จอห์น!” อลิชาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รู้ว่าไม่ใช่ปริณ จึงรีบเปิดประตูให้เพื่อนรัก
“หล่อนคิดว่าเป็นหนุ่มคนไหนล่ะ?” จอห์นกลอกตากับอาการของเพื่อนสาว
“บ้า! ตกใจหมดเลย” อลิชาต่อว่า ก่อนจะตกใจเมื่อเห็นใครบางคนยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเพื่อน
“ไง...อลิซ” ปริณยิ้มให้คนที่กำลังเบิกตากว้างอย่างขำๆ
“พะ...พี่ป้อง!” อลิชาสั่นขึ้นมาทันทีทันใดเมื่อเห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มที่เคลือบอาบยาพิษมาให้
“ใช่พี่เอง” ปริณจ้องมองเรือนร่างบอบบางในชุดเสื้อคลุมด้วยสายตาแวววาว
“พี่ป้องครับ ผมขอตัวก่อนนะครับพี่ พอดีต้องรีบเอาของไปให้เพื่อน” จอห์นรีบบอกเมื่อเห็นข้อความไลน์เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ
“โอเค ขอบใจมากจอห์น” ปริณหันไปพยักหน้าให้เบาๆ
“ดะ...เดี๋ยวจอห์น นี่แกจะทิ้งฉันให้อยู่กับพี่ป้องงั้นเหรอ?” อลิชาถามเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“แกมีปัญหางั้นเหรอ? เดี๋ยวรียาก็ตามมาแล้วนี่” จอห์นถามก่อน จะยกนาฬิกาขึ้นมาอีกครั้ง
“รีบไปเถอะจอห์น” ปริณบอกราวกับเข้าใจ
“ไว้เจอกันครับพี่ป้อง” จอห์นยกมือไหว้ ก่อนจะรีบเดินตรงไป ที่ลิฟต์ โดยไม่ได้หันมองใบหน้าของเพื่อนสาวแต่อย่างใด
“พะ...พี่ป้องหลอกจอห์นให้พามา” อลิชาต่อว่าคนเจ้าเล่ห์
“ใช่!” ปริณบอกก่อนจะดันร่างบางเข้าไปด้านในห้อง แล้วรีบกด ล็อกประตู
“หนูจะโทรหารียา” อลิชารีบเดินตรงไปหามือถือที่วางหน้ากระจกในห้องนอนด้วยสีหน้าตื่นๆ
“พี่บอกแล้วไง...ว่าเราจะคุยกัน” ปริณบอกพร้อมกับดันประตูห้องนอนที่สาวเจ้ากำลังจะปิด ดันเข้าไปด้านใน
“เรื่องอะไร?” อลิชาถามก่อนจะขยับหนีไปอยู่อีกมุมของห้องอย่างไม่ไว้ใจสายตาที่มองมา
“หลายเรื่อง” ปริณบอกพร้อมกับนั่งลงบนเตียงสีชมพูหวานของสาวเจ้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พรุ่งนี้ค่อยคุยได้ไหมคะ นะ...หนูง่วงแล้ว” เธอทั้งกลัวทั้งใจสั่นกับท่าทีของอีกฝ่าย
“งั้นก็มานอนคุยกันที่เตียงสิ” ปริณบอกพลางตบที่หมอนหนุนเบาๆ สองสามทีอย่างเชิญชวน
“บ้า! พี่ป้องเป็นบ้าอะไรเนี่ย” คนที่กลัวจนแทบจะสติแตกต่อว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“เราไม่รู้จริงๆ เหรอ ว่าพี่เป็นอะไร?” ปริณถามพลางจ้องมองใบหน้างามอย่างสื่อความหมาย
“มะ...ไม่ค่ะ”
“หึ เรารู้ดี เชื่อสิ” ปริณเอ่ยย้ำพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากนิดๆ
“หนูไม่รู้” อลิชาปฏิเสธเสียงแข็ง พลางคิดหาทางหนีอีกฝ่าย
“งั้นหนูก็รู้ไว้...ว่าพี่ชอบ” ปริณบอกพลางขยิบตาส่งให้
“ชะ...ชอบอะไร?” อลิชาถามขณะที่หัวใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ
“ก็ชอบเราไง” ปริณบอกพร้อมกับลุกจากเตียง
“แต่หนูไม่ได้ชอบพี่ป้อง” อลิชาตอบก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตูห้องนอน แต่ก็ถูกอีกฝ่ายคว้าแขนแล้วดึงเข้ามากอดจากด้านหลัง
“พี่ดูออกว่าเราชอบพี่” ปริณก้มลงกระซิบพลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของสาวเจ้าอย่างห้ามใจไม่อยู่
“ไม่จริง! หนูไม่ได้ชอบพี่ป้อง” อลิชาบอกพร้อมกับพยายามแกะมือหนาออกจากเอว
“หึๆ แต่สายตาของเราไม่ได้บอกพี่อย่างนั้นนะ” ปริณหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อสาวเจ้ามีอาการดิ้นพล่าน
“พอเถอะ! พี่ป้องอย่ามาพูดจาแบบนี้ ตัวเองมีคนรักอยู่แล้วพี่ไม่กลัวคุณมิ้งจะเสียใจเลยหรือไงฮะ” อลิชาตวาด เพราะหลายเดือนก่อนตอนวันปาร์ตี้วันเกิดของมารียา เธอกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่อยู่ๆ ก็ถูกปริณลากไปจูบ เธอตกใจมากรีบผลักเขาออก แล้ววิ่งหนีออกไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ จากนั้นเธอก็คอยหลบหน้าหลบตาเขามาตลอด
“มิ้งไม่ใช่คนรัก เธอเป็นคู่ขา เราคบกันภายใต้เงื่อนไข พี่จ่ายค่าตอบแทนให้เธอ เหมือนนายจ้างกับลูกจ้าง” ปริณบอกราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่โตที่จะต้องใส่ใจ
“เป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัวที่สุดที่หนูเคยได้ยินมาเลย” เธอบอกอย่างรู้สึกรับไม่ได้
“เราจะคิดยังไงก็แล้วแต่ แต่วิธีนี้คือทางออกที่ดีแล้ว เชื่อสิ”
“งั้นเราก็ไม่มีเรื่องต้องคุยกันอีก”
“ตั้งแต่ที่จูบกับเราเมื่อสามเดือนก่อน พี่ก็ไม่ได้ยุ่งกับมิ้งอีกเลยแล้ววันนี้พี่ก็ตั้งใจจะบอกยกเลิกข้อตกลงต่างๆ แต่ก็มาเจอเราเข้าซะก่อน” ปริณบอกสิ่งที่อยู่ในใจ
“ไม่จริง!” อลิชาส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อในคำพูดของอีกฝ่าย ‘ผู้ชายนี่เห็นแก่ตัวทุกคนสินะ!’
“จริง พี่อยากจะคบกับเราแบบคนรัก” ปริณเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เพราะเขาเอาแต่วาดฝันถึงอนาคตที่มีร่วมกับสาวในอ้อมกอดมานาน ตั้งแต่ที่เธอเรียนอยู่ปีหนึ่ง
“แต่หนูไม่อยากคบกับคนที่มีอายุเยอะกว่า” อลิชาบอกเสียงแข็งไม่อยากเกี่ยวข้องกับชายหนุ่มไปเกินกว่า ‘คนรู้จัก’ ที่เป็นพี่ชายของเพื่อน
“อลิซ!” ปริณหน้าตึงขึ้นมาทันใดกับคำว่า อายุเยอะกว่า...
“ก็มันจริงนี่ พี่ป้องแก่กว่าหนูตั้งสิบเอ็ดปีแน่ะ” สาวเจ้าเถียงต่ออย่างไม่ยอม
“อลิซ! มันแค่สิบเอ็ดปีเอง” ปริณเอ่ยเตือนเสียงเย็น ทั้งที่ภายในใจกำลังเดือดพล่าน อยากจะจับร่างบางอ้อนแอ้นกดลงบนเตียงแล้วทำการเผด็จศึกซะให้รู้แล้วรู้รอด
