บทที่ 5 พี่สาวคนเก่ง
“แกจะสอบเสร็จเมื่อไหร่” ปภาวรินทร์หันไปถามน้องสาว
“อาทิตย์หน้า”
“ถ้าอย่างนั้นสอบเสร็จแล้วแกรีบกลับไปกรุงเทพ จะได้ไปฝากท้อง”
“พี่ปราย เปรมมาคิดๆ ดูแล้ว เปรมว่าเปรมอยากทำแท้ง เปรมไม่อยากให้ลูกเกิดมาลำบาก กลายเป็นลูกไม่มีพ่อ แถมยังมีแม่ไม่เอาไหนอีก” เปรมนีย์บอกเสียงสั่นเครือ
“คิดอะไรบ้าๆ” ปภาวรินทร์เอ็ดน้องสาว
“ไม่ได้บ้านะคะ เปรมคิดอย่างนั้นจริงๆ”
“เปรม... รู้ไหมว่ากฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ของทารกในครรภ์ตั้งแต่ปฏิสนธินะ เมื่อเขาอยู่ในท้องเราแล้วเขามีสิทธิ์ที่จะเกิดมาบนโลกใบนี้ แม้ว่าเปรมจะเป็นแม่ แต่เปรมก็ไม่มีสิทธิ์ไปฆ่าเขาตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง มันผิดกฎหมาย” รพีพูดกับว่าที่คุณแม่มือใหม่ เปรมนีย์ก้มหน้าลง
“แต่คนอื่นเขาก็ทำกันนี่คะ”
“คนอื่นเขาทำกัน แล้วเราจำเป็นต้องไปทำตามเขาไหม ในเมื่อสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ถูกต้อง” รพีย้อนถามกลับหวังให้เปรมนีย์คิดได้ เจ้าหล่อนส่ายหน้า น้ำตาซึม
“ยัยเปรม ฉันบอกแล้วว่าแกไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เราสามารถเลี้ยงเด็กให้เติบโตเป็นคนดี เป็นเด็กที่มีความสุขได้ ขอให้แกเชื่อมั่นในตัวเองว่าแกทำได้ก็พอ ส่วนพ่อของเด็กนั้นไม่จำเป็น เด็กมีแม่คนเดียวก็พอแล้ว ขอแค่แกอย่าเถลไถล ตั้งใจเรียนให้จบเพื่อนที่จะได้ทำงานดีๆ มีเงินไว้ดูแลลูก” ปภาวรินทร์สอนน้องสาว เปรมนีย์อึกอัก
“หลังจากที่วางสายพี่ปราย พี่วศินก็โอนเงินมาให้ 3 แสน บอกให้รีบๆ ไปทำแท้ง”
“ไอ้เบื๊อกนี่มันเหี้ยจริงๆ ทำแล้วก็ไม่รับผิดชอบ น่าจับมันตัดกระจู๋เสียให้เข็ด!” รพีว่า
“ไม่ต้องไปสนใจมัน มันโอนมาให้แล้วก็พอ ได้ 3 แสนก็เอาเก็บมาไว้ก่อน แล้วเอาเงินส่วนนี้ไว้สำหรับฝากท้องกับตอนคลอดลูก อ้อ... เอาไว้ซื้อของเด็กด้วย”
“พี่ปรายจะเลี้ยงไหวเหรอ ตอนนี้พี่ก็มีแค่คอนโด เราจะเลี้ยงลูกในคอนโดกันได้เหรอพี่” เปรมนีย์ถามอีก แววตาของส้องสาวมีแต่ความวิตกกังวล
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ อ้อ... พี่ยังไม่ได้บอกเปรมใช่ไหมว่าพี่ไปจองบ้านเดี่ยวแถวพระราม 2 มาเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นโครงการสร้างใหม่ ตอนนี้พี่ผ่อนดาวน์อยู่ หลังจากนี้พี่ก็จะต่อเติมทำครัว บิ้วอินใหม่ มีห้องของเปรมด้วยนะ แล้วก็มีห้องว่างอีก 1 ห้องสำหรับเจ้าตัวเล็กด้วย หลังจากนี้เราก็จะอยู่กัน 3 คน สะดวกสบายไม่ต้องอึดอัดเหมือนตอนอยู่คอนโด ส่วนคอนโดพี่ก็ปล่อยให้ฝรั่งเช่าไป” ปภาวรินทร์บอกน้องสาว เปรมนีย์ตาโต
“ทำไมเปรมไม่เห็นรู้เรื่องเลย เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่บอกเปรมคะ แล้วนี่พี่ปรายซื้อบ้านราคาเท่าไหร่” เปรมนีย?ถาม ปภาวรินทร์ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“8 ล้าน”
“8 ล้าน!”
คราวนี้ไม่ได้มีแค่เสียงของเปรมนีย์ที่ร้องอุทาน แต่เป็นเสียงของรพีด้วย เขาเด้งตัวขึ้นทันที แววตาของรพีมีประกายชื่นชมเพื่อนสาวเต็มเปี่ยม ใครๆ ก็รู้ว่าปภาวรินทร์ขี้งกบ้างานขนาดไหน แต่ไม่เคยคิดว่าจะก่อร่างสร้างตัวได้ไวขนาดนี้
“สุดยอด เก่งจริงๆ เลย อย่างนี้วันหยุดฉันก็ไปถล่มบ้านแกได้แล้วสิ” รพีถามอย่างสนุกสนาน เพราะตอนเรียนปภาวรินทร์กับแก๊งเพื่อนไปถล่มบ้านเขาเละเทะทุกอาทิตย์ งานนี้ต้องเาคืน
“ได้! ไม่มีปัญหา” เธอบอก
“พี่ปรายเก่งจังเลยค่ะ เปรมอยากเก่งให้ได้อย่างพี่ปรายบ้าง” เปรมนีย์พูดเสียงแผ่ว นึกน้อยใจตัวเองนักว่าทำไมไม่เก่งและแกร่งแบบพี่สาวตัวเองบ้าง ตั้งแต่จำความได้เธอก็เป็นภาระให้พี่สาวมาตลอด แถมตอนนี้ยังทำให้พี่สาวผิดหวังอีกด้วย
“ตอนนี้แกก็เก่ง ทั้งเก่งและเข้มแข็งมาก หลังจากนี้แกจะต้องเข้มแข็งอดทนให้ได้มากกว่าตอนนี้เพื่อนเด็กในท้องที่กำลังจะเกิดมา แกไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะเปรม ตั้งใจเรียนให้จบ อนาคตแกกับลูกจะได้สดใส” ปภาวรินทร์ลูบหัวน้องสาวสุดที่รัก เปรมนีย์พยักหน้ารับ
“ค่ะ เปรมจะเข้มแข็ง”
“ระหว่างนี้แกช่วยดูแลน้องสาวฉันด้วยนะ อย่าให้คลาดสายตา” ปภาวรินทร์หันไปสั่งรพี ชายหนุ่มตะเบ๊ะรับอย่างขันแข็ง
“ได้เลยครับคุณผู้หญิง!”
“ดีมาก!”
“แล้วนี่พี่ปรายไม่ต้องทำงานเหรอคะ”
“วันนี้หยุด คืนนี้พี่ค้างด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ” ปภาวรินทร์บอก
“ได้ค่ะ เอ่อ... เปรมว่าจะถามพี่ปรายตั้งแต่เจอหน้าแล้ว นี่พี่ปรายรีบมาจนไม่ได้อาบน้ำใช่ไหมคะเนี่ย” เปรมนีย์มองพี่สาวตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ปภาวรินทร์สะดุ้งเหมือนนึกขึ้นได้
“เออ! จริงด้วย พี่รีบจองตัวเครื่องบินแล้วก็รีบเก็บของออกมาเลย ยังไม่ได้อาบน้ำล้างตาแปรงฟันเลย ลืม!” ปภาวรินทร์สารภาพบาป รพีทำหน้าแหยงทันที
“มิน่า... ตอนอยู่บนรถว่าทำไมมันมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว กลิ่นจากจั๊กแก้แกนี่เอง ไปๆๆ เลย ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ ตอนเรียนซกมกยังไงตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมเลยไอ้บ้า!” รพีไล่เพื่อนสาวไปอาบน้ำเหย็งๆใปภาวรินทร์เดินไปหาเพื่อนชาย ชูแขนขึ้นปล่อยให้กลิ่นมาดามลอยตลบอบอวนในห้อง เปรมนีย์มองพี่สาวตัวเองที่กำลังเล่นพิเรนทร์อย่างตลกขบขัน แต่มีพี่สาวคนนี้เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาทุกอย่างแล้ว
