บทที่ 8 ตอนที่ 8 ข้อเสนอ

ตอนที่ 8 ข้อเสนอ

@เชียงใหม่

เขมิกาเดินทางขึ้นเครื่องบินมากับท่านประธานของเธอ โดยมีคุณณภัทร คุณปิ่นมุก ทั้งสองท่านคือคุณพ่อและคุณแม่ของเขา และยังมีคุณปกป้องกับเลขา และทีมงานอีกสองคน ที่เดินทางติดตามมาที่เชียงใหม่ในครั้งนี้พร้อมกัน ส่วนทีมงานคนอื่นๆเดินทางมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว

“เดินทางกันมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนกันก่อนเถอะลูก” คุณปิ่นมุกเอ่ยบอกทุกคนให้ไปพักผ่อนห้องใครห้องมันกันก่อน วันนี้คงไม่ได้มีอะไรมาก แค่ดูแลความเรียบร้อยเรื่องสถานที่ เย็นพรุ่งนี้ถึงจะมีงานของจริง

ซึ่งทุกคนก็รับคีย์การ์ดไปคนละอัน แล้วแยกย้ายกันเข้าห้องใครห้องมัน ส่วนเขมิกา เธอได้ห้องที่อยู่ติดกับคุณธันวา เพราะหน้าที่ของเธอคือดูแลทุกเรื่องของเขา การมาทำงานนอกสถานที่ในครั้งนี้ เขายังมอบหน้าที่เรื่องเสื้อผ้าของตัวเองให้เธอดูแลอีกด้วย

“คุณเขม เอากระเป๋าไปเก็บแล้วเข้ามาหาผมในห้องนี้หน่อยนะ”

“ค่ะ” เงินเดือนสูงกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขา ในใจของเธอนั้นรู้ดี ทำให้เธอไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เขาใช้ให้เธอทำอะไร เธอก็ทำให้ไม่เคยเกี่ยง

เขมิกาเอากระเป๋าเข้าไปเก็บในห้องของตัวเองที่อยู่ติดกัน แล้วจึงรีบมาที่ห้องของเขาตามคำสั่ง

“ก๊อกๆๆ”

“เชิญครับ”

“ว๊าย!!” เธอรีบยกมือขึ้นปิดตา ภาพที่เธอเห็นคือเขาถอดเสื้อนอนคว่ำท่อนบนเปลือยเปล่า ส่วนท่อนล่างยังคงมีกางเกงยีนขายาวที่เขาสวมใส่มา สวมอยู่เหมือนเดิม ที่เอวกางเกงยีนมีเข็มขัดหนังอย่างดีคาดเอาไว้ยังไม่ได้ถอดออก ใบหน้าของเขาหันมาทางที่เธอยืนอยู่ แต่ไม่ได้มีท่าทีว่าเขาจะสนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไงเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเฉยของเขาทำให้เธอนึกหมั่นไส้ แถมยังหลับตาลงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีกด้วย

“ทำไมคุณต้องถอดเสื้อออกด้วยคะ” เขมิกาเอ่ยถาม ตกลงเขาเรียกเธอมาทำอะไรกันแน่

“ผมปวดหลัง นวดหลังให้ผมหน่อยสิ” เธอถอนหายใจแรง แต่ก็ยอมทำตามที่เขาสั่ง ในใจแอบคิดว่าเขาเป็นคนขี้ปวดหลังตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

สายตาของหญิงสาวจับจ้องมองลงไปที่แผ่นหลังกว้างของเขา มันอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆยิ่งได้เห็นได้มองในใจของเธอก็เริ่มวูบวาบแปลกๆ เธอค่อยๆเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงข้างๆลำตัวของเขาเพื่อที่จะทำการนวดหลังให้เขาตามคำสั่งได้ถนัดขึ้น

ฝ่ามือเรียวเล็กค่อยๆวางลงไปที่ต้นคอบริเวณบ่าทั้งสองข้าง โดยสัมผัสกับผิวขาวๆของเขาโดยตรง จากนั้นเธอจึงออกแรงนวดเบาๆ หัวใจของเธอที่ไม่เคยสั่นไหวมานานมากแล้ว มันกลับสั่นขึ้นมาอีก เมื่อมือเรียวเล็กของเธอสัมผัสโดนเรือนร่างกำยำแน่นของเขาอีกครั้ง

“แรงๆหน่อย” เขาร้องบอกเธอด้วยท่าทางสบายๆ เขมิกานึกหมั่นไส้ จึงบีบลงไปตรงต้นคอแรงๆ กะว่าจะบีบให้เส้นมันจมไปเลย แต่นิ้วมือของเธอมันดันเกิดไปสะดุดเข้ากับแผลเป็นที่อยู่ตรงบริเวณท้ายทอย มันนูนขึ้นมาค่อนข้างใหญ่ เธอจึงหยุดนวดแล้วแหวกเส้นผมที่ปกปิดตรงบริเวณต้นคอออกดู แต่!!

“จะทำอะไรน่ะ!” เธอยังไม่ทันได้เห็นชัดดี เขาดันรู้สึกตัวก่อนจึงพลิกตัวนอนหงายอย่างไว เขมิกาไม่ทันได้ตั้งตัวเธอตกใจ จึงเสียหลักเผลอนอนทับลงไปบนหน้าอกแข็งแรงของเขาเข้าอย่างจัง

“อุ๊ย!!” สายตาของทั้งสองจับจ้องผสานกันในระยะกระชั้นชิด มันเป็นอุบัติเหตุ เขมิกากำลังจะขยับตัวลุกขึ้น แต่คนเจ้าเล่ห์กลับยกมือขึ้นแล้วออกแรงดันแผ่นหลังเล็กของเธอให้ลงมาแนบอยู่ที่หน้าอกของเขาในแบบแนบชิดยิ่งกว่าเดิม

“ปล่อยนะคะ” ซึ่งหน้าอกของเขาที่เธอทาบทับอยู่นั้น มันเปลือยเปล่า มือของเธอที่วางลงไปบนแผงอกแกร่งมันช่างเรียบเนียนเหลือเกิน ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย แต่เธอดันรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงไม่แพ้กันกับเธอเลย

“เมื่อกี้คุณกำลังจะทำอะไร” เขาเอ่ยถามเธอเสียงเข้ม ปลายจมูกอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

“คุณไปโดนอะไรมาคะ” แผลเป็นทางด้านหลัง เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อสี่ปีก่อน มันสะเทือนถึงสมอง จนเขาเกือบรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้

“อยากรู้เรื่องของผมขนาดนี้เล๊ย ไม่คิดว่าจะเสียมารยาทไปหน่อยเหรอครับ” คนหน้าตาดีมาตั้งแต่กำเนิด คิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอคงสนใจเขา เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆที่มักจะชอบเข้ามาทอดสะพานให้เขาอยู่เป็นประจำ

“แล้วทีคุณ ใช้ฉันนวดหลังให้ คิดว่ามารยาทดีนักเหรอคะ” เธอตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ ใช้เธอทุกอย่างทุกเรื่อง เรื่องงานเธอไม่ว่า แต่เรื่องส่วนตัวนี่สิ ซึ่งเธอก็มีน้ำใจทำให้ แต่เขากลับดูถูกน้ำใจของเธอ

“คุณกล้าเถียงผมเหรอ”

“ฉันแค่พูดไปตามสิ่งที่ฉันคิด ทำไมคะ...แผลเป็นที่ต้นคอของคุณ มันเป็นความลับมากนักเหรอไง” จบประโยคของเธอ เขาเลือกที่จะดันแผ่นหลังเล็กให้ลงมาอีกหน่อย ตอนนี้หน้าอกของเธอแนบชิดติดอยู่กับหน้าอกของเขาอย่างจัง

ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะลุกขึ้นไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากว่ามือของเขาทั้งสองข้างกอดแผ่นหลังของเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ปลายจมูกโด่งชนกันพอดิบพอดี รู้สึกได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย

“คุณจะทำอะไร!” ร่างกายสัมผัสกันแค่นี้เธอไม่ได้ว่าอะไร แต่สิ่งที่เธอกลัวและไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกคือสัมผัสลึกซึ้งเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้ว

“ก็ทำให้คุณรู้ไงว่า เลขาอย่างคุณไม่ควรต่อปากต่อคำกับผมแบบนี้อีก” ทันทีที่เขาพูดจบ เลือดเพลย์บอยที่มีอยู่ในตัวก็เริ่มเข้าสิง เขาจับเธอพลิกนอนราบลงไปกับเตียงนอนนุ่มๆสีขาวสะอาดตา แล้วรีบขึ้นมาทาบทับอยู่บนตัวของเธอแทน ด้วยสภาพท่อนบนเปลือยเปล่าน่ามองสุดๆ

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆด้วย”

“เชิญคุณร้องดังๆเลยครับ ห้องแน่นหนาขนาดนี้ ผมกลัวว่าคุณจะเจ็บคอเอาเปล่าๆ”

“แต่คุณไม่ควรทำกับฉันแบบนี้”

“แบบนี้ แบบไหน” เขาถามขึ้นด้วยสีหน้ากวนๆ

“คุณ!”

“สนใจมาเป็นผู้หญิงของผมมั้ย” อยู่ๆเขาก็ยื่นข้อเสนอให้เธอ โดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ

“คุณมันทุเรศ! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” เธอเสียงดังใส่เขา ในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน

“นี่ผมกำลังถามคุณก่อนนะ ผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณเลยด้วยซ้ำ” กลิ่นกายของเธอมันช่างรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน เขาเริ่มมีความต้องการอยากได้เธอมาครอบครอง โดยความรู้สึกนี้มันออกมาจากจิตใต้สำนึก เนื้อตัวของเธอตอนนี้ที่เขากำลังสัมผัสอยู่นั้น มันช่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นชวนให้เขาหลงใหล

“ฉันไม่มีทางเป็นแบบที่คุณต้องการแน่” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง เธอจะไม่ยอมให้ชีวิตของตัวเองตกไปอยู่ในสภาพเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้วอีกแน่นอน

“คนอย่างผมไม่เอาคุณฟรีๆหรอกครับ คุณสามารถเรียกราคาค่าตัวมาได้เลย ผมยินดีจ่ายให้”

“ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะคะ” เธออยากจะยกมือขึ้นมาตบหน้าเขาซักฉาด แต่ตอนนี้ข้อมือของเธอทั้งสองข้างดันถูกเขารวบขึ้นเอาใว้ที่เหนือศีรษะด้วยมือแข็งแรงเพียงข้างเดียวของเขา

“ผมเห็นว่าคุณสนใจผมเป็นพิเศษ ผมก็เลยคิดว่าคุณน่าจะสนใจข้อเสนอของผม”

“หลงตัวเอง”

“ตอนที่ผมใช้ให้คุณนวด ที่จริงคุณจะไม่ทำก็ได้ แต่คุณก็ยอมทำ แบบนี้ไม่เรียกว่าสนใจผม แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไร”

“ฉันเป็นเลขา ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ที่คุณสั่งเท่านั้น”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอสั่งให้คุณมาทำงานบนเตียงกับผม คุณจะทำมั้ย”

“ทุเรศ! ฉันไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”

“ใจเย็นๆ ผมอาจจะทำให้คุณตกใจมากไปหน่อย ผมแค่ต้องการใครสักคน ผมเป็นคนขี้เหงา ไม่ค่อยชอบนอนคนเดียว คุณมานอนเป็นเพื่อนผมหน่อยได้มั้ย”

“คุณพูดอะไร!...ฉันฟังไม่รู้เรื่อง" ยังไม่ทันสิ้นเสียงของทั้งสองคนที่กำลังนอนทาบทับกันอยู่บนเตียงกว้าง เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

“ก๊อกๆๆ”

"ใครมาวะ!" ธันวาหัวเสีย แอบนึกด่าคนที่มาขัดจังหวะในใจ แต่ไม่เป็นไรเขายังมีเวลาเกลี้ยกล่อมเธออีกนาน

"ก๊อกๆๆ"

"อย่าออกไปนะ อยู่นิ่งๆ ผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าคุณมาอยู่ในห้องนี้กับผม" ธันวาแค่ไม่อยากให้เธอถูกมองไม่ดี เพราะเธอยังไม่ได้ตกลงเป็นของเขา ส่วนเขมิกาเธอคิดไปถึงเรื่องของเธอกับเขาเมื่อนานมาแล้ว ครั้งนั้นเขาก็เคยพูดกับเธอแบบนี้ เขาคงไม่อยากให้ใครมารู้เรื่องของเราเหมือนเมื่อก่อน

ธันวาหยิบเสื้อที่ถอดออกเอาขึ้นมาสวมแล้วเดินออกไปที่ประตู ซึ่งเสียงเคาะประตูก็ยังคงดังขึ้นไม่ยอมหยุด...มันน่าหงุดหงิดใจจริงๆ!

"ก๊อกๆๆ"

"มาแล้วๆ" เปิดประตูออกเห็นเป็นหน้าน้องชาย อยากจะยกขาเตะมันสักป๊าบ

"ไอ้ป้อง มึงมีอะไร"

"คุณพ่อให้ผมมาตามพี่ไปคุยเรื่องงานครับ พี่จะเอาเลขาไปด้วยมั้ย"

"ไม่ต้องให้เธอพักผ่อน ไปๆ" และแล้วทั้งสองคนพี่น้องก็พากันเดินออกไปจากหน้าห้อง

เขมิกายังคงนอนอยู่บนเตียง เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะเปิดประตูแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป