บทที่ 3 สถานะ

บทที่ 2

สถานะ

“ถอดเสื้อผ้าสิครับ หรือจะต้องให้ผมเป็นคนลงมือ”

ปรัตถกรที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำนั่งอยู่ปลายเตียงวางท่าทางนิ่งเฉยดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองไปยังคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาสั่งเสียงเรียบ สภาพชายหนุ่มยามนี้ช่างหมิ่นเหม่คอเสื้อชุดคลุมอาบน้ำแหวกลึกเป็นทางยาวจนเห็นแผงอกแข็งแกร่งที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมา

“เดี๋ยวตะวันทำเองค่ะ”

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสะกดกลั้นห้ามมิให้หยดน้ำตามันหลั่งริน เธอเปลี่ยนใจอะไรไม่ได้แล้วในเมื่อเป็นเธอเองที่เลือกแบบนี้ ทำใจยอมรับมันให้ได้ทานตะวัน...

ทานตะวันค่อย ๆ เอื้อมมือไปถอดชุดนอนธรรมดาแสนเฉิ่มเชย ของตัวเองออกด้วยมือที่สั่นเทา เธอพยายามควบคุมตัวเองสุดกำลังแต่ดูเหมือนว่าจะทำได้ไม่ดีนัก

“ถ้าตะวันยังช้า ผมคิดว่าผมคงต้องเป็นคนถอดเอง” เขาลุกขึ้นจากปลายเตียง ย่างสามขุมเข้าหาแต่ทานตะวันกลับถอยกรู

“ตะวันขอทำเองนะคะ” เพราะรู้ดีว่าหากปรัตถกรลงมือมันจะไม่ใช่แค่การถอดธรรมดาแต่มันจะมากจนไปถึงขั้นเสื้อผ้าราคาสามตัวร้อยของเธออาจจะขาดไม่มีชิ้นดี มันเคยมีเหตุการณ์นี้มาแล้วครั้งหนึ่งและเธอก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง

“งั้นก็รีบ ๆ ครับ ตะวันคงรู้ว่าผมไม่ได้ใจเย็นขนาดนั้น”

“ค่ะ”

หญิงสาวเริ่มลงมือปอกเปลือกตัวเองอีกครั้งคราวนี้เธอทำมันสำเร็จ เพียงไม่กี่นาทีต่อมาร่างสาวก็เปลือยเปล่าหลงเหลือเพียงสองชิ้นที่ปกปิดเอาไว้

“ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าไม่ให้ตะวันใส่ชุดชั้นใน” เขารู้สึกว่าทานตะวันจะเป็นคนดื้อเงียบพอตัว

“ตะวันรู้สึกโล่ง ๆ เลยคิดว่าใส่น่าจะดีกว่า”

“แต่ผมว่ามันเสียเวลาถอด”

“...”

“ทีหลังไม่ต้องใส่นะครับ”

“ค่ะ”

ได้ยินประโยคตอบรับ ปรัตถกรก็รวบคนตัวเล็กกว่าเข้าหาตัวเอง จมูกโด่งสันเริ่มซุกไซร้ซอกคอของหญิงสาวก่อนจะไล่เลี่ยสูดดมความหอมหวานไปจนถึงทรวงอกอวบอิ่ม เขาดันเสื้อชั้นในลูกไม้ขึ้นเหนืออก ก้อนเนื้อนิ่มเด้งออกมาสู้สายตาคนตัวโต เขาไม่รอช้ารีบครอบครองราวกับสิ่งที่อยู่  เบื้องหน้าคือของหวานอันโอชะ

คุณพ่อยังหนุ่มโหมความปรารถนาเข้าใส่ร่างอิ่มก่อนตวัดอุ้ม   หญิงสาวขึ้นแล้วเดินดุ่ม ๆ ตรงไปยังเตียงกว้างวางทานตะวันลงบนที่นอนไม่แรงแต่ก็ไม่เบา จากนั้นตัวเองก็เข้าทาบทับขึ้นคร่อม มือหนาข้างหนึ่ง  จับรวบข้อมือทั้งสองข้างของคนใต้ร่างเอาไว้เหนือศีรษะ รอยยิ้มแสนพึงพอใจเผยออกมาให้เห็น เมื่อทรวงอกและเม็ดทับทิมสีหวานตรงหน้ามันช่างถูกใจเขาเหลือเกิน

อ้า...ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าคนจืดชืดอย่างทานตะวันจะหวานช่ำได้มากขนาดนี้

“คุณปุณณ์...” แรงที่ปรัตถกรกระหน่ำโรมรันกับเนื้อหยุ่นของเธอมันทำให้กายสาวแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ความรู้สึกมากมายตีตื้นขึ้นมา

“ทำไมครับ ไม่อยากเหรอ?” เขาผละใบหน้าออกห่างจากความหอมหวาน ถามเจ้าตัวเสียงพร่า

“…”

“ยังไงครับ”

“ตะวัน...”

“เสียว?”

หญิงสาวไม่พูดแต่เธอพยักหน้ารับ ใบหน้านั้นแดงก่ำขวยเขินสายตาของปรัตถกรที่มองมา แม้รู้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไรแต่ก็อดไม่ได้    จนแทบอยากจะมุดดินให้หายไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด

“จริงสิ แฉะแล้วนี่ครับ” เขาเลื่อนมือต่ำลงไป แหวกผ่านเนื้อผ้าแสนบางเบาไปจนถึงดอกไม้งามที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ ชายหนุ่มส่งนิ้วเข้าไปสำรวจวกวนจนทานตะวันครวญครางออกมา

“อื้อ...คุณปุณณ์”

“ชอบไหมครับ”

“ไม่...อื้อ คุณปุณณ์ มัน อ๊ะ...” หญิงสาวส่ายหัวจนผมยาวสยายออกบ้างก็มาปรกหน้า

ปรัตถกรไม่ฟังคำทักท้วงของทานตะวันเลยสักนิด ชายหนุ่มยิ้มร้ายเขาส่งนิ้วเข้าไปเพิ่มอีกนิ้วดึงเข้าออกเป็นจังหวะช้าบ้างเร็วบ้าง พลางจ้องมองไปที่ดวงหน้าของอีกฝ่ายที่คล้ายว่ากำลังแดงก่ำเพราะความทรมาน

“ทีหลังช่วยเป็นเด็กดีด้วยนะครับ” เขากำลังพูดถึงเรื่องที่หญิงสาวนึกขัดคำสั่งเขา

“คุณปุณณ์...”

“ว่ายังไงครับ ตะวันจะเป็นเด็กดีกับผมหรือเปล่า”

“ขะ...ค่ะ” เธอตอบรับเพราะเขากำลังทำให้ร่างกายทรมานจนต้องเว้าวอนออกมา “คุณปุณณ์...”

“อยากได้อะไรครับ”

“ตะวันขอร้อง...นะคะ” สายตาเว้าวอน ตอนนี้เธอทรมานจนอยากปลดปล่อยเต็มทน

ปรัตถกรยิ้มออกมาอีกครั้ง คราวนี้ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นสลัดชุดคลุมอาบน้ำแสนเกะกะออกไปให้พ้นตัว มวลกล้ามเนื้อแข็งแรงตั้งแต่ช่วงอก ยาวลงไปจนถึงหน้าท้องลอนงาม แขนทั้งสองข้างก็ปรากฏกล้ามเป็นมัด ๆ ทรวดทรงของปรัตถกรไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่น่ามอง หุ่นเขาได้รูปราวกับ  รูปปั้นราคาแพง ดู ๆ แล้วมังกรใหญ่ใต้ร่มผ้านั้นก็คงจะงดงามไม่ต่างกัน  อีกอย่างดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะพร้อมออกมาผงาดและแผลงฤทธิ์แล้ว

คราวนี้เขาสลัดกางเกงตามออกไป แกนกายเผยความยิ่งใหญ่ออกมาคนตัวโตไม่ลืมคว้าเครื่องป้องกันมาสวมใส่ แล้วจับท่อนเนื้อยาวแตะสัมผัสกับดอกไม้ของหญิงสาว ถูไถลากไล้ไปมาจดจ่ออยู่ที่ช่องทางเข้าจนทานตะวันเกร็งกระตุกเรียกร้องเสียงอ่อน

“คุณปุณณ์ เข้ามานะคะ ตะวันขอร้อง”

“เตรียมตัวไว้ให้ดีนะครับ”

“อ้าส์...แน่นฉิบ” คนตัวโตจ่อผสานค่อย ๆ แทรกเนื้อกายเข้าไปภายในร่องสาว ความคับแน่นมันมากเสียจนปรัตถกรเผลอสถบออกมา เสียงดัง เขาไม่เคยพบเจอความรู้สึกที่รัดแน่นเท่าทานตะวันมาก่อน รัดแน่นจนเขาปวดหนึบไปหมด

“อื้อ...คุณปุณณ์”

“ผมขอขยับนะครับ”

ทานตะวันพยักหน้าตอบรับ ปรัตถกรพึ่งพอใจก่อนเขาจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเป็นจังหวะ แรงโหมกระหน่ำของปรัตถกรทั้งรุนแรงและดุดัน   มือหนายันผนังห้องเอาไว้ สะโพกสอบกระเสือกกระสนกายเข้าไปไม่ยั้ง   จนกายสาวสะท้านไปทั้งร่าง

“ตะวันรัดแน่นมาก อ้าส์”

ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้มืออีกข้างเป็นอิสระ เขากอบกุมทรวงอกของทานตะวันเอาไว้ บีบคลึงและหยอกเย้าไปพร้อมกับช่วงล่างที่ทำงาน   อย่างหนักหน่วง เตียงราคาแพงโยกแรง หัวเตียงกระทบเข้ากับผนัง     ตามความดุดันและความต้องการของปรัตถกร ชายหนุ่มเป็นคนเซ็กส์จัดและยากที่จะเสร็จ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่ทำเรื่องพวกนี้กับทานตะวัน     เขาถึงรู้สึกอยากจะปริแตกได้ทุกเมื่อ

ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรใส่เขาหรือเปล่า

“คุณปุณณ์” นัยน์ตาเสมองคนเหนือร่างคล้ายร้องขอ

“ใกล้แล้วเหรอครับ?”

ทานตะวันก็ยังคงไม่ตอบ ดวงหน้าหญิงสาวแทบจะร้อนผ่าวและแดงเถือกไปทั้งหน้า เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้พยายามจะกลั้นเสียงสุดกำลัง ทว่าการกระทำนี้มันกลับไปกระตุ้นต่อมความป่าเถื่อนของ     ปรัตถกรเข้า เขาถึงได้กระแทกกระทั้นไม่หยุด จากนั้นก็ถอดถอยท่อนเนื้อออกมาแล้วดันเข้าไปใหม่เหมือนว่ากำลังหยอกเย้าคนใต้ร่าง ซึ่งแน่นอนว่ามันได้ผลดีทีเดียว

“คุณปุณณ์ อย่าทำอื้อ...แบบนี้”

“แบบไหนครับ ผมทำแบบไหน” ชายหนุ่มยังคงเล่นลิ้นพอใจกับปฏิกิริยาของทานตะวัน

“ก็...”

“ถ้าไม่พูดผมก็ไม่หยุด”

“อื้อ...คุณปุณณ์ ตะวันขอ”

“ว่ายังไงครับ ขออะไร” คนตัวโตดูเหมือนว่ากำลังถือไผ่เหนือกว่าอีกคนมาก

“อย่าถอดออกไป...นะคะ” หญิงสาวร้องขอด้วยแววตาอ้อนวอน เธอหวังว่าเขาจะเห็นใจกัน

“ก็เท่านั้น”

ปรัตถกรขย่มดันเนื้อกายหลุบเข้าหลุบออก ชายหนุ่มก้มมองจุดที่เชื่อมต่อกันระหว่างเขากับทานตะวัน มันน่าพึ่งพอใจเป็นไหน ๆ กับสถานการณ์ตรงหน้า ร่างหนาเริ่มเร่งจังหวะอีกระลอกเมื่อรู้สึกว่าตัวเอง และหญิงสาวใกล้จะถึงฝั่งฝัน ความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเอวหนาทำงานอย่างหนักหน่วงไม่มีลดละ เขาดันสวนกับกลีบดอกไม้งามอยู่อย่างนั้น หยาดเหงื่อเอ่อท่วมกาย แม้ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้อง    ก็ไม่อาจช่วยได้เพราะเพลิงราคะของทั้งสองคนมันช่างมากเกินต้าน

“อีกนิด...ตะวัน อีกนิด อ้าส์!”

“แน่นฉิบ!”

ทั้งร่างสูงและร่างอิ่มต่างพากันปลดปล่อยออกมาแทบทุกหยาดหยด กายแกร่งทิ้งตัวลงบนร่างของอีกคน จมูกโด่งสันสูดดมความหอมบริเวณซอกคอหญิงสาว ช่างไม่เข้าใจเสียจริงว่าทำไมเนื้อตัวของทานตะวันมันถึงได้หอมหวนเชื้อเชิญเขามากขนาดนี้

“คุณปุณณ์คะ”

“หืม?” คิ้วหนาข้างหนึ่งเลิ่กขึ้นสงสัย

“ตะวันหนัก ลุกไปได้ไหมคะ”

“ไม่ลุกได้ไหมครับ” ครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอีกฝ่าย “เพราะผมอยากเอาตะวันต่อ”

ปรัตถกรไม่รอช้า เขาทำอย่างที่ปากว่าจริง ๆ ความต้องการ     มันพวยพุ่งไม่หยุด รู้สึกอยากตอกลึกฝากฝังตัวตนเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า    จุดที่ยังคงเชื่อมต่อกันเสียดสีไปมาเร่งจัวหวะเข้าออกหนักหน่วงและดุดัน

ช่วงเวลาผันผ่านกว่าศึกร้อนบนเตียงจะจบลงก็กินเวลาไปเกือบสองชั่วยาม กายสาวระบมร้าวจากการโดนปรัตถกรกลั่นแกล้ง ไม่พอเขายังสาดเสียดวาจาที่ทำให้คนที่นอนอยู่ข้างกันจุกแน่นไปทั้งอกอีก

“ตะวันจำได้ใช่ไหมครับ ว่าควรทำยังไงต่อ”

“ตะวันรู้ค่ะ ตะวันไม่ใช่คนที่จำอะไรไม่ได้” เขาเห็นว่าเธอ  ความจำสั้นหรืออย่างไร หรือเขาอยากตอกย้ำสถานะเธอกันแน่ว่ามีสิทธิ์มากน้อยแค่ไหน

“ก็ดีครับ ผมจะได้ไม่ต้องย้ำบ่อย ๆ หลังจากที่เราจบธุรกิจกัน” เขาจงใจเน้นย้ำคำว่า ‘ธุรกิจ’ คล้ายอยากให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ว่าความสัมพันธ์เขาและเธอมันเป็นเพียงแค่ความใคร่ มีผลประโยชน์ต่อกันและกันแต่หาใช่ความรัก

“หมดธุระแล้ว ตะวันขอตัวนะคะ”

“เชิญครับ” ชายหนุ่มไม่คิดแยแส เขาพลิกกายหันหลังให้อีกฝ่าย ไม่สนว่าอีกคนจะร้าวรานมากมายขนาดไหน

ทานตะวันหอบสังขารตัวเองกลับมาถึงห้องในที่สุด ใบหน้าหญิงสาวไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว เธอสลัดทุกอย่างทิ้งไปแล้วล้มตัวลงนอน พรุ่งนี้เธอยังมีเรื่องให้ต้องทำต้องคิดอีกเยอะ

แม้ว่าร่างกายจะเมื่อยล้าจากการโดนปรัตถกรเอารัดเอาเปรียบอย่างไร แต่เช้าวันถัดมาทานตะวันยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มี  ขาดตกบกพร่อง

“น้องปิ่นคะ เช้าแล้วตื่นได้แล้วนะวันนี้คุณพ่อจะพาไปไร่นะคะ”

“อื้อ”

“น้องปิ่นคะ เดี๋ยวจะสายเอาน้า” เห็นทีนางฟ้าตัวน้อยวันนี้จะขี้เซาไม่อยากตื่น เพราะปกติเธอเรียกแค่ครั้งเดียวเจ้าตัวก็กระเด้งตัวขึ้นมาแล้ว

“วันนี้ในอ่างน้ำมีพี่เป็ดด้วยน้า ไม่อยากเล่นน้ำป๋อมแป๋มกับพี่เป็ดเหรอ”

“พี่ตะวันพูดจริงเหยอคะ” คราวนี้คนตัวเล็กลืมเบิกดวงตาโตทันที

“จริงสิคะ”

“เย้!” คราวนี้ตะเกียดตะกายพาขาสั้น ๆ จ้ำอ้าวเดินตรงไปที่ห้องน้ำ ทานตะวันมองตามด้วยรอยยิ้มอย่างเอ็นดูและจะเดินตามเข้าไป

ปิ่นมณีนั่งเล่นเป็ดสีเหลืองอยู่ในอ่างน้ำขนาดเล็ก ส่วนทานตะวัน  ก็จัดการถูสบู่ สระผมยาวให้เจ้าตัว เสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาเรื่อย ๆ เมื่อทั้งสองกำลังหยอกล้อกันด้วยความสุขก่อนจะพากันออกไปแต่งตัวและลงไปด้านล่าง ป่านนี้ปรัตถกรอาจจะรออยู่ก่อนแล้ว

“คุงป้อขา” คนตัวเล็กในชุดเอี้ยมกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อน   เสื้อยืดแขนขั้นสีขาววิ่งไปหาบิดาที่กำลังนั่งดื่มกาแฟพลางอ่านข่าวสาร    ในเครื่องมือสื่อสารเครื่องใหญ่

“ว่ายังไงคะนางฟ้าของพ่อ” เขาละสายตาจากหน้าจอหันไปหา  ลูกน้อยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปอุ้มลูกขึ้นมาให้นั่งอยู่บนตัก

“ไปเท่วค่ะ”

“หืม ใครบอกน้องปิ่นครับว่าเราจะไปเที่ยว”

“น้อนปิ่น” เจ้าตัวใช้นิ้วป้อม ๆ ชี้มาที่ตัวเองจนปรัตถกรที่จับใจความได้หลุดหัวเราะออกมา

“น้องปิ่นเป็นคนบอกเองเหรอครับ”

“ชั่ยค่ะ”

ปรัตถกรทำท่าครุ่นคิดก่อนจะยิ้มละมุนออกมาให้ลูกสาว “ใช่ครับ วันนี้เราจะไปเที่ยวกัน แต่ไปไร่ก่อนนะ ไปหาอาปัตถ์ อาโปรดกับอามะลิ”

“จริงเหยอคะ”

“จริงครับ” เขาคิดว่ามันนานแล้วที่ไม่ได้พาปิ่นอนงค์ไปเที่ยว เพราะพักหลังมานี้มัวแต่วุ่นวายอยู่กับรีสอร์ทจนแทบไม่มีเวลาปลีกตัว    ไปไหน ได้ลาพักงานทั้งทีเลยถือโอกาสพาลูกสาวไปเที่ยวด้วยเสียเลย

“เย้ น้อนปิ่นจาไปเท่ว” สองแขนน้อย ๆ ชูขึ้นอย่างดีอกดีใจรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า “พี่ตะวันไปย้วยได้ไหมค่ะ”

“เอ่อ...พี่”

“อยู่ที่พี่ตะวันของน้องปิ่นนั่นแหละครับว่าอยากไปด้วยรึเปล่า”

“พี่ตะวันว่าพี่ตะวันรออยู่ที่ไร่ดีกว่า”

“ไม่อาว พี่ตะวันไปย้วย”

ปิ่นอนงค์น้ำตาคลอทันทีเมื่อพี่สาวคนเก่งกำลังปฏิเสธคำชักชวน ใบหน้าน้อยเศร้าสร้อยลงจนเห็นได้ชัด

“ถ้าน้องปิ่นอยากให้ไปด้วยพี่ตะวันไปก็ได้ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป