บทที่ 5 5
5
‘นี่มันอะไรกัน’ รสิกาอุทานอยู่ในใจ ยืนตาเบิกโพลงมองภาพที่ฝาผนังด้วยอาการมึนตึ้บ หรือนี่คือคุณหนูการะเกดอะไรนั่นที่เธอถูกจวงเรียกขาน ทำไมถึงได้เหมือนเธอราวกับคนคนเดียวกันเช่นนี้ แล้วการะเกดตัวจริงหายไปไหนกัน...ไฉนจึงกลายมาเป็นตัวเธอได้!
รสิกาพร่ำถามตัวเองในใจอย่างมึนงงสงสัย แต่ก็ก้าวตามหลังจวงไปด้วยอาการเบลอๆ จนมาถึงห้องนอนห้องหนึ่ง กระทั่งทรุดนั่งลงบนเตียงถึงได้รู้สึกตัว หญิงสาวกวาดสายตาที่กำลังอยู่ในอาการสับสนมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนดวงตาคู่สวยจะเปลี่ยนเป็นทอประกายชื่นชม เพราะทั่วทั้งห้องทาเป็นสีเขียวอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีโปรดของเธอ เตียงไม้สีน้ำตาลเข้มที่ตัวเองนั่งอยู่เป็นแบบโบราณมีสี่เสา ลวดลายอ่อนช้อยสวยงามที่หัวเตียง รวมทั้งปลายเตียงที่ทำเป็นลูกกรงถี่ๆ นั้นเป็นลวดลายเฉกเช่นเดียวกัน ที่นอนหนาเรียบตึงจนสงสัยว่าตอนนอนไม่ปวดหลังแย่หรือ หมอนนุ่มสีขาวสะอาดตาพร้อมปลอก เห็นแล้วแทบอยากจะล้มตัวนอนลงเดี๋ยวนั้นเลย
สิ่งที่ถูกอกถูกใจเธอที่สุดคงไม่พ้นมุ้งผ้าลูกไม้สีขาว ซึ่งเวลานี้ผูกไว้เป็นสี่มุมราวกับม่าน แต่นอกจากโต๊ะเครื่องแป้งสีเข้าชุดกับเตียงนอนแล้ว ก็แทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดอีกเลย ทุกอย่างที่เห็นในขณะนี้ล้วนแล้วแต่เคยดูมาจากละครย้อนยุคทั้งสิ้น ไม่นึกฝันว่าจะมาพบของจริงด้วยตัวเองเช่นนี้ ที่สำคัญทั่วทั้งห้องสะอาดหมดจดไร้ซึ่งฝุ่นละออง
กลิ่นของดอกมะลิที่ลอยฟุ้งอยู่จนทั่วห้อง ทำให้หญิงสาวต้องเหลียวมองหาที่มาของกลิ่น และก็เห็นว่าตรงมุมห้องเป็นที่ตั้งของหิ้งพระ มีพานทองวางพวงมาลัยดอกมะลิอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูปองค์เล็ก จึงค่อยๆ ก้าวตรงไปยังหิ้งพระนั้น ด้วยรูปร่างสูงเกินมาตรฐานหญิงไทย ทำให้เห็นพวงมาลัยพวงน้อยที่ร้อยอย่างวิจิตรงดงาม คาดเดาว่าคนร้อยคงไม่พ้นแม่หญิงการะเกด ทำให้รสิกาต้องก้มลงมองมือของตัวเอง ถ้าให้มานั่งร้อยพวงมาลัยแบบนี้คงต้องใช้เวลาเป็นวัน และคงไม่ได้สวยเพียงเสี้ยวหนึ่งของพวงนี้อย่างแน่นอน หญิงสาวไม่เคยคิดมาก่อนว่าดอกมะลิจะหอมได้ถึงเพียงนี้ เพราะที่เธอเคยซื้อมาบูชาพระมักจะสวยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความหอมหาได้หอมดังเช่นที่เห็นอยู่ในขณะนี้ไม่
หลังจากมองสำรวจจนทั่วห้อง เจ้าของดวงหน้าสวยแปลกตาที่จู่ๆ หลงยุคเข้ามาก็เอ่ยถามหญิงร่างใหญ่ที่นั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้าน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“จวง ฉัน...เอ่อ ชื่อการะเกดจริงๆ หรือ” เธอถามเพราะงงจริงๆ นอกจากจะหลงเข้ามาในสถานที่ไม่เคยคุ้น ยังถูกเรียกชื่อเป็นการะเกดอีก เธอจำได้อย่างเดียวว่าการะเกดเป็นชื่อของดอกไม้ชนิดหนึ่งที่มีสีเหลือง กลิ่นหอมชื่นใจ นอกจากนั้นยังเป็นชื่อนางเอกในหนังสือนวนิยายที่เธอโปรดปราน
ส่วนชื่อรสิกาของเธอแปลว่าผู้ซาบซึ้งในรสกวี ผู้มีรสนิยม คงจะมีแค่คำว่า กา คำเดียวเท่านั้นที่เหมือนกัน แต่จะว่าไปแล้ว ชื่อเล่นของเธอก็เป็นดอกไม้เหมือนกัน ดอกกุหลาบยังไงล่ะ!
จวงบ้วนน้ำหมากใส่กระโถนเล็กแล้วใช้ผ้าเช็ดปากตาม จ้องมองคุณหนูของตัวเองด้วยความแปลกใจอีกครั้ง ก่อนเอื้อมมือขึ้นคลำหน้าผากเบาๆ แล้วบ่นพึมพำ “เอ...หรือเป็นหวัดแดด แต่ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา”
คนถูกลูบคลำหน้าผากเอามือจับหน้าผากตัวเองบ้างก่อนถามอย่างสงสัย “ตัวร้อน...ทำไมฉันต้องตัวร้อนด้วยล่ะ”
จวงหัวเราะเสียงดังจนน้ำหมากกระเซ็น “ก็คุณหนูถามบ่าวแปลกๆ นี่เจ้าคะ ทำเหมือนจำชื่อตัวเองไม่ได้อย่างนั้นแหละ”
รสิกานั่งเงียบงัน เริ่มคิดใคร่ครวญอยู่ในใจ ในเมื่อตอนนี้เธอหลุดเข้ามาอยู่ในยุคที่ไม่เคยคุ้น มิหนำซ้ำยังหาหนทางกลับบ้านไม่ได้ ไหนๆ ก็ถูกเรียกขานเป็นคุณหนูการะเกดแล้ว คงต้องทำเนียนสวมบทบาทไปก่อน แม้จะยังไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมจู่ๆ เธอถึงกลายมาเป็นคุณหนูการะเกดอะไรนี่ได้ แถมหน้าตายังเหมือนกันเปี๊ยบราวกับฝาแฝดก็ไม่ปาน ทว่าเธอยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวของการะเกดสักอย่าง คงจะต้องตะล่อมถามเอาจากจวงนี่แหละ ฉับพลันสายตาก็เหลือบเห็นกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงจึงหยิบขึ้นมาดู สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือภาพของบุรุษหน้าตาคมสันหล่อเหลาในชุดโจงกระเบนพร้อมเสื้อราชปะแตน ข้างๆ มีสตรีใบหน้างดงามแต่งตัวเต็มยศด้วยชุดโจงกระเบนกับเสื้อลูกไม้กรุยกรายแขนพอง เค้าหน้าของบุรุษผู้นี้คล้ายคลึงกับเธออย่างน่าประหลาด จึงถามออกไปอย่างสงสัย
“ภาพของใครเหรอจ๊ะ”
“อ้าว...คุณหนูเจ้าขา” คราวนี้จวงอุทานเสียงดังด้วยความแปลกใจที่ทวีมากขึ้น คุณหนูการะเกดที่เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย เหตุใดจึงทำท่าทางเหมือนจะจำเรื่องราวของตัวเองไม่ได้เช่นนี้ แม้แต่รูปของเจ้าคุณพ่อและคุณแม่ก็ยังจำไม่ได้เชียวหรือ “คุณหนูนี่แปลกคนจริงๆ เหตุใดถึงจำเจ้าคุณพ่อกับคุณแม่ตัวเองไม่ได้ล่ะเจ้าคะ”
รสิกาได้ยินดังนั้นรีบตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จแล้วพูดเสียงอ่อยๆ
“ฉันรู้สึกปวดหัวน่ะจวง อาจเป็นเพราะแดดข้างนอกร้อนมากก็เป็นได้” พลางยกมือขึ้นกุมหน้าผากประกอบ ถือโอกาสเอาตัวรอดโดยการกล่าวโทษแดดไปก่อน
จวงพยักหน้ามองแล้วเชื่อสนิทคิดว่าคุณหนูของนางคงไม่สบายจริงๆ “นั่นสิเจ้าคะ บ่าวบอกคุณหนูแล้วว่าอย่าออกไปก็ไม่ยอมเชื่อ แล้วคุณหนูปวดมากหรือเปล่าเจ้าคะ บ่าวจะได้ละลายยาหอมให้รับประทาน”
คนปวดหัวกะทันหันสะดุ้งโหยง ยาหอมนี่นะ! กลิ่นน่ะพอรับได้อยู่หรอก แต่รสชาติคงต้องขอลา แล้วถ้าปวดหัวจริงๆ ยาหอมช่วยได้ด้วยเหรอ รสิกาคิดอย่างขำๆ แต่รีบส่ายหน้าปฏิเสธออกไป “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เดี๋ยวก็คงหาย”
เมื่อจวงคิดว่าไม่สบายจริงๆ จึงหยิบภาพดังกล่าวจากในมือคุณหนูของนางแล้วอธิบายให้ทราบ “ผู้ชายในภาพทางซ้ายมือคือท่านเจ้าพระยารามณรงค์เดช เจ้าคุณพ่อของคุณหนู ส่วนทางขวาคือคุณหญิงนวลละออ คุณแม่ของคุณหนูไงเจ้าคะ”
หญิงสาวชี้มือไปยังผู้ชายในภาพที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับตัวเองก่อนเบิกตาโต “คนนี้คือพ่อของฉันเหรอจ๊ะ”
จวงมองหน้าคุณหนูของแกอย่างแปลกใจไม่หาย “คุณหนูเคยเรียกท่านเจ้าคุณว่าเจ้าคุณพ่อนี่เจ้าคะ เรียกพ่อเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”
คุณหนูทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้รีบเกลื่อนสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนชี้ไปยังสตรีหน้าตางดงามในภาพ “คุณแม่ฉันหน้าตาสวยจังนะจวง”
