บทที่ 25 EP 5/6 เพราะวิสกี้ที่หน้าบาร์

“ไม่อายเลยสินะ”

“ต้องอายด้วยเหรอ ที่คุณทำเมื่อคืนน่ะ ยิ่งกว่ามองอีก” ประชดด้วยเสียงแหบๆ อยากหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน 

เวหาหันหลังให้ ไม่อยากมองก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นที่เบียดอยู่ใต้บราของหล่อน ไม่อยากมองสามเหลี่ยมอวบอูมที่อยู่ระหว่างซอกขาของหล่อนด้วย ไม่ใช่เพราะพิศวาส แต่เพราะต้นขาขาวๆ มีรอยโลหิตติดอยู่ ยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกผิด เมื่อคืนนี้เขาบ้าไปแล้วจริงๆ ที่ทำกับหล่อนขนาดนั้น หล่อนยังไม่เคย และเขาทำตัวเหมือนหมาป่าหิวโซที่บังเอิญมาเจอเหยื่อ เขาไม่ฟังสิ่งที่หล่อนอ้างด้วยซ้ำ เพราะหากฟังหล่อนแล้วตรวจสอบสักนิด ทุกอย่างคงไม่มาลงเอยอย่างนี้

กฤติกานั่งเงียบๆ แลหาทิชชูเปียกมาเช็ดหน้าเช็ดตา ก้มมองท่อนแขนและเรียวขาก็มีแต่ร่องรอยเต็มไปหมด 

“บ้ากาม” เธอโพล่งออกมาอย่างเหลืออด เขาหันขวับกลับมา

“เธอบ้าน้อยกว่าฉันงั้นสิ ไม่ได้ยินเสียงร้องโวยวายสักนิด”

“ก็คุณปิดปากฉันนี่”

“ฉันปิดตรงไหนกัน”

“ก็คุณเอาแต่จูบ!” ประกาศออกไปพวงแก้มก็ได้ร้อนผ่าว หันหน้าหนีเขา ไม่มีอะไรจะพูด เวหาก็เช่นกัน 

ความเงียบงันดังกระหึ่มขึ้นในตอนนั้น ไม่มีการเคลียร์อะไรใดๆ ทั้งสองยังเจรจากันไม่ได้ ตราบใดที่หัวใจยังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูเหมือนเสียงสวรรค์ เวหามองลอดช่องตาแมว พอเห็นว่าใครยืนอยู่ก็ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก 

“เจ๊มาแล้ว” บอกคนที่นั่งอยู่ ก่อนจะเปิดประตูแล้วดึงเอากะเทยร่างหมีเข้ามาข้างใน

“คุณพระ!? อกกะเทยจะแตกตาย หนูกุ๊กลูก...หนูถูกรุมโทรมมาหรือคะ!” 

เสียงเจ๊ดังลั่นในห้องอันเงียบงัน ปากกว้างๆ ยังอ้าค้างยามเห็นสภาพกฤติกา นี่ขนาดมีเสื้อผ้าห่อไว้นะ ถ้าเปลื้องเดรสสีม่วงนั่นออกดู เจ๊ต้องเป็นลมแน่ๆ

เวหาหน้าเจื่อน มองกฤติกาแล้วเหนื่อยใจ หล่อนมีสภาพไม่ต่างจากที่เจ๊หวีพูดหรอก

“ถามเขาสิ เขาทำหนู”

“คุณเวย์!!” เจ๊หันมาเอาเรื่อง เวหายกมือยอมแพ้

“มันเป็นอุบัติเหตุ”

“เหตุบ้าเหตุบออะไรคะ หนูกุ๊กของเจ๊ยังสดซิงนะคะคุณเวย์!” กะเทยร่างหมีโอดครวญกับผู้กำกับหนุ่ม ทำไมสองคนนี้มาลงเอยกันได้ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเรื่องยุ่งๆ จะตามมา

“เอ่อ...คือ ผม...”

“เจ๊...” กฤติกาเรียกเจ๊อย่างรำคาญใจ

“คะลูก...”

“หนูอยากกลับบ้าน...” เธอเอื้อนเอ่ย ได้ยินเสียงเจ๊หวีทวงความเป็นธรรมให้กันแล้วใจมันปวดหนึบ ถ้าอยู่ต่อคงได้ร้องไห้ฟูมฟาย มันไร้สาระ ทุกอย่างมันเป็นอุบัติเหตุอย่างที่เขาว่านั่นแหละ

“พาเธอกลับก่อนเถอะเจ๊”

“ได้ไงคะ ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรบ้างเหรอ หนูกุ๊กเสียหายนะคะคุณเวย์”

“แล้วผมต้องทำยังไง ผม...ไม่ได้รักเธอสักนิด”

กฤติกาถึงกับลุกยืนเมื่อได้ยินอย่างนั้น ผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอ เพิ่งเริงรักกับเธออย่างถึงพริกถึงขิง เขาเพิ่งพรากพรหมจรรย์เธอไป และเขา...เพิ่งประกาศว่าไม่ได้รักเธอเลย

“คุณเวย์!?” เจ๊ร้องออกมาอย่างผิดหวัง

“ขอโทษครับ ผม...ผมไม่รู้จะทำยังไง มันมืดแปดด้านไปหมด เจ๊ช่วยพาเธอกลับไปก่อน มันจะเช้าแล้ว ผมต้องรีบไปด้วย”

“ไปไหนคะ ไม่ให้ไป คุณเวย์ต้องกลับบ้านไปกับเจ๊ ไปคุยกันให้รู้เรื่อง”

“เขาจะไปโรง’บาลค่ะ เรากลับเถอะเจ๊” 

กฤติกาบอกอย่างเหนื่อยหน่าย ดึงเอากระเป๋าใบใหญ่ออกจากหัวไหล่ของเจ๊ มีเสื้อคลุมตัวหนึ่งในนั้นที่เธอเดาว่าเจ๊เตรียมมาให้ เธอเอามันมาคลุมร่าง แลหาแว่นตากับหมวกมาสวม ไม่ลืมแมสก์ปิดปากด้วย 

“ใช่...คือ ผมต้องรีบไปโรงพยาบาล พี่ไหมอาการทรุด”

“ฮะ!?” เจ๊ร้องออกมาอย่างตื่นตะลึง ทำไมต้องมาทรุดตอนนี้ด้วย เมื่อคืนในข่าวก็ไม่เห็นว่ายังไง โธ่เอ๊ย ทำไมเรื่องต้องมายุ่งเหยิงตอนนี้ด้วยนะ

“เจ๊...ถ้าเจ๊ไม่กลับหนูจะกลับแล้วนะ” บอกกล่าวเสียงอู้อี้ สอดเท้าเข้าในรองเท้าส้นสูงแล้วค่อยๆ ก้าวเดิน ทว่าร่างกายที่ไม่ปกติ เดินไปเพียงสองก้าวก็เซเกือบจะล้ม

“กุ๊ก!?” เวหาเอื้อมแขนมารอรับ รู้อยู่แล้วว่าหล่อนต้องล้มในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง เจ๊หวีเข้าช่วยเหลืออีกแรง

“ปล่อยฉัน! แล้วจะไปไหนก็...ไสหัวไป!”

“กุ๊ก!?”

กฤติกาไม่สนเสียงที่คล้ายตำหนิ เธอดึงแขนเขาออกจากตัว ปล่อยให้เจ๊หวีประคองไปที่ประตู ไม่สนว่าเขาจะเป็นยังไง จะไปไหน เธอแค่อยากไปจากที่นี่ เธอแค่อยากกลับบ้าน

เวหาพ่นลมออกจากปากแรงๆ เรื่องพี่ไหมว่ากลุ้มแล้ว เรื่องกฤติกาทำให้เขากลุ้มยิ่งกว่า เขาจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดี เขาไม่ได้มีใจให้หล่อนสักนิด และหล่อนก็คงรู้ดีว่าเขามีใจให้ใคร

พอออกจากโรงแรม เวหาก็ตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาล ไหมขวัญอาการหนัก กลายเป็นผู้ป่วยวิกฤติห้ามเข้าเยี่ยม เขาเฝ้ารออย่างอดทน ทว่าไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากการรอฟังอาการเท่านั้น เริ่มมีการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนตับอย่างจริงจัง เขาได้ยินแล้วยิ่งใจคอไม่ดี มีญาติของคนไข้ที่เป็นแฟนคลับของพี่ไหม ติดต่อมาเรื่องขอบริจาคตับถึงสามราย ทว่านั่นยังอุ่นใจไม่ได้ ต้องมีการตรวจอย่างละเอียดว่าตับเหล่านั้นใช้ได้ไหม แต่ที่แน่ๆ เขาคิดว่าตับของกฤติกาต้องใช้ได้อย่างแน่นอน 

ข่าวแทบทุกช่องรายงานอาการพี่ไหมแทบทุกชั่วโมง และเพราะพี่ไหมเป็นดาราดัง นักข่าวเลยมาปักหลักอยู่ที่โรงพยาบาลจำนวนไม่น้อย ผู้จัดการคนดีตอบนักข่าวเท่าที่ตอบได้ บางคราไมค์เหล่านั้นยังจ่อมาที่เขา ทว่าเขาไม่อาจตอบคำถามใดๆ เขาไม่มีอะไรจะพูดหรอกในตอนที่ความเป็นความตายของพี่ไหมรอท่าอยู่ทุกวินาที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป