บทที่ 27 EP 6/2 แย่ง!

บ่ายคล้อยจวนค่ำ

กฤติกาตื่นมาด้วยความเมื่อยขบ แต่เมื่อยแค่ไหนก็ต้องลุกมาอาบน้ำแต่งตัว เธอให้เจ๊จัดเมคอัพชุดใหญ่ตั้งแต่ก่อนออกจากคอนโดฯ พอไปถึงร้านที่ทางทีมงานจัดไว้ให้ ก็เพียงแค่สวมชุดแล้วรีบไปให้ทันเวลา

วันนี้เจ๊หวีเสนอตัวตามมาช่วยตลอดงาน ไม่ยอมให้เธอมาคนเดียว เจ๊ทำตั้งแต่แต่งหน้าทำผม ขับรถให้ ทั้งช่วยหิ้วกระเป๋า ทำหน้าที่ไม่ต่างจากผู้จัดการส่วนตัว เธอไม่อยากจ้างเจ๊ด้วยเหตุนี้ การมีเจ๊ไว้พึ่งพิงโดยไม่ต้องจ้างด้วยเงิน เธอสบายใจมากกว่า ไม่อยากให้เจ๊ต้องมารับใช้ ต้องมาจัดการอะไรๆ ให้ แต่วันนี้คงไม่ได้เสียแล้ว เธอเหนื่อย เธอเพลีย และจำสคริปต์แทบไม่ได้ ขอพึ่งเจ๊สักวันก็แล้วกัน

งานเปิดตัวแป้งตลับของเครื่องสำอางแบรนด์ T&P เสร็จสิ้นก่อนสองทุ่ม กฤติกาเหนื่อยมาก เหนื่อยจนอยากหายตัว เหนื่อยจนไม่อยากคลี่ยิ้ม แต่บรรดานักข่าวนี่สิ เหมือนผีเลย ผีที่ตามมาหลอกหลอน ไม่ใช่มาเพราะงานเปิดตัวเครื่องสำอางหรอกนะ แต่มาเพราะเรื่องของไหมขวัญต่างหาก

“ขอทางให้น้องหน่อยนะคะ วันนี้น้องเหนื่อยมากเลย เปิดทางให้น้องด้วยนะคะพี่ๆ ขา...” เจ๊หวีกรุยทางให้กฤติกาเดิน ทั้งลูกค้าของห้าง ทั้งนักข่าวแน่นขนัดที่ลานจัดงานของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง นางร้ายหุ่นอวบอัดอยู่ในชุดราตรีซีทรูปิดตั้งแต่คอยันปลายเท้า เผยแผ่นหลังเนียนกริบที่เจ๊ต้องใช้ความสามารถลงแป้งต่างๆ นานาเพื่อปิดรอยช้ำจากรอยจูบที่เวหาทำไว้ มันช่วยได้มากเลยล่ะ ไม่อย่างนั้นคงได้มีประเด็นใหม่ๆ เกิดขึ้นมาให้กฤติกาปวดหัวแน่ๆ

“สวัสดีค่ะพี่ๆ สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่มานะคะ วันนี้กุ๊กเหนื่อยมากจริงๆ ขอสัมฯ แค่สิบนาทีพอนะ” กฤติกาเอ่ยทักทาย ก่อนจะลงท้ายด้วยเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก ปกติเธอกับนักข่าวก็ไม่ค่อยถูกกันอยู่แล้ว จะเรื่องอะไรเล่า ก็เรื่องที่พวกเขาคอยมารบเร้าถามว่าเธอเป็นลูกสาวของไหมขวัญหรือเปล่านั่นแหละ เมื่อมีข่าวซุบซิบหลุดออกไป มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกสงสัย

นักข่าวจากทุกสำนักต่างรับคำสาวเจ้า พร้อมใจกันยื่นไมค์ไปจ่อที่ปากของนางร้ายคนสวย

“วันนี้มางานอะไรคะน้องกุ๊ก” นักข่าวสาวข้ามเพศจากสำนักข่าวหนึ่งเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก กฤติกายิ้มรับตามมารยาท

“วันนี้กุ๊กมาเปิดตัวแป้งตัวใหม่ของแบรนด์ T&P ค่ะ แป้งเนื้อดี คุมมันกันเหงื่อ กันแดด ที่สำคัญคือเหมาะกับผิวคนไทย เหมาะกับเมืองร้อนมากๆ อย่าลืมซื้อไปใช้นะค้า” กฤติกาแนะนำผลิตภัณฑ์ออกสื่อ เอาให้สมกับค่าจ้างที่ถูกจ้างมา ตัวสินค้ายังไม่ได้ทำการตลาดทางโทรทัศน์ แต่มีคนใช้มาก เธอเลยรับงานนี้เพราะเงินดี และตัวแป้งจากที่ลองใช้ก็ถือว่าใช้ได้

“วันนี้มีงานต่อไหมคะ” นักข่าวสาวรายหนึ่งเอ่ยคำถามถัดมา

“ไม่ค่ะ วันนี้ไม่มีงานแล้วค่ะ เหนื่อยมากเลย” เอ่ยแล้วปั้นยิ้มสวย เจ๊ก็ส่งกระดาษซับมันมาให้ นักข่าวเลยได้แซว

“เดี๋ยวนี้มีผู้จัดการส่วนตัวแล้ว”

“ยังค่ายัง วันนี้เจ๊ว่างเลยมาเป็นเพื่อน”

“น่าจะจ้างเจ๊นะคะ” นักข่าวแนะ ด้วยเห็นอีกฝ่ายดูแลกฤติกาดี และสองคนนี้ทำตัวติดกันอยู่บ่อยๆ อย่างในงานศพบิดาของสาวเจ้า เจ๊หวีก็อยู่ด้วยตลอด

“นั่นสิคะ นางไม่จ้างค่ะ นางงก” เจ๊เอ่ยขำๆ เลยถูกกฤติกามองค้อน

“น้องกุ๊กสดใสขึ้นนะคะ คงทำใจเรื่องคุณพ่อได้แล้ว” นักข่าวถามต่อ

“ค่ะ ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป กุ๊กสู้มาตั้งแต่เด็ก เข้าวงการมาก็ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ขาดพ่อไปก็เสียใจ เสียใจมากๆ แต่เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ต้องเรียนรู้ว่าต่อไปเราตัวคนเดียวแล้วนะ ไม่มีใครแล้ว” ตอบอย่างเข้มแข็ง

เจ๊หวีเอื้อมมือมาจับแขนแม่นางร้าย

“เจ๊ไง ยังมีเจ๊นะหนู ถึงช่วยได้ไม่มากแต่ซื้อโจ๊กตอนเป็นไข้ให้ได้นะคะ”

กฤติกายิ้มขัน คำพูดของเจ๊ช่วยเบรกหยดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

“แล้วคุณไหมละคะ”

“ทำไมคะ เราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน กุ๊กไม่มีญาติแล้ว นี่ถ้าตายวันนี้มรดกยกให้เจ๊หวีนะคะ บอกไว้ก่อนเลย” ว่าแล้วทำเป็นหัวเราะร่า ลากเรื่องดราม่าไปขบขัน

“หนูกุ๊กลูก อย่าพูดเป็นลางสิคะ” เจ๊ปรามอย่างห่วงใย

“แล้วไม่ได้ไปเยี่ยมพี่ไหมหรือคะ”

รอยยิ้มของกฤติกาเลือนหาย คิดอยู่ว่านักข่าวคงถามจิกไม่เลิก แต่อย่างน้อยน่าจะถามเรื่องงานวันนี้อีกสักหน่อย

“ไม่ค่ะ..ไม่ได้ไป กุ๊กมีงาน”

“แล้วพรุ่งนี้ไปไหมคะ”

“ก็...ไม่ค่ะ ไม่ไปค่ะ ไปทำไมคะ”

“ข่าวว่าพี่ไหมต้องการตับ”

“แล้วพี่จะให้กุ๊กบริจาคหรือคะ ตับกุ๊กกุ๊กหวงค่ะ ไม่ใช่เรื่อง ไม่ให้ค่ะ”

“แล้วผู้จัดการของพี่ไหมมีติดต่อมาไหมคะ”

“ไม่ค่ะ ไม่ใครติดต่อมาทั้งนั้น”

“แต่มีข่าวซุบซิบว่าน้องกุ๊กเป็นลูกสาวพี่ไหม”

กฤติกาจ้องคนที่กล้าพูดอย่างนั้น

“เจ้าตัวเคยพูดว่ามีลูกหรือคะ ไม่เห็นจะเคยได้ยิน”

นักข่าวสาวหน้าม้านเมื่อถูกแม่ตัวร้ายสวนกลับ นักข่าวชายอีกคนเลยรีบแทรกขึ้น

“สรุปว่ายังไงคุณกุ๊กก็ไม่ไป”

“ไม่ค่ะ ไม่ไป”

“แล้วถ้าเถิดคุณไหมเป็นอะไรขึ้นมา”

“ถามหมอสิคะ กุ๊กไม่ใช่หมอ ไม่ใช่ครอบครัวเขา กุ๊กไม่รู้อะไรทั้งนั้น กุ๊กรู้แค่ว่า ณ ตอนนี้พ่อกุ๊กตายแล้ว กุ๊กตัวคนเดียว ไม่มีพ่อแม่แล้วค่ะ”

“สรุปว่ายังไงก็ไม่ไป”

กฤติกาแต่ยักไหล่แทนคำตอบ จะต้องให้เธอพูดคำนั้นอีกสักกี่หนกัน คนพวกนี้นี่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป