บทที่ 30 EP 6/5 แย่ง!
“กุ๊ก...” เวหาไม่อยากเชื่อสิ่งที่หูได้ยิน กฤติกาคงไม่มีวันมอบอะไรให้ไหมขวัญแน่ๆ ตราบใดที่หัวใจของหล่อนยังมีความแค้นอยู่เต็มเปี่ยม เขาเข้าใจหล่อนแล้ว แต่จะให้ทำอย่างไร เขาเองก็เข้าใจพี่ไหมเช่นกัน การอยู่ตรงกลางระหว่างผู้หญิงสองคนนี่ลำบากใจสิ้นดี
“ตอนดีๆ ไม่เคยเห็นหัวกัน พอตอนจะตายเร่มาหาคนโน้นคนนี้ ละอายใจบ้างไหม!”
“ไม่! ฉันไม่ละอายเลยสักนิด ถ้าช่วยพี่ไหมได้ละก็ ต่อให้ต้องทำเรื่องที่น่าละอายมากกว่านี้ ฉันก็ทำได้ พี่ไหมกำลังจะตาย เธอเข้าใจไหมกุ๊ก”
“เข้าใจ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน อยากช่วยผู้หญิงคนนั้นก็ไปหาหมอโน่น รวยไม่ใช่เหรอ แค่ตับชิ้นเล็กๆ ไปซื้อเอาสิ ไปซื้อเลย!”
เวหาไม่รู้จะทำอย่างไรกับกฤติกาดี หล่อนพร้อมจะลุกเป็นไฟเสมอยามที่เขาเอ่ยเรื่องพี่ไหมขึ้นมา
อารมณ์อันร้อนระอุพากฤติกาให้เดินไปที่ครัวเล็กๆ เธอเปิดหาวิสกี้ขวดเก่าเก็บของบิดา เปิดมันออกแล้วเทใส่แก้วก่อนจะสาดลงคอแรงๆ
กึก!
แก้วหนาหนักที่ปกติใช้ชงกาแฟ บัดนี้วางอยู่บนโต๊ะ แน่นอนว่าก้นแก้วนั้นไม่มีวิสกี้เหลือสักหยด จะมีก็แต่กลิ่นเท่านั้นที่ยังลอยวนในอากาศ เธอเทวิสกี้อีกแก้ว สาดลงคอแรงๆ ด้วยอยากให้อารมณ์ร้อนๆ ทุเลาเบาบาง เธอจ้องหน้าเขา ทำไมรู้สึกผิดหวังนักก็ไม่รู้
“คุณไม่แม้แต่จะขอโทษฉัน! เมื่อคืน...ถึงมันจะเป็นอุบัติเหตุ แต่คุณก็ควรขอโทษฉัน!”
หญิงสาวประกาศอย่างแค้นใจ เวหาได้สติ ที่แท้เพราะเรื่องนี้หรอกหรือ
“ฉันขอโทษ...” เขาเอ่ย
กฤติกายิ้มเยาะ “ขอโทษเรื่องเมื่อคืน หรือขอโทษ...เรื่องที่ลืมขอโทษฉัน”
“เธอกำลังพาล เธอโกรธฉันเลยพาลไม่อยากคุยเรื่องพี่ไหม”
“เลิกพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นซะที รักกันมากหรือไงฮะ!”
เวหาไม่ตอบโต้ ไม่อาจพูดได้ว่ารักไหมขวัญ ในเมื่อเมื่อคืนนี้เขาตักตวงจากลูกสาวของหล่อนเสียเต็มรัก เขาไม่ควรทำร้ายจิตใจของกฤติกา หล่อนกำลังเจ็บปวด
“ฉันต้องทำยังไงเธอถึงจะยอมช่วย ยังไงซะพี่ไหมก็เป็นแม่ของเธอ ฉันยืนยันได้ว่าพี่ไหมไม่เคยรังเกียจเธอเลย หัวใจดวงนั้นยังรักเธออย่างที่เธอไม่มีวันเข้าใจด้วยซ้ำ”
“อย่ามาโกหก!” ว่าเขาแล้วดื่มอีกแก้ว และแก้วที่สามก็ทำเอาเธอเซนิดๆ เขาควรออกไปจากบ้านของเธอ ก่อนที่เธอจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วคว้าอะไรต่อมิอะไรที่อยู่ใกล้มือปาใส่ร่างเขา
“ฉันขอโทษที่เผลอทำร้ายเธอ แต่เรื่องนี้...ไม่เกี่ยวกับพี่ไหม เธอจะโกรธฉัน เกลียดฉันก็ได้ แต่ได้โปรด...ขอร้องละนะ ช่วยพี่ไหมสักครั้งเถอะ”
กฤติกายิ้มเยาะ น้ำตาแห่งความคับแค้นใจร่วงหล่นลงมา แต่เธอเช็ดมันออกอย่างไวที่สุด เอายังไงดีล่ะ ผู้ชายที่ร้ายกาจกับเธอตอนนี้กำลังขอร้องเธอเพื่อผู้หญิงคนนั้น เธอควรโต้ตอบเขายังไงดี
“รักกันมากเหรอ เอาสิ! แสดงความจริงใจหน่อย ตับนะไม่ใช่รองเท้าแตะ จะได้แบ่งกันใช้ง่ายๆ ขอร้องฉันดีๆ สิ ทำยังไงก็ได้ให้ฉันใจอ่อน ไม่ใช่มา...เถียง...กับฉั...” กฤติกาไม่อาจพูดจนจบประโยค เพราะคนตรงหน้าคุกเข่าลงอย่างไว ว่ากันว่าใต้เข่าผู้ชายมีทองคำ ยิ่งกว่าทองคำคือศักดิ์ศรี พวกเขาไม่มีวันยอมคุกเข่าง่ายๆ แต่ตอนนี้...เวหายอมคุกเข่าให้เธอเพื่อไหมขวัญ เพื่อผู้หญิงคนนั้น!
“อะไรอีกกุ๊ก บอกมาเลย เธอต้องการอะไรอีก”
เจ้าของชื่อมองคนที่นั่งอยู่อย่างเสียความรู้สึก กับไหมขวัญเขายอมทำทุกอย่างเพื่อหล่อน แต่กับเธอ แค่คำว่าขอโทษ เขาคงไม่เอ่ยถ้าเธอไม่ทวงถาม รักมากหรือ รักกันมากใช่ไหม!
“กลับไปซะ! ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ”
หมัดของเวหาถูกกำแน่นบนท่อนขา ขอร้องก็แล้ว คุกเข่าก็แล้ว นั่นแม่ของหล่อนแท้ๆ ทำไมต้องให้เขาทำถึงขนาดนี้ด้วย แถมทำแล้วยังเปล่าประโยชน์ หล่อนไม่สนการกระทำของเขาด้วยซ้ำ
“แล้วเรื่องตับล่ะ เธอจะไปโรง’บาลใช่ไหม”
“ไม่มีทาง!”
เป็นคำยืนยันที่ทำให้คนที่นั่งอยู่เริ่มจะหมดความอดทน เขากดดันมากนะกับการมาหากฤติกา แต่หล่อนกลับทำลายความตั้งใจของเขาจนไม่เหลือดี เขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี เขาทำเพื่อไหมขวัญขนาดนี้ทำไมหล่อนไม่เห็นใจบ้าง ไหมขวัญเป็นแม่ของหล่อนแท้ๆ
“เธอล้อเล่นกับฉันเหรอ ขอร้องก็แล้ว คุกเข่าก็แล้ว ทำไมถึงใจร้ายใจดำขนาดนี้ฮะ!”
“ไม่รู้สิ ฉันก็ใจร้ายใจดำอย่างนี้แหละ เชื้อแม่มันแรงมั้ง อ้อ...ต่อให้คุณตายต่อหน้าฉัน ฉันก็ไม่สนหรอก ไม่สน!”
เพียงแค่กฤติกาประกาศออกมา ร่างสูงใหญ่ของเวหาก็ลุกพรวดขึ้น หล่อนจะเอายังไงกับเขาอีก ต้องให้เขาตายจริงๆ ใช่ไหม!
กฤติกาตื่นตระหนก สองมือกำพนักเก้าอี้ไว้แน่น เธอเริ่มมึนๆ เพราะฤทธิ์เหล้า แต่ยังครองสติได้ เขาจะมาไม้ไหน จะใช้กำลังกับเธอเหรอ
“ยังไงซะวันนี้เธอก็ต้องไปโรงพยาบาลกับฉัน!”
“ฉันไม่ไป อย่านะ! อย่ามาแตะฉันนะ!”
แล้วผู้ใหญ่สองคนก็คล้ายจะเล่นไล่จับ เวหายอมทำทุกวิถีทางเพื่อพาตัวกฤติกาไปโรงพยาบาล ต้องลักพาตัวไปก็จะทำ
