บทที่ 9 EP 2/4 หัวใจที่บอบช้ำกับการกระทำของคุณ

“อะไรของคุณกัน” กฤติกาถามเสียงแผ่ว

“แค่อยากเห็นเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกลัวฉันด้วย เธอไม่ใช่แบบที่ฉันชอบหรอก”

งั้นเหรอ? กฤติกาอยากถามออกไป แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะทำอย่างนั้น และพอขึ้นมาบนรถได้ โดนแอร์เย็นๆ เข้าไปก็ทำให้เธอต้องปิดเปลือกตาลงเสีย ในขณะที่เขาขับรถออกไปช้าๆ

เวหาเผลอยิ้มที่มุมปาก แม่ตัวร้ายนิ่งเงียบไปแล้ว เวลาหลับนี่เหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสา ก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกัน

“อา...ไม่ๆๆ ฉันคงหิวข้าวจนเบลอถึงได้มองว่ายัยเด็กนรกนี่น่าเอ็นดู” เอ่ยกับตัวเองแล้วส่ายหัวรัวๆ มือข้างหนึ่งเลื่อนมาที่ตักสาวเจ้า เสื้อที่เขาถอดให้หล่อนวางอยู่บนตัก เขาสลัดเสื้อขึ้นคลุมร่างให้หล่อนด้วยมือเพียงข้างเดียว ก็ว่าจะไม่สนละนะ แต่ความเป็นสภาพบุรุษมันค้ำคอ

“กุ๊ก...กุ๊ก ถึงบ้านแล้ว”

เสียงทุ้มของเวหาปลุกกฤติกาให้ตื่นจากนิทรา เธอหลับสนิทตลอดเวลาที่อยู่บนรถ อาจเป็นเพราะแอร์เย็นๆ หรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกนี้ ความรู้สึกปลอดภัยยามอยู่ใกล้เขา ผู้ชาย...ที่กลิ่นคล้ายบิดาของเธอ

“บ้านมืดเชียว ไม่มีใครอยู่เหรอ” ถามหล่อนตอนมองเข้าไปข้างในแล้วเห็นว่ามืดสนิท ไม่ได้เปิดไฟสักดวง

“ไม่มี...อยู่คนเดียว” ตอบเขาแล้วหอบเอาเสื้อตัวใหญ่ คงเพราะเสื้อตัวนี้ละมั้งที่ทำให้เธอหลับสบาย

“เอ้า? แล้ว...คนใช้ล่ะ”

“ไม่ได้จ้าง”

“จริงเหรอ? เธอก็น่าจะรวยนะ ทำไมไม่จ้างไว้สักคนล่ะ”

กฤติกายักไหล่ “เบื่อพวกคนใช้ที่ชอบเอาเจ้านายไปนินทา อีกอย่างอยู่กันแค่คนสองคนจะจ้างคนใช้ทำไม เปลืองตังค์” บอกเขาแล้วก้าวลงจากรถ ต้องมุ่นคิ้วแรงๆ เพราะจู่ๆ ท้องไส้ก็ปวดแปลบ เธอกินข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันนะ

“ไหวหรือเปล่า”

“ไหว...ขอบคุณที่มาส่ง”

หนุ่มสาวสบตากันเป็นระยะเวลาสั้นๆ ไฟส่องถนนส่องตรงมาทางนี้พอทำให้เห็นหน้ากันและกัน เวหาลงจากรถแล้วก้าวมาหากฤติกาบ้าง หล่อนถือรีโมตเล็กๆ ไว้ในมือ

“มาเถอะ ฉันจะไปส่งที่ประตูข้างใน” เขาไม่รอให้กฤติกายอมรับหรือปฏิเสธ ฉวยเอากระเป๋าหล่อนมาถือไว้แล้วดึงเจ้าของให้เดินตาม

หญิงสาวนึกเคืองท่าทีเขานัก ทำไมชอบบังคับกันจริง เธอไม่ใช่เด็กที่เขาจะจับจะจูงได้ตามอำเภอใจนะ

ปิ๊บ! ปิ๊บ!

เธอกดรีโมตปลดล็อกประตูรั้ว มันเปิดอ้าในทันใด พวกเธอเดินไปไม่เท่าไหร่ก็ถึงประตูเข้าบ้าน

“กุญแจอยู่ไหน” ถามหล่อนแล้วล้วงมือลงในกระเป๋า

กฤติกาตาเบิกโต “อย่าล้วงนะ! เอากระเป๋าคืนมาเดี๋ยวนี้เลย!”

ไม่ทันแล้ว ในมือของเวหาไม่ใช่ล้วงได้กุญแจบ้าน แต่เป็นอะไรสักอย่างที่นุ่มๆ แบนๆ บรรจุในซองพลาสติกขนาดเล็กราวครึ่งฝ่ามือ

“ตาลุงบ้านี่!” สบถแล้วดึงผ้าอนามัยชิ้นนั้นเข้าใส่ไว้ในกระเป๋าเช่นเดิม คนยิ่งเพลียๆ ยังมาทำให้อายอีก

ชายหนุ่มยิ้มขัน เขาไม่ได้ตั้งใจนะ ที่แท้ที่ดูเพลียๆ นี่ส่วนหนึ่งเพราะเป็นโรคผู้หญิงหรอกหรือ

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษที เอากุญแจมาสิ ฉันจะไขให้”

“ไม่ต้อง คุณกลับไปได้แล้ว กลับไปรายงานคนของคุณโน่น” ไล่เขาแล้วล้วงเอากุญแจบ้านมาถือไว้

เขายักไหล่ แย่งเอากุญแจจากมือหล่อน จัดการเปิดประตูแล้วโผล่เข้าไปข้างใน ไม่ถึงนาทีดี ไฟบางส่วนที่หน้าบ้านและภายในก็สว่างวาบขึ้น เขากวาดตามองไปรอบๆ ที่นี่เป็นทาวน์เฮาส์สามชั้นที่กะทัดรัดพอสมควร เขาว่ามันเล็กไปสำหรับนางร้ายชื่อดังอย่างกฤติกา

“พี่ไหมห่วงเธอนะ”

“แล้วแต่ ฉันไม่สนหรอก”

“เธอน่าจะอ่อนลงให้พี่เขาบ้าง อย่างน้อยนั่นก็แม่ของเธอ”

“ถ้าจะมาพูดแทนผู้หญิงคนนั้นก็กลับไปเลย เขาไม่ใช่แม่ฉัน ฉันไม่มีแม่!”

ประกาศดังๆ แล้วต้องเอามือค้ำขอบประตูไว้ จู่ๆ ก็เกิดหน้ามืดตาลาย กระเพาะของเธอกำลังเรียกร้องให้เอาอะไรใส่ลงไปให้มันย่อยบ้าง

เวหายื่นมือไปจับไหล่สาวเจ้า หล่อนไหวแน่หรือ

“ไปโรง’ บาลดีไหม เธอดูเพลียๆ นะ”

“ไม่...กลับไปเลยไป กลับไปสิ!” สะบัดไหล่ออกจากมือหนา ทั้งที่รู้ว่าเขาห่วงใย เขาก็แค่ห่วงตามหน้าที่ ตามที่ผู้หญิงคนนั้นสั่งมา น่าโมโห!

“โอเคๆ กลับก็ได้ อะไรกัน คนมาส่งแท้ๆ” บ่นพึมพำกับตัวเองแต่เจ้าบ้านกลับได้ยิน

“ก็บอกดีๆ ไม่ไปนี่ กลัวผู้หญิงคนนั้นจะว่าหรือไง”

“แน่นอน!”

“ไม่ค้างที่นี่ซะเลยล่ะ จะได้รู้ว่าฉันหลับสบายไหม!” ประชดเขาแล้วปิดประตูลงเสีย เขายังยืนอยู่ข้างนอก ไม่รู้ว่าห่วงใยหรือสงสารกันแน่ แต่คงเป็นอย่างหลังนั่นแหละ เธอเดินเข้าไปช้าๆ ถอดรองเท้าแล้วกวาดตามองไปรอบๆ แอบมองข้างหลังแต่ไม่ได้ยินเสียงรถแล่นออกไป เขาคงรออยู่สินะ คงกลัวว่าเธอจะเป็นลมเป็นแล้งเข้า กลัวว่าพี่ไหมของเขาจะไม่สบายใจถ้ารู้เรื่องละมั้ง

“อะไรๆ ก็พี่ไหม รักกันมากจริงนะ” ประชดคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วเหวี่ยงกระเป๋าลงโซฟาแรงๆ ก่อนจะขยับมาที่บาร์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของบ้าน มีเหยือกน้ำตั้งวางอยู่ มีน้ำอยู่ในนั้นเพียงครึ่งค่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป