บทที่ 12 บทที่ 12

            ชายหนุ่มแย่งกระเป๋าไปจากเธออย่างสุภาพบุรุษ เนื้ออุ่นนึกดีใจที่อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจอพวกเถื่อนหยาบ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษและชอบกดขี่ข่มเหงผู้หญิง

“ขอบคุณค่ะ แสดงว่าเราต้องเดินทางลงใต้ใช่ไหมคะ จังหวัดอะไรหรือคะ”

เนื้ออุ่นถามไว้ก่อน เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหันจะได้รู้ว่าจะกลับอย่างไร

“เกาะดาหลา เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลอันดามัน เกาะนี้ไม่มีชื่ออยู่บนแผนที่โลก เป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่เคยมีใครไปเยือน จนกระทั่ง 10 ปีก่อน ท่านชีคอุฟรอน บิดาของท่านชีคแดเนียลได้เดินทางล่องทะเลจนพบเกาะนี้เข้า ท่านไม่ลังเลที่จะลงไปสำรวจและพบว่าเป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนเกาะกลางทะเลกว้างใหญ่ไพศาลเป็นเครื่องยืนยันว่า เกาะดาหลาอุดมสมบูรณ์จริงๆ ท่านชีคอุฟรอนจึงหาว่าเกาะนี้เป็นของประเทศไทยระหว่างไทยและมาเลเซีย แต่สองประเทศกลับไม่สนใจเกาะเล็กๆ อย่างนี้ ท่านชีคอุฟรอนเลยใช้เม็ดเงินมหาศาลซื้อเกาะนี้จากทั้งสองประเทศ ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธ”

เหลือเชื่อ!!!

“ท่านชีคของคุณอยากได้เกาะนั่นขนาดนี้เชียวหรือคะ เกาะเล็กๆ ทำอะไรไม่ได้ก็ย่อมไม่เป็นที่สนใจ แต่ฉันเดาว่าเม็ดเงินมหาศาลก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ยิ่งรู้ว่ามันมีค่ามากเท่าไหร่ ผู้ได้รับผลประโยชน์ก็ตาวาว”

“ถูกต้องครับ แต่ท่านชีคอุฟรอนของผมไม่ใช่คนโง่ ท่านทำสนธิสัญญาขึ้นมาสามฉบับมีใจความเหมือนกันหมด เป็นเครื่องยืนยันว่าเกาะดาหลาเป็นของท่านแล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนเข้าไปเกี่ยวข้องได้ถ้าไม่ได้รับการเชื้อเชิญ ท่านชีคแน่ใจว่าเงินจำนวนนั้นมากพอสำหรับทุกอย่าง แล้วความคิดของท่านก็เป็นจริง ทั้งไทยและมาเลเซียก็ต้องยอมรับ”

เนื้ออุ่นไม่อยากเชื่อเรื่องเหลือเชื่อทำนองนี้ คนที่มีสิทธิ์จะทำอย่างนี้ได้ถ้าไม่เป็นกษัตริย์ก็ต้องเป็นผู้ที่มีอิทธิพลของโลกคนหนึ่ง ไม่งั้นสองประเทศจะยอมจำนนให้ง่ายๆ หรือ อีกแง่หนึ่งก็คือทั้งสองประเทศคงไม่เห็นค่าของเกาะนั้น

หญิงสาวเดินตามซุกรี่ไปจนขึ้นเครื่องบิน เขาเล่าประวัติความเป็นมาของ ‘เกาะดาหลา’ เสียจนเธอผ่อนคลายและรู้สึกเพลิดเพลิน

“แล้วทำไมถึงชื่อดาหลาล่ะคะ”

“เป็นชื่อของท่านชีคคา ท่านแม่ของชีคแดเนียลครับ ชีคคาของเราชื่อดาริกา แต่ท่านชีคอุฟรอนชอบเรียกว่าดาหลา เกาะนั้นจึงถูกตั้งชื่อตามคนที่ท่านชีคทั้งสองรักสุดหัวใจครับ”

“ที่นั่นคง...” เนื้ออุ่นวาดภาพไว้ว่าคงเป็นเกาะที่สวยงามมาก อาจจะมีบ้านพักหลังใหญ่คล้ายรีสอร์ตหรูๆ มีทุกอย่างที่ตอบสนองความต้องการของเจ้าของ

“เดี๋ยวไปถึง คุณก็จะรู้เองล่ะครับ”

เมื่อซุกรี่ตัดบทไปเช่นนั้น เนื้ออุ่นจึงต้องหุบปาก เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและเพียงชั่วโมงเดียว เธอก็ต้องลงเหยียบพื้นโลกอีกครั้ง

ซุกรี่พาหญิงสาวที่สวยราวนางฟ้าลงเรือยอร์ชลำหรูสีขาวสะอ้าน บนเรือมีผู้ชายหลายคนรออยู่ เนื้ออุ่นพยายามมองทุกคนอย่างสังเกตคิดว่าหนึ่งในนั้นอาจจะมีชีคแดเนียลร่วมอยู่ด้วย ทว่าเธอต้องผิดหวังแล้วเริ่มหวาดหวั่นเมื่อทุกคนมองเธอด้วยสายตาของหมาป่าผู้หิวโหย

เนื้ออุ่นอยากเปลี่ยนใจตอนนี้ ตอนที่เธอลอยอยู่กลางทะเลเห็นชายฝั่งไกลลิบๆ ผู้ชายเพียงคนเดียวที่พอจะไว้ใจได้ก็คือซุกรี่ แต่ซุกรี่คนเดียวจะสู้คนหลายคนได้ยังไง คนพวกนี้แต่งกายด้วยชุดลำลอง กางเกงขายาวกับเสื้อเชิ้ตลายน่าเวียนหัวมีสีสันบาดตา เธอจะไม่กลัวถ้าไม่เห็นอาวุธสีดำเหน็บอยู่ตรงบั้นเอว

หญิงสาวกลืนน้ำลายถี่จนรู้สึกคอแห้งปากแห้ง เธอไม่อยากมองพวกเขาไม่อยากผวาทุกครั้งที่สบตาคนพวกนั้น หญิงสาวจึงสวมแว่นกันแดดเพื่อปิดบังประกายตาตื่นกลัวไม่ให้ใครเห็น ไม่ว่าซุกรี่เดินไปทางไหนเธอก็พยายามตามเขาไปห่างๆ

ซุกรี่รู้ดีว่าไม่มีใครทำอะไรหญิงสาวได้ในตอนนี้ นอกเสียจากท่านชีคแดเนียลจะไม่ต้องการเธอแล้วเท่านั้น เธอจะถูกส่งต่อไปให้คนที่อยากได้ สาวๆ สวยๆ แบบนี้ใครๆ ก็อยากได้ทั้งนั้น รวมทั้งเขาด้วย แต่ชายหนุ่มไม่แสดงออกชัดเจนเท่าไอ้พวกที่ยืนอยู่ พวกมันมองเนื้ออุ่นอย่างโลมเลียจนเขาหมั่นไส้และเป็นห่วงเธอไม่น้อย

“เธอเป็นของท่านชีค พวกแกอย่ามองเธออย่างนั้นอีก ถ้าไม่อยากถูกส่งเข้าไปอยู่กับสโตน”

ซุกรี่บอกทุกคนด้วยภาษาพื้นเมือง นั่นก็คือภาษาอาหรับ และชื่อ ‘สโตน’ ก็ทำให้พวกนั้นคอย่น รีบเบือนสายตาไปจากหญิงสาว

เนื้ออุ่นไม่รู้ว่าซุกรี่พูดอะไร เธอพอใจที่เขาทำให้คนพวกนั้นโลมเลียเธอทางสายตา

2 ชั่วโมงต่อมา เรือยอร์ชก็พาเธอมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง หญิงสาวมองมันแล้วได้แต่อึ้ง จะไม่ให้อึ้งได้ยังไงในเมื่อเธอเห็นแต่หน้าผาหินปูนล้อมรอบเกาะ มองไม่เห็นชายหาดหรือทางเข้าเลยสักนิด

“ยินดีต้อนรับสู่เกาะดาหลาครับ” ซุกรี่ยิ้ม เนื้ออุ่นยิ้มไม่ออก

“เอ่อ...ฉันคิดว่าจะเป็นเกาะที่ได้รับการพัฒนาแล้วซะอีกค่ะ แล้วเราจะไปไหนกันต่อคะ”

“เข้าข้างในสิครับ โน่น” ซุกรี่ชี้ไปที่ผาหินปูนตรงหน้า ความสูงของกำแพงหินนี้ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองอย่างผวา “ไปครั้ง เราจะต้องเดินกันต่ออีก 1 กิโล”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป