บทที่ 9 บทที่ 9

            “กลับมาก็เห็นคุณแม่เป็นลมอยู่ในบ้านล่ะค่ะ คุณแม่คะเป็นยังไงบ้าง อุ่นไปโรงเรียนก่อนจะมาบ้านเพราะไม่เจอคุณแม่ที่โรงเรียน แล้วเด็กๆ พวกคุณครูไปไหนกันหมดล่ะคะ”

คราวนี้คุณน้ำทองหน้าเผือดลง เนื้ออุ่นกุมมือผ่ายผอมของแม่แล้วสะท้อนใจว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ มือของแม่แห้งลงไม่อวบอิ่มเหมือนเมื่อก่อน ตากลมสวยกวาดมองไปทั่วเนื้อตัวของแม่

ใช่เลย คุณแม่ผอมลงจริงๆ ด้วย

“เนื้ออุ่นลูกแม่”

“ถ้าตอนนี้คุณแม่ไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องเล่าให้ฟังนะคะ อุ่นรอได้ เอาไว้คุณแม่หายแล้วค่อยเล่าดีกว่า” เนื้ออุ่นเป็นห่วงมารดาของเธอเหลือเกิน โรคแปลกประหลาดนี่ก็ไม่รู้จะหายขาดหรือเปล่า เธอไม่อยากเสี่ยงหากมารดาจะเก็บเรื่องร้อนใจมาคิดให้เป็นกังวลอีกครั้ง

คุณน้ำทองตาปรือเพราะฤทธิ์ยาแต่ยังฝืนมองบุตรสาวด้วยความดีใจที่ได้เจอหน้ากันอีกครั้ง เรื่องที่ไม่อยากให้รู้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปกปิดต่อไป ในเมื่อวันข้างหน้าโรงเรียนจินดามณีก็ต้องเป็นของเนื้ออุ่น

“โรงเรียนของเราปิดตัวแล้วล่ะลูก ไม่มีเด็กๆ เข้ามาเรียน ไม่มีครูให้สอน แม่เอาโรงเรียนกับบ้านไปจำนองกับธนาคาร เครื่องทองเพชรพลอยก็ไม่เหลือ เงินในบัญชียังมีติดไว้แค่ไม่กี่พันบาทกับรถปุโรทั่งของคุณพ่อ”

“ตายจริง เกิดอะไรขึ้นคะ แล้ว...ข้าวของเครื่องใช้อย่างอื่นล่ะคะ”

“หนูเข้าไปในบ้านเราแล้วเห็นอะไรบ้างก็เหลือเท่านั้น ส่วนโรงเรียนเหลือเพียงสถานที่ รถโรงเรียนแม่ก็เพิ่งจะขายไป”

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะคุณแม่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้” เนื้ออุ่นตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเรื่องที่มารดาเล่า แต่เธอจะตกใจยิ่งกว่านี้ถ้าได้ยินเรื่องต่อไป

“รถนักเรียนยางหน้าแตกตอนเข้าโค้งก็เลยพลิกคว่ำ ทำให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บ ในวันเดียวกันชิงช้าที่สนามก็ล้มทับเด็กนักเรียน ยังดีที่ตรงนั้นเป็นพื้นทรายจึงไม่ถึงขั้นเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ผู้ปกครองฟ้องร้องเราเรียกค่าเสียหายคนละ 2 แสนบาท รวมทั้งหมดก็สิบล้านพอดี แม่...ไม่มีทางเลือก แม่ต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะมันเป็นความผิดพลาดจากการเอาใจใส่ของแม่เอง ถ้า...แม่ดูแลทุกอย่างให้ดีและถี่ถ้วน ปรับปรุงซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้”

คุณน้ำทองไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้น้ำเสียงจะขาดหายเป็นช่วงๆ มารดาของเนื้ออุ่นทำทุกอย่างเต็มกำลังแล้ว บัดนี้เรื่องมันบานปลายเกินจะรับไหว ผู้ปกครองคงไม่กล้าส่งลูกเข้าเรียนเพราะกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม แสดงว่าตอนนี้จินดามณีไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

“ถ้าไม่มีเด็กนักเรียน โรงเรียนก็จะเปิดทำการเรียนการสอนไม่ได้ใช่มั้ยคะ แล้วถ้าเราไม่รีบหาเงินมาใช้หนี้ธนาคาร ไม่รีบหาเงินมาปรับปรุงซ่อมแซมทุกอย่าง โรงเรียนของเรารวมถึงบ้านของเราก็จะ...ถูกธนาคารยึด ใช่มั้ยคะ”

คำถามของเนื้ออุ่นไม่ได้คำตอบ เพราะคุณน้ำทองหลับลงไปด้วยฤทธิ์ยาอย่างไม่สามารถจะฝืนตาต่อไปได้ เนื้ออุ่นนั่งเฝ้ามารดาได้เพียงครู่เดียว นางพยาบาลก็มาแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยม เธอจึงจำต้องกลับบ้านในสภาพสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

บ้าน

โรงเรียน

จะไม่มีอีกแล้ว!!!

หญิงสาวน้ำตาตกเธอใช้เวลาคิดกว่าจะมาถึงบ้านแล้วได้ตัวช่วยอีกหนึ่งแรง เงินเก็บที่เธอสู้อุตส่าห์ทำงานมากับค่าเทอมที่มารดาส่งไปให้เป็นประจำยังมีอยู่ รวมแล้วก็มีเป็นแสน แม้จะไม่มากแต่ก็ยังเอามาเสริมได้ในบางส่วน เนื้ออุ่นวางกระเป๋าแล้วหยิบสมุดบัญชีธนาคารของตัวเองออกมา ก่อนจะค้นหาเอกสารการกู้ยืม แต่แล้วเธอกลับเจอหนี้สินเพิ่ม เอกสารสำคัญจากศาลเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายของผู้ปกครองนักเรียน ในนั้นมีบันทึกไว้ว่ามารดาของเธอยังไม่ได้ชำระค่าเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง

ร่างบางทรุดลงนั่งแข้งขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที เงินในบัญชีคงต้องเอาไปจ่ายให้คนที่เหลือสินะ หมายความว่าดอกเบี้ยธนาคารก็จะยังไม่มีให้

ยึด!!!

ธนาคารจะฟังคำอ้อนวอนขอเวลาอีกสักระยะจากเธอหรือเปล่า ไม่เลย สถาบันการเงินก็ต้องทำตามกฎระเบียบ ไม่มีเจ้าหนี้รายไหนจะยอมยืดเวลาการจ่ายดอกเบี้ยออกไป เอกสารการชำระเงินจากธนาคารก็แจ้งไว้แล้วว่าแต่ละเดือนต้องชำระเท่านี้ มีตารางแจ้งไว้โดยละเอียด ผู้กู้จะต้องทำตามสัญญาชำระเงินที่ให้ไว้กับธนาคาร

ถ้าไม่มีให้ก็...ยึด

นี่เธอกับแม่จะไม่เหลือสมบัติอะไรอีกแล้วเหรอนี่ จะทำยังไงดี จะทำยังไง!

เธอจะต้องหาตัวช่วย...พริสซิล่า

เนื้ออุ่นไม่รอช้าตรงไปยังห้องทำงานของแม่ แต่แล้วสิ่งที่เธอกำลังหาก็ยังอันตรธานหายไป แม้แต่คอมพิวเตอร์แม่ก็เอาไปขายหรือนี่ หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากดวงหน้า ถ้าที่บ้านไม่มีให้ใช้ เธอก็ต้องไปใช้ที่อื่น เนื้ออุ่นตรงไปร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก พริสซิล่าจะต้องช่วยเธอได้

พริสซิล่าคือเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับเธอและค่อนข้างสนิทสนมกัน พริสซิล่าได้สามีรวยบางทีถ้าเนื้ออุ่นกล้าบากหน้าเข้าไปขอความช่วยเหลือ เธอคงจะยื่นมือเข้าช่วย ถึงจะเกรงใจและลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดก็ต้องลองใช้ตัวช่วยสุดท้ายที่มีอยู่ แม้ว่าความหวังจะริบหรี่ก็ตาม

เนื้ออุ่นเปิดอีเมลของตนที่ใช้ประจำในนั้นมีเบอร์โทรศัพท์ของพริสซิล่าอยู่ อีเมลของเธอคือ [email protected] เมื่อเข้าไปแล้วเธอก็หาจดหมายของพริสซิล่า แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอสงสัยว่าจดหมายฉบับนั้นจะโดนไวรัสทำลายไปแล้ว ก็ไม่น่าใช่ ถ้าถูกไวรัสทำลายก็น่าจะลบจดหมายฉบับอื่นด้วย แล้วหายไปไหน

“ไปไหนนะ แย่จริง หรือเราจะเผลอกดลบทิ้งไปแล้ว โอย...รู้งี้น่าจะจดไว้ในสมุดก็ดีหรอก”

ในขณะที่กวาดตาหาจดหมายของพริสซิล่าให้เจอ จดหมายฉบับหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

“เอ๊ะ! จดหมายใครกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป