บทที่ 3 ตัดสินใจออกล่า 1

การพบเจอกันระหว่างบิดาและมารดาของม่านนี ทั้งยังทำทีเป็นรักใคร่นักหนาจึงนับได้ว่าเป็นแผนการทั้งหมดของบิดาที่มีนามว่าหยางจื้อเฉิง อย่างไม่ต้องสงสัย

ข่าวการเคลื่อนไหวของตระกูลหลิวทั้งหมดจึงถูกบิดาหลอกถามจากมารดาอย่างไม่น่าให้อภัย

ท่านตา ท่านยาย อีกทั้งญาติพี่น้องทั้งหลายของม่านนีจึงถูกฆ่าตายอย่างไม่มีปราณีโดยฝีมือของบิดาที่กระหายในอำนาจเพื่อที่จะได้ขึ้นครองราชย์เป็นมังกรเคียงข้างหงส์จนทุกวันนี้

บิดาของม่านนีเป็นมังกร

ในขณะที่หงส์ของบิดาเป็นสตรีหน้าด้านที่แย่งบิดาไปจากมารดาของม่านนี สตรีนางนั้นก็คือฮองเฮาของบิดาในยามนี้

สตรีนางนั้นมีนามว่า หวงเหม่ยเหลียน

เวลาล่วงเลยผ่านไปถึงสองชั่วยาม

ม่านนีที่กำลังนั่งทอดอารมณ์หลากหลายหลังจากที่ได้อ่านบันทึกรักสีเทาของมารดาจนจบเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิทราบได้

นางนั่งนิ่งงันอยู่อย่างนั้นอีกอึดใจ ก่อนกล่าวคำบางเบาออกมาให้หลุมศพของมารดาได้รับฟัง

“ท่านแม่ ท่านไม่ควรด่วนจากข้าไป” หญิงสาวกล่าวคำพลางเอื้อมมือขึ้นลูบไล้แผ่วเบาบนป้ายวิญญาณหน้าหลุมศพของมารดา “ไยท่านต้องตรอมใจตายไปอย่างเดียวดาย ในขณะที่คนพวกนั้นยังคงอยู่กันอย่างรื่นเริงคล้ายกับกำลังอยู่บนสรวงสรรค์”

ม่านนียังคงลูบคลำป้ายหน้าหลุมศพของมารดาพลางยกเหล้าขึ้นดื่มเพื่อนั่งเป็นเพื่อนร่ำสุรากับมารดาของนางอยู่อย่างนั้น พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนหน้า

ในวันนั้นเป็นวันที่มีคณะเดินทางขององค์ฮ่องเต้นามว่า หยางจื้อเฉิง ได้ทำตามประเพณีประจำปีเกี่ยวกับการล่าสัตว์

ในปีก่อนๆ หน้านั้นพระองค์คงจัดทำพิธีการล่าสัตว์ที่ป่าแห่งอื่นมาจนหมดแล้วกระมัง ในปีนี้ พระองค์จึงเลือกหุบเขาใกล้ๆ กับหุบเขาที่นางอาศัยอยู่

เมื่อนางได้ข่าวว่าบิดาบังเกิดเกล้าของนางได้เดินทางเข้ามาใกล้กันถึงเพียงนี้ มีหรือนางจะอยู่เฉย นางจึงถือโอกาสไปสำรวจบิดาของนางเสียหน่อย

เมื่อนางไปถึงคณะล่าสัตว์ของบิดา นางมองเห็นคณะเดินทางอันยิ่งใหญ่อลังการ มีองค์ฮ่องเต้ผู้งามสง่า มีองค์ฮองเฮาผู้งดงามอยู่เคียงข้างไม่ห่างกาย มีทหารมากมายอารักขาหลายร้อยชีวิต มีองค์หญิง มีองค์ชาย มีนางกำนัลข้าทาสบริวารมากมายคอยติดตาม

ช่างเป็นภาพที่น่าประทับยิ่ง

น่าประทับใจจริงๆ

ในยามนั้น หากนางจะเข้าไปสังหารผู้ยิ่งใหญ่ตรงๆ คงมิใช่เรื่องง่ายทั้งยังโง่งมเกินไป

เช่นนั้นแล้วนางจึงได้ตัดสินใจ

นางตัดสินใจเข้าไปทักทายพวกเขาเสียหน่อย ด้วยการสร้างความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ

นางแต่งกายด้วยอาภรณ์เก่าทรุดโทรมกลมกลืนกับสีเขียวทึบของผืนป่าที่นางอยู่มาตั้งแต่เกิด

และการเคลื่อนไหว การพรางตัว ก็ไม่เป็นเรื่องยากอันใด

นางแอบมองอยู่ไกลๆ แล้วยิงธนูเข้าใส่จนกลุ่มคณะแตกตื่นพากันกระจายตัวออกตามหาทิศทางของลูกธนูกันยกใหญ่ แต่ก็หาได้เจอนางไม่ ด้วยความคุ้นชินกับสถานที่ย่อมแตกต่าง

นางจับสัตว์มีพิษแอบเอาไปปล่อยเอาไว้ในกระโจมหรูหราสมฐานะองค์หญิง องค์ชาย พาให้พวกนั้นวุ่นวายไม่เป็นอันหลับอันนอน ทั้งยังไม่คิดจะสงสัยว่าเป็นฝีมือของใคร ด้วยเพราะว่ามาอยู่ในป่าใหญ่ สัตว์ทั้งหลายต้องได้พบพาน

จนในที่สุดนางจึงปล่อยไม้เด็ด

นางปล่อยงูพิษชนิดหนึ่งเข้าไปกัดองค์หญิงผู้หนึ่ง แล้วนางก็เข้าเสนอตัวช่วยเหลือพร้อมถอนพิษให้อย่างใจดี

แน่นอนว่านางย่อมได้รับความดีความชอบดังคาด

นางจึงไม่ขออะไรมาก

นางขอให้ได้มีโอกาสรับใช้ทุกคนในฐานะนางกำนัลชั้นต่ำก็ยังดี นางแค่ต้องการมีเบี้ยเลี้ยงเอาไว้เลี้ยงชีพของตน นางไม่อยากดำรงชีพด้วยการหาของป่าอย่างยากลำบากอีกต่อไป

นั่นคือเหตุผลที่นางกล่าวอ้าง เมื่อถูกฮ่องเต้ถามว่าต้องการสิ่งใดตอบแทนหลังจากที่นางได้ช่วยเหลือธิดาสุดที่รักของพระองค์ แน่นอนว่าเหตุผลของนางช่างมีน้ำหนัก ใครบ้างไม่ชอบมีเบี้ยเลี้ยงชีพมีหลักมีแหล่งพักพิง

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ม่านนีค่อยๆ แสยะยิ้มตรงมุมปากได้รูปสีแดงดุจกุหลาบอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามแล้วหมุนกายเดินเยื้องย่างออกห่างเล็กน้อยก่อนไปหยุดยืนอยู่นิ่งๆ ตรงปลายพื้นที่ยาวยื่นของหน้าผาสูงชันแห่งนี้ 

หญิงสาวทอดสายตาเรียวสวยมองไปยังทิศทางของพระราชวังแห่งแคว้นหยางเป่ย 

นางกวาดสายตาของนางมองไปรอบๆ ตัวที่เต็มไปด้วยผืนป่าพนาไพร ทอดอารมณ์มองออกไปตามทางเดินทอดยาวภายในป่าใหญ่หนาทึบแห่งนี้อย่างใจเย็น

ในป่าแห่งนี้เป็นที่ที่นางอาศัยและเติบโตมากับมารดาของนางอย่างยากลำบาก จนกระทั่งมารดาของนางได้ตรอมตรมจนถึงขีดสุดและได้ตายจากไปโดยที่ม่านนีอายุได้สิบสี่หนาว

ถึงแม้ว่าม่านนีจะเป็นแค่สตรีตัวเล็กๆ รูปร่างบอบบาง ทว่านางอาศัยอยู่ในป่าที่แสนจะอันตรายมาตั้งแต่เกิด ทั้งยังได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้มาบ้างแม้จะไม่มากนัก 

ในยามนั้นนางได้พบเจอกับชาวยุทธ์สูงวัยท่านหนึ่งที่ได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วหล้าเพื่อฝึกฝนวิชาการต่อสู้ทุกแขนง 

ชาวยุทธ์ท่านนั้นได้เดินทางมาจนถึงบ้านกลางป่าของม่านนี ได้รับการต้อนรับจากม่านนี ได้รับที่พักพิงชั่วคราวจากม่านนี ได้เห็นว่าม่านนีเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ภายในป่าใหญ่เพียงลำพัง ทั้งยังคุยกันถูกคอ จึงถือโอกาสรับม่านนีเป็นศิษย์และได้ฝึกฝนวิชาการต่อสู้ให้ม่านนีอยู่ถึงสองปี

และเดินทางจากไปตามความประสงค์ของเขาที่ตั้งใจก่อนหน้านี้

ก่อนจะจากกันเขาได้บอกความจริงกับม่านนีว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นนักฆ่าระดับตำนานที่กำลังถูกทางการไล่ล่ามีค่าหัว

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าเขาต้องเดินทางไปทั่วทั้งใต้หล้าอย่างไม่มีกำหนดว่าจะหยุดลงตรงที่ใด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป