บทที่ 4 ตัดสินใจออกล่า 2

ม่านนีไม่แปลกใจ

เพราะวิชาการต่อสู้ที่เขาได้พร่ำสอนม่านนีนั้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่มากมาย แต่ทุกวิชาล้วนแล้วแต่เป็นวิชาการฆ่าคน หาได้เป็นเพียงการป้องกันตัวเองไม่

แต่ถึงกระนั้นม่านนีก็ยังมิเคยได้ฆ่าใคร

การตายจากกันไปมันไม่เร้าใจเลยซักนิด

การอยู่อย่างทรมานแบบตายทั้งเป็นต่างหากเล่าที่น่าคิด

ม่านนีสะกิดใจของตนได้อย่างนั้น

นางได้ตัดสินใจแล้วที่จะเดินทางเข้าไปในพระราชวังแห่งนั้น โดยการปลอมตัวไปเป็นนางกำนัลชั้นล่างเพื่อหมายจะค่อยๆ แทรกซึมภายในวังหลวงแห่งนี้  

นางเพียงต้องการไล่ล่าเหยื่อของนาง

เหยื่อของนาง...บุคคลทั้งหมดที่เป็นต้นเหตุของชีวิตอันแสนอัปยศของมารดา

การปลอมตัวเป็นแค่สตรีตัวเล็กๆ ตำแหน่งไร้ค่าไร้ตัวตนอย่างนั้นเป็นเรื่องที่พึงกระทำ 

น้ำนิ่งๆ ย่อมต้องไหลอยู่ลึกๆ

หนอนตัวเล็กๆ ต้องค่อยๆ กัดกินสัตว์ตัวใหญ่อ้วนพีทีละเล็กทีละน้อย ทีละคำ ทีละคำ จนเจ้าสัตว์ใหญ่ตัวนั้นมันเน่าเฟะไปหมดทั้งตัว

ดูทีเถิดว่า สตรีตัวเล็กๆ ที่ถูกทิ้งขว้างอย่างไร้ค่าผู้นี้ จะทำอันใดได้บ้างกับพวกที่มีค่านักหนาทั้งหลายที่เป็นพี่น้องที่น่าชังของนาง...

ภายในพระราชวังหยางเป่ยที่ใหญ่โตหรูหราวิจิตรตระการตาอลังการเหลือคณา มีตำหนักเล็กใหญ่ตั้งตระหง่านเรียงรายอยู่หลายตำหนัก แต่ละตำหนักช่างเลอค่ามากมายหาใดเปรียบ 

ตำหนักสวยงามเหล่านี้ตั้งตระหง่านเป็นสง่าอยู่หลังกำแพงสูงชันที่สูงขึ้นไปจนต้องแหงนมองคอแทบหัก ทั้งยังมีความยาวมากมายจนไม่สามารถวัดได้ว่ากว้างและยาวเท่าไหร่ 

ม่านนีเดินผ่านกำแพงใหญ่หนาแห่งนี้เข้ามาได้หลายวันแล้วโดยที่ไม่ต้องเข้ารับการสอบคัดเลือกอันหนักหน่วง หรือการคัดกรองอย่างละเอียดถึงขั้นตรวจภายในส่วนสงวนอิสตรีอันใดให้วุ่นวาย ถึงแม้ว่านางจะยังไม่เคยต้องชายใด แต่การถูกล่วงเกินส่วนนั้นนางไม่จำเป็นต้องยอม 

และเนื่องจากนางได้ใบเบิกทางจากบิดาบังเกิดเกล้าของนางจากในป่าวันงานล่าสัตว์มาแล้วเป็นอย่างดีมันจึงทำให้นางได้เข้ามาในนี้ได้อย่างง่ายดาย

ในยามนี้ ม่านนีกำลังอยู่ในอาภรณ์ของนางกำนัลชั้นล่างที่ปกปิดมิดชิดยิ่งกว่าอาภรณ์ที่นางใส่เป็นประจำยามเมื่ออยู่ในป่า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงอาภรณ์ของบ่าวรับใช้ระดับต่ำสุดแต่ทว่ามันช่างดูดีเหลือเกินในความคิดของม่านนี 

สีของมันเป็นสีขาวล้วนพาดทับกันหลายชั้นหนาแน่นจนมิดชิดตรงลำคอ นางถึงกับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมากมายเพราะว่ามันช่างผิดกับอาภรณ์ที่นางเคยสวมใส่เมื่ออยู่ในป่าใหญ่ อาภรณ์ทั้งเก่าทั้งขาดและมักจะหนาวเหน็บหาได้ปกป้องนางจากความเย็นเฉียบของอากาศแต่อย่างใดไม่

ชุดของนางกำนัลชุดนี้มีแขนเสื้อยาวและกว้างจนปิดฝ่ามือและเรียวนิ้วทุกนิ้วได้มิดชิด ชายกระโปรงพลิ้วไหวลากยาวแต่ไม่รุ่มร่าม มีกางเกงใส่เอาไว้ด้านในอย่างดี รองเท้าก็เป็นอย่างดีเดินได้ถนัดถนี่ยิ่งนัก นางชักจะชอบเสียแล้ว เป็นนางกำนัลก็ดีไม่น้อย

ม่านนีคิดอย่างนั้นพลางเดินทอดน่องมากับคณะของเหล่านางกำนัลทั้งหลายเพื่อที่จะเดินขบวนไปตระเตรียมงานต่างๆ ในพระราชวังตามปกติวิสัย

ม่านนีก้มหน้าก้มตาเดินไม่สนใจใคร เนื่องจากตามกฎแล้วนางกำนัลตัวน้อยไม่มีสิทธิ์เงยหน้าขึ้นแต่อย่างใด โดยเฉพาะเวลาที่มีบุคคลอันสูงศักดิ์อยู่เบื้องหน้าของเหล่านางกำนัล

ซึ่งนั่นล่ะที่ม่านนีต้องการ

ถึงแม้ว่าม่านนีจะก้มหน้าจนต่ำยามย่างเดินแต่สายตาเรียวสวยของม่านนีไม่ได้หลับลงทั้งยังมองได้อย่างถ้วนทั่วแบบรอบทิศทางไม่มีตกหล่นคล้ายกับดวงตาเสือจ้องล่าเหยื่อก็ไม่ปาน

เมื่อขบวนของนางกำนัลชั้นผู้น้อยเดินมาเจอกับขบวนของนางกำนัลชั้นผู้ใหญ่ก็ต้องหยุดเดินให้นางกำนัลชั้นผู้ใหญ่ได้เดินไปก่อน และเมื่อได้เจอกับขบวนของเชื้อพระวงศ์ก็ต้องหยุดเดินและคุกเข่าก้มหน้าลงต่ำยิ่งขึ้นทำความเคารพคนพวกนั้น

เช่นนั้นแล้ว ใครเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร พวกนางกำนัลชั้นต่ำอย่างนางก็หาได้มีใครสนใจไม่ ยิ่งได้มาอยู่รวมกันอย่างนี้ก็ยิ่งสังเกตได้ยากว่าใครเป็นใครหน้าตาเป็นเช่นไร

ม่านนีถึงกับยกยิ้มตรงมุมปากเมื่อคิดมาถึงตรงนี้

และยกยิ้มมากขึ้นเมื่อได้เดินมาเจอกับขบวนขององค์หญิงผู้หนึ่ง

ท่าทางขององค์หญิงผู้นี้หยิ่งยโสไม่เบา

เชิดหน้าขึ้นฟ้า วางมาดดั่งนางพญา เท้าไม่ติดดิน

หึ! หากเท้าไม่ติดดินให้ใบหน้าไถไปกับดินเลยเป็นไร

ม่านนีคิดอย่างนั้นในใจพร้อมยกยิ้มน้อยๆ ตรงมุมปากขึ้นอีกนิดหาได้มีใครสังเกตเห็นไม่

เมื่อขบวนขององค์หญิงผู้นั้นกำลังก้าวเท้าเดินผละไปจากขบวนของม่านนีเล็กน้อย นางแอบเอื้อมฝ่ามือเล็กๆ ของนางล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของตนแล้วหยิบเอาก้อนหินก้อนเล็กก้อนหนึ่งจากในสาบเสื้อมาถือเอาไว้ในมือ 

เพียงอึดใจนางจึงดีดก้อนหินก้อนนั้นออกไป  

และเมื่อก้อนหินก้อนนั้นถูกดีดไปจนเจอกับเท้าขององค์หญิงผู้นั้น ทำให้ผลที่ตามมาขององค์หญิงผู้เชิดหน้าขึ้นรั้นถึงชั้นฟ้าถึงกับล้มหน้าทิ่มอย่างเสียจริตกิริยาจนใบหน้างดงามแนบพื้นดินพาเอาขบวนนางกำนัลที่เดินตามพาล้มกันระเนระนาดไม่เป็นท่า

อา...ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่ง

งดงามจริงๆ

ม่านนีคิดอย่างนั้นขณะใบหน้ายังคงก้มลงต่ำย่างเท้าก้าวเดินเนิบนาบไปตามทางโดยที่เบื้องหลังของขบวนที่ม่านนีกำลังเดินไปนั้นบัดนี้ได้เกิดความวุ่นวายเป็นการใหญ่ ด้วยเพราะว่าองค์หญิงผู้เลอโฉมกำลังจะเสียโฉมเนื่องจากใบหน้าไถพื้นดิน

หึหึ! ม่านนีหัวเราะอยู่ในใจ 

“จะเป็นอย่างไรนะ” จู่ๆ เสียงของนางกำนัลคนหนึ่งพลันเอ่ยกระซิบกระซาบขึ้น

“นั่นสิ อาจจะเป็นแผลแล้วเสียโฉมเป็นแน่แท้” นางกำนัลอีกคนหนึ่งกระซิบกระซาบตอบกลับ

“อา...ช่างน่าเห็นใจ” ม่านนีกระซิบกระซาบว่าอย่างนั้นด้วยน้ำเสียงบ่งบอกว่าเห็นใจเป็นอย่างมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป