บทที่ 5 พระราชวังหยางเป่ย 1

“อืม...” เสียงของนางกำนัลคนอื่นๆ เอ่ยเห็นด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง

ซึ่งเหล่าขบวนนางกำนัลของม่านนีไม่อาจเข้าไปยุ่งวุ่นวายหรือช่วยเหลืออันใดองค์หญิงผู้นั้นได้เนื่องจากไม่มีคำสั่งจากผู้สูงศักดิ์ จึงไม่อาจจะกระทำการใด

หากเข้าไปช่วยเหลือเกรงว่านางจะแอบซ้ำเติมเสียมากกว่า ม่านนีคิดด้วยใบหน้ายังคงก้มลงต่ำ

“พวกเจ้า! ไม่มีสิทธิ์วิจารณ์เชื้อพระวงศ์ อยากตายกันใช่หรือไม่” เสียงของหัวหน้านางกำนัลชั้นล่างผู้อยู่เหนือขบวนเดินเท้าของม่านนีหันมาปรามทุกคนเสียงเข้ม

ทำเอาทุกคนต้องหยุดพูดพล่ามก่อนพากันก้าวเดินไปตามทางเฉกเช่นดังเดิม

ชั่วอึดใจ รูปขบวนนางกำนัลของม่านนีพลันหยุดชะงักและต้องหยุดเท้าก้าวเดิน เมื่อเบื้องหน้าของพวกนางเป็นขบวนของราชองครักษ์หลายนายกำลังเดินสวนทางกัน

กิริยาของเหล่านางกำนัลพลันเปลี่ยนไป

จากที่สงบเงียบเรียบนิ่งกลับกำลังส่งสายตาระยิบระยับวิบวับกันเป็นการใหญ่

ม่านนีเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่เหล่านางกำนัลทั้งหลายมองไป จึงได้เห็นเป็นขบวนของเหล่าราชองครักษ์หลายนายกำลังเดินเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

ราชองครักษ์พวกนี้เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่งามสง่าแต่ทว่าน่าเกรงขาม โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเดินอยู่เหนือขบวน ถือได้ว่ารูปงามและน่ายำเกรงกว่าผู้ใด

ทันใดนั้น เหล่าราชองครักษ์ทั้งหลายพลันหยุดเดินคล้ายกับต้องการจะหยั่งเชิงเหล่านางกำนัล ทำเอาเหล่านางกำนัลทั้งหลายถึงกับต้องเก็บอาการบางอย่างกันแบบปางตาย

ม่านนีถึงกับกลอกตามองบนกับกิริยาเข้มข้นเหล่านั้นของเหล่าบุคคลเบื้องหน้าของนาง

ทันใดนั้นพลันมีขบวนของสนมนางหนึ่งรีบนวยนาดเดินมาตามทาง เหล่าราชองครักษ์และเหล่านางกำนัลในขบวนของม่านนีจึงรีบทำความเคารพกันอย่างพร้อมเพรียง แต่สนมนางนั้นก็หาได้สนใจการทำความเคารพของเหล่าผู้น้อยทั้งหลายไม่

ด้วยเพราะว่าพระนางกำลังเดินแกมวิ่งไปยังทิศทางที่องค์หญิงผู้หนึ่งกำลังนั่งกุมใบหน้าร่ำไห้อยู่ไม่ไกล

ซึ่งมันก็เป็นอันเข้าใจได้ไม่ยาก

ม่านนีก้มหน้ายกยิ้มตรงมุมปากอย่างพึงพอใจ เมื่อมองไปยังเมียน้อยของบิดากับน้องสาวผู้น่าสมเพชของนางผู้นั้น

ถึงแม้องค์หญิงผู้นั้นจะไม่ถึงขั้นที่จะเสียโฉมตลอดชีวิต แต่ก็คงจะเป็นแผลอยู่นานหลายเดือน นางคงไม่สามารถเดินเชิดหน้าชี้ฟ้าอีกเป็นนาน

หึหึ! ม่านนีหัวเราะในใจได้อีกครั้ง

“ท่านราชองครักษ์เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ” จู่ๆ เสียงหวานๆ ของหัวหน้านางกำนัลพลันเอ่ย

ม่านนีเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงของหัวหน้านางกำนัล หญิงสาวเห็นหัวหน้านางกำนัลเอ่ยไปทางราชองครักษ์ผู้อยู่เหนือขบวนผู้นั้น

เขาเป็นบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ งามสง่าเหนือใคร ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เรียวคิ้วเข้มหนา สายตาคมดุนุ่มลึก ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสด ผิวพรรณขาวเนียนผ่องผาดเยี่ยงชายชาติสูงศักดิ์กระนั้น ท่าทางทระนงองอาจ แสดงออกถึงความห่างเหินไว้ตัว เขาดูดีใช้ได้

ม่านนีจึงไม่แปลกใจว่าทำไมหัวหน้านางกำนัลถึงหลงใหลได้ปลื้มอย่างไม่อาจห้ามใจจนต้องส่งเสียงหวานๆ ออกไปอย่างนั้น

และคำตอบที่ได้รับกลับมายังหัวหน้านางกำนัลก็คือความเงียบงันพร้อมใบหน้าเฉยเมยท่าทางเย็นชาจากหัวหน้าราชองครักษ์ผู้นั้น เขาปรายสายตาคมดุมองกลับมาดังพญาเหยี่ยวที่ไม่สนใจเหยื่อตรงหน้าแต่อย่างใด

แต่ทว่าความเรียบนิ่งเฉยชาโดยไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับนั้นก็หาได้มีผลกับหัวหน้านางกำนัลในวัยสาวสะพรั่งอายุย่างเข้ายี่สิบปีนางนี้ไม่ นางคงอยากจะมีสามีเต็มที นางจึงยังคงส่งเสียงหวานๆ ออกไป

“ท่านต้องดูแลสุขภาพนะเจ้าคะ” นางว่าอย่างนั้นโดยไม่สนใจสายตาของใครๆ

ในยามนี้ทุกคนต่างเมียงมองและสนใจอยู่กับหัวหน้านางกำนัลผู้กล้าหาญชาญชัย และกำลังเมียงมองไปยังหัวหน้าราชองครักษ์ผู้นั้นอย่างไม่วางตา

ม่านนีเห็นอย่างนั้นจึงสบโอกาสค่อยๆ ย่องออกมาอย่างใจเย็นเพื่อหมายจะหนีออกมาจากขบวนในยามนี้

การที่เป็นเพียงนางกำนัลชั้นต่ำตัวเล็กๆ ไม่โดดเด่นจึงทำให้ไม่เป็นที่น่าสนใจและจดจำ ทั้งยังมิได้ขึ้นตรงกับฝ่ายใดหรือตำหนักใด และยังมิได้เป็นบ่าวรับใช้องค์หญิงองค์ชายคนใด เช่นนั้นแล้วการที่ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยแม้เพียงนิดเช่นม่านนีนับว่าเป็นเรื่องที่ดี

ม่านนีหลบมานั่งอยู่หลังพุ่มไม้อย่างเงียบเชียบไม่ไกลจากขบวนของนางกำนัลมากนัก เพื่อสังเกตการณ์ว่าไม่มีผู้ใดรู้ตัวว่ามีนางกำนัลตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งหายไปจากขบวน

นางสังเกตเห็นว่าราชองครักษ์หนุ่มรูปงามผู้นั้นยังคงมีท่าทางเย็นชาเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าเขากำลังมองไปยังทิศทางหนึ่งทำให้เหล่านางกำนัลต้องมองตามกันอย่างพร้อมเพรียงโดยที่ไม่มีใครสังเกตว่ามีนางกำนัลคนหนึ่งหายไป นั่นจึงทำให้ม่านนีได้ทีสบโอกาสหลบเร้นซ่อนกายออกมาได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

ชั่วอึดใจนางจึงใช้ความปราดเปรียวรวดเร็วหนีออกมาได้ เนื่องจากขบวนของนางกำนัลหยุดอยู่ใกล้ๆ กับพุ่มไม้ชูช่อสวยงามภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ก้อนหินหลากหลาย มีสระบัว มีม่านน้ำตก คล้ายกับอยู่ในป่าสวยงามในภาพฝัน มันจึงมิใช่เรื่องยากที่ใช้ประโยชน์จากป่าเนรมิตเยี่ยงนี้

นางฝึกความเร็วแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้เมื่อครั้งที่ต้องหนีสัตว์ร้ายในป่าใหญ่อยู่เป็นนิตย์ในเวลาที่ต้องออกไปหาอาหาร

และไม่นานม่านนีจึงออกมาจากกำแพงวังจากช่องเล็กๆ ขนาดเท่าสุนัขลอดได้ตรงมุมพุ่มไม้ลับตาคน

นางลุกขึ้นยืนเพื่อยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยก่อนพลิ้วกายหลบมุมไปเรื่อยๆ มิให้ทหารยามพบเห็น

หลายวันมาแล้วที่มารดาของนางต้องทนเหงานอนอยู่ในหลุมศพอย่างเดียวดาย เนื่องจากนางมิได้ไปทักทายเหมือนดังเช่นทุกวันก่อนหน้าที่ผ่านมา

นางต้องไปนั่งคุยเล่นกับท่านแม่เสียหน่อย

อา...นางแอบขโมยเหล้าชั้นดีมาจากในโรงครัวของวังด้วย ท่านแม่คงจะชอบอยู่ไม่น้อย นางจะต้องร่ำสุรากับท่านแม่เสียหน่อย รีบไปดีกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป