บทที่ 8 ท่านเป็นใครกันแน่ 1

บนทางเดินทอดยาวในป่าใหญ่

ม่านนีเดินอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวห่างออกมาเล็กน้อยจากทางด้านหลังของบุรุษที่นางจำได้แล้วว่าเขาเป็นถึงราชองครักษ์แห่งวังหลวง

หญิงสาวเห็นเป็นเพียงแผ่นหลังกว้างใหญ่ของเขา หาได้เห็นใบหน้าเย็นชากับแววตาคมกริบของเขาไม่ แต่ถึงกระนั้นนางก็พอจะเดาออกได้ไม่ยากว่าใบหน้าเย็นชากับแววตาคล้ายพญาเหยี่ยวของเขานั้นเป็นเช่นไร

นางควรจะตีสนิทกับเขาเอาไว้ เพื่อที่ว่าเขาอาจจะมีประโยชน์กับนาง

เมื่อม่านนีคิดได้อย่างนั้นนางจึงเร่งฝีเท้าเพื่อก้าวเดินให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้เดินไปใกล้ๆ กับบุรุษหน้าตายตรงหน้า

แต่ทว่าเมื่อนางก้าวเท้าเดินบุรุษท่านนี้ก็หันหน้ามาหานาง

ม่านนีถึงกับสะดุดแต่นางหยุดเท้าเอาไว้ไม่ทันจึงชนเข้ากับแผงอกของเขาเต็มแรง

“อ่ะ!” นางอุทานออกมาได้แค่นั้นเมื่อเจอแผงอกบึกบึนทั้งแข็งทั้งแน่น “อา...เจ็บนะ หยุดทำไมเล่า” นางดุออกไปอย่างลืมตัวพลางยกมือขึ้นกุมจมูกของตนเอาไว้

“เจ้าจะทำอะไร” เขาถามเสียงเรียบด้วยสายตาดุดันไม่เปลี่ยนแปลง

ม่านนีจึงเงยหน้าขึ้นมองพลางเอ่ย “ข้าอยากแนะนำตัวกับท่าน เราควรทำความรู้จักกันเอาไว้”

นางกล่าวพลางลูบจมูกน้อยๆ ไปด้วย ยามนี้จมูกเรียวเล็กของนางแดงไปหมด นางรู้สึกได้ เพราะว่ามันเจ็บแล้วก็แสบจากการกระแทกกับแผงอกแน่นๆ ของเขา

“เรามีความผิดร่วมกันสมควรช่วยเหลือกันและกัน ท่านคิดว่าอย่างนั้นหรือไม่” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้

“ความผิดอันใด” เขาขมวดคิ้วคมเข้มเข้าหากันพลางก้มหน้าถามนางแต่สายตากำลังมองจมูกแดงๆ ของนาง

“ความผิดที่แอบหนีออกนอกวังอย่างไรเล่า” นางตอบออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เจ็บจมูกอยู่นะ

“เจ็บมากหรือไม่”

“หือ...”

ม่านนีถึงกับสะดุดหูกับประโยคคำถามนั้นจากบุรุษตรงหน้าจึงได้แต่จ้องมองเขานิ่งงัน  

นางมองสบเข้าไปในดวงตาคมเข้มทอประกายลึกล้ำยากเกินคาดเดาอารมณ์ของเขา

เขาเองก็กำลังจ้องมองเข้ามาในแววตาของนางเช่นเดียวกัน

แต่คล้ายกับว่าเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้เขาจึงรีบหันหลังกลับไปแล้วเดินเท้าต่อเสียอย่างนั้น 

ม่านนีสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

หูของเขาคล้ายกับว่าจะแดงๆ

เขาเป็นอะไรไป?

“นี่! ท่าน” หญิงสาวรีบเดินตามพลางยกมือขึ้นสะกิดลาดไหล่เนื้อแน่นของเขา “เมื่อครู่ท่านหันหน้ามามีเรื่องอันใดหรือไม่”

“ไม่มีอะไร” เขาตอบหน้านิ่ง ขณะเดินย่ำเท้าไปเรื่อยๆ คล้ายโกรธเคืองกัน

“ไม่มีอะไรแล้วหันหน้ามาหาข้าทำไม หรือว่า” หญิงสาวเว้นคำเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ท่านหนีมาเที่ยวในป่านี่จริงๆ อย่างน้อยก็สองวันกระมัง”

ม่านนียังคงกล่าวพลางเดินตามติด “ท่านหิวก็เลยหาปลากินตามวิสัย ใช่หรือไม่”

บุรุษท่านนั้นถึงกับหันหน้ามามองม่านนี

เขามองนางนิ่งๆ ด้วยใบหน้าเฉยชาสายตาดุดัน

“ข้าพูดถูกใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางยกยิ้มชอบใจเมื่อเอ่ยอย่างนั้น ดวงหน้างดงามของนางพลันสว่างไสวพร่างพราวยามนางยิ้มออกมา

“เจ้า!” เขาดุอีกแล้ว

ดุจริงเชียว ไม่เห็นจะกลัว

ม่านนีคิดในใจแต่มิได้แสดงกิริยาใดๆ ออกมา

นางยังคงทำท่าทางสตรีใสซื่อไร้พิษภัยได้อย่างต่อเนื่อง นางคลี่ยิ้มหวานล้ำส่งให้เขาอย่างเอาใจ

เขาเป็นถึงราชองครักษ์ของวังหลวง ฝีมือน่าจะเก่งกาจไม่เบา ผูกไมตรีเอาไว้เผื่อไหว้วานอะไรได้บ้าง

นั่นคือความคิดของม่านนี

ชายหนุ่มมองท่าทางอย่างนั้นของม่านนีอยู่นิ่งๆ 

เขาหยุดเดินแล้วยืนมองนางอยู่อย่างนั้น

สายตาคมกล้าของเขาคล้ายกับกำลังทอประกายบางอย่างทั้งยังเหมือนว่าจะร้อนแรงอีกด้วย

“ท่านเป็นอะไรหรือ” ม่านนีถามออกมาเมื่อมองเห็นใบหูของเขายังคงแดงๆ

“เจ้าไม่ควรทำอย่างนี้” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำก่อนจะสะบัดชายเสื้อเสียงดังแล้วก้าวเท้าเดินต่ออย่างดุดัน

“อีกแล้ว ข้าทำอันใด” นางยังคงงุนงง

ชายหนุ่มพาเรือนร่างสูงใหญ่เดินนำหน้าหญิงสาวไป โดยไม่หันมามองนางอีกเลย

ม่านนีมองท่าทางน่าเกรงขามของเขาอย่างเงียบงัน

เขาช่างดูทรงพลังน่าหวาดหวั่นไม่เบา ทำให้นางนึกถึงอาจารย์ของนางขึ้นมา

อาจารย์ของนางที่เป็นนักฆ่ามักจะชอบดุด่าว่ากล่าวนาง ทั้งยังชอบแยกเขี้ยวใส่นาง เมื่อยามที่สั่งสอนนางเขาก็ฟาดพลังใส่นางอย่างดุเดือด เขายิ้มให้นางแค่ครั้งเดียวเมื่อยามจากลา

กับบุรุษตรงหน้าก็ท่าทางคล้ายๆ กัน   

เพียงแต่ว่า เขาทั้งหนุ่มแน่นและรูปงามมากกว่าอาจารย์ของนางก็เท่านั้น

กับบุรุษผู้นี้ มีนางกำนัลน้อยใหญ่ต่างพากันเมียงมองมากมาย เขามักจะคงไว้ซึ่งมาดเรียบนิ่งท่าทางน่ายำเกรง ใบหน้าเย็นชา แววตาดุดันแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ท่าทีของเขามีแต่ความเฉยชาไร้ใครอยู่ในสายตาไม่ว่าในยามใด เขาหยิ่งยโสใช้ได้

หลายวันที่อยู่ในวังนางไม่เคยได้ยินเขาเอ่ยคำกับผู้ใด

ขบวนนางกำนัลชั้นต่ำของนางได้เจอเขาอยู่หลายครั้ง เขายังคงไม่เคยเอ่ยคำอันใดตอบกลับมาเมื่อเวลาที่มีนางกำนัลใจกล้ากล่าวทักทายเขาไป

และบางครั้งนางก็ได้เห็นกับตาว่าถึงกับมีองค์หญิงแอบมองเขาด้วยเช่นกัน

เหล่าน้องสาวต่างมารดาของนางพวกนั้นมองเขาด้วยสายตาทอประกายวาบหวามแต่ต้องเก็บข่มมันเอาไว้ด้วยเพราะเป็นสตรีสูงศักดิ์ต้องระมัดระวังกิริยา

แต่กระนั้นม่านนีก็พอจะดูออก เหล่าสตรีทั้งหลายคงอยากจะเข้ามาขย้ำบุรุษผู้นี้ให้จมเขี้ยวด้วยความพิศวาสเกินยับยั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป