บทที่ 2 ข้อตกลง
ตอนที่2. ข้อตกลง
“ได้ถ้าอยากให้แต่งก็จะแต่ง แต่มีข้อแม้ว่างานแต่งนี้ผมจะไม่เชิญใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องเพื่อนสนิทนักธุรกิจหรือใครก็ตาม
แต่จะมีแค่เราสองครอบครัวเท่านั้นแม้แต่หมาตัวเดียวก็เข้ามาไม่ได้ และหลังการแต่งงานปานตะวันอยู่ที่นี่
ที่สำคัญต้องเป็นสัญญาว่าจะไม่ยกเรื่องธุรกิจมาเป็นข้ออ้างอีกหากใครผิดสัญญาคนที่สร้างไว้ให้ยกเป็นของอีกฝ่ายหนึ่งทันที”
“อาทิตย์ !! ”
ทุกคนภายในห้องถึงจับตกใจร้องเรียกชายหนุ่มเสียงดังมาก
“หนูไม่แต่งค่ะยังไงหนูก็ไม่แต่ง”
ปานตะวันยืนกรานเสียงแข็ง 2 ครอบครัวมองหน้ากันก่อนจะขอคุยกันตามลำพังและให้เด็กทั้ง 3 ออกไปรออยู่ด้านนอก
“พี่อาทิตย์คะเราค่อยๆคุยกันไม่ได้เหรอคะบอกผู้ใหญ่ว่าเราทั้งสองคนไม่ติดใจอะไร”
“ก็ไม่ได้อยากแต่งเธอก็รู้ว่าพี่มีคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคืนนั้นเธอเข้าไปในห้องนั้นทำไม
หรือว่าทั้งหมดเป็นแผนการของครอบครัวของเธอที่อยากจะจับผู้ชายรวยๆที่มีฐานะหน้าที่การงานที่ดีไว้เป็นสะพานสำหรับเชื่อมต่อทางด้านธุรกิจหน้าไม่อายจริงๆ”
ทันทีที่อาทิตย์พูดจบฝ่ามือน้อยๆของปานตะวันก็ฟาดไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างแรงทำเอาเขาถึงกับหน้าหัน
อาทิตย์หันหน้ากลับมาพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดที่มุมปากตัวเอง ก่อนจะพบว่าริมฝีปากของเขามีเลือดไหลเล็กน้อย
เพราะความโมโหอาทิตย์ปรี่เข้าไปจัดการปานตะวัน โดยดันร่างของหญิงสาวดันชิดผนัง
มือข้างหนึ่งรวบแขนทั้งสองข้างของปานตะวันและชูขึ้นเหนือศีรษะของเธอส่วนมืออีกข้างหนึ่งเขายกขึ้นมาบีบที่ปากของปานตะวันไว้อย่างแรง
พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
“อยากได้ผัวจนตัวสั่นหรือยังไงหรือติดใจในรสชาติอันเร่าร้อนเลยอยากอีกถ้าเป็นอย่างนั้นจะสงเคราะห์ให้”
พูดจบอาทิตย์ก็ประกบริมฝีปากของเขาแนบชิดกับริมฝีปากของปานตะวันพร้อมกับบดจูบอย่างรุนแรง
ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปภายในโพรงปากของหญิงสาว และตวัดลิ้นในช่องปากอย่างเอาแต่ใจตัวเอง ก่อนจะผละออกไปในที่สุด
“คนเลว”
ปานตะวันเสียงสั่นเล็กน้อยก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา
“คนเลว กับคนชั่วต่างกันตรงไหนไม่ทราบ ทั้งที่รู้ว่าเขามีคนรักก็อยากได้เป็นผัว หน้าด้านจริง ๆ ”
“ใช่ฉันหน้าด้าน คนอย่างนายจะไปรู้อะไร”
“นายอย่างนั้นเหรอ ? ”
“ใช่คนอย่างนายจะไปรู้อะไร นายจะไปรู้อะไรว่าฉันเจออะไรมา ถ้ารู้อย่างนี้ความบริสุทธิ์นั้นฉันให้ขอทานยังดีซะกว่าให้นาย จำไว้”
ปานตะวันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ก่อนจะเดินหนีไปที่รถและขับออกไปในที่สุด พร้อมกับสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศภายในบ้านเริ่มอึมครึมอีกครั้ง เมื่อผู้ใหญ่เรียกเด็ก ๆ มาพบ แต่ว่าปานตะวันไม่อยู่
“จันทร์ไปห้องน้ำกลับมาก็เห็นว่าน้องขับรถออกไปแล้วค่ะ” จันทร์วาดบอกกับทุกคน
“เอาเป็นว่าการแต่งงานจะมีขึ้นในอีก 3 วันต่อจากนี้เพราะจะได้เริ่มงานโครงการใหญ่ของพวกเรา จะได้มีความเชื่อมั่นในบรรดานักธุรกิจที่จะมามีส่วนร่วม ”
คุณภูมิพัฒน์พ่อของอาทิตย์บอกกับทุกคน และมองหน้าลูกชายที่ตอนนี้นั่งนิ่งเป็นเจ้าเข้า
“ส่วนข้อตกลงที่อาทิตย์เสนอมานั้น ลุงกับป้าตกลงกันว่าจะให้น้องมาอยู่ที่นี่ตามคำขอ
เท่ากับว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วนะ จากนี้ไปก็ฝากดูแลน้องด้วยก็แล้วกัน”
คุณหญิงสายใจ แม่ของปานตะวันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก
“แม่คะแต่ว่าน้อง…”
จันทร์วาดพยายามจะขัดแม่แต่ว่าไม่เป็นผล เพราะสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเลยสักนิดนั้น
ทำเอาผู้คนบนท้องถนน ต่างก็รีบเร่งกว่าเดิมเพราะว่ากลัวฝนจะตกหนักและทำให้เดินทางลำบาก บ้างก็พยายามขับช้า ๆ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของตนเอง
ผิดกับกลุ่มหญิงสาวที่อยู่ภายในรถ ที่ทั้งแหกปากร้องเพลงเสียงดังลั่นรถ โดยไม่สนว่าถนนหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร
บ้างก็นั่งโยกไปตามเสียงเพลง ไม่เว้นแม้กระทั่งคนขับที่โยกตัวไปตามจังหวะของดนตรีที่เปิดอยู่ในรถ
“เข็ม ๆ ขับเบา ๆ หน่อยข้างหน้าเริ่มมองไม่เห็นทางแล้วฝนตกแรงมากนะ”
เพื่อนสาวคนหนึ่งแหกปากตะโกนบอกเข็มอัปสรที่เป็นคนขับ
“ขับช้ากว่าจะกลับถึงบ้านก็ไม่ทันการนะสิ คืนนี้ฉันนัดกับพี่อาทิตย์ไว้ด้วยนะ
ฝนตกแบบนี้ฉากรักของเราต้องเร่าร้อนลุกเป็นไฟแน่นอนคอยดูนะระหว่างฝนตกกับความเร่าร้อนอันไหนมันจะรุนแรงกว่ากัน”
เข็มอัปสรตอบเพื่อนและลอบมองเพื่อนผ่านกระจกมองหลังและหัวเราะร่าออกมา
“เห้ยเข็มไฟแดงแล้วหยุดสิว๊ะ” เพื่อนคนหนึ่งร้องตะโกนออกมา
“ไม่ได้ หยุดไม่ได้หากเบรกรถคว่ำแน่ ไม่เป็นไรฉันไม่เห็นว่ามันจะมีรถมาเลย” เข็มอัปสรบอกพร้อมกับรีบเหยียบส่งคันเร่งเพื่อให้พ้นทางอย่างเร็วที่สุด
“แต่นั่นไงไฟรถแกเห็นไหม หยุด ๆ ”
กรี๊ดดด..โครม !!!
รถยนต์พลิกคว่ำหลายตลบ ไม่เพียงแค่คันเดียวเท่านั้นหากแต่ยังมีอีก2-3 คนที่ตามมาและได้รับผลกระทบจากความประมาทของคนขับรถอย่างเข็มอัปสร
(คำเตือนควรขับรถด้วยความระมัดระวังและเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยนะคะ)
