บทที่ 2 ตอนที่ 1 เลโอ
“ว้าย!!”
เธอรีบดึงมือกลับเมื่อเขาพามือของเธอไปจับกระบอกข้าวหลามอันมหึมาของเขา หญิงสาวรีบลุกขึ้นแล้วถอยออกจากอ่าง เธอล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดโทรหาเพื่อนสาวอีกครั้ง
“กระเป๋า”
‘กระเป๋าเข้าห้องน้ำครับ’
“คุณคือ...”
‘ปอร์เช่ คุณจะอาบน้ำพร้อมกับฉันมั้ย ใครโทรมา’
‘เพื่อนคุณโทรมา’
“นะ...นี่คุณกับเพื่อนของฉัน”
‘เพื่อนผมเป็นไงบ้าง’
“อ้อ...ฉันลองจับเขาแช่น้ำแล้วแต่เขาก็ไม่ดีขึ้นเลย เหมือนจะคึกคักกว่าเดิมอีก” ขณะพูดก็หันกลับไปมองคนที่นั่งอยู่ในอ่าง “ว้าย!!”
หญิงสาวรีบเอามือปิดตา ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เกิดมาใครจะไปคิดว่าจะได้เห็นผู้ชายช่วยตัวเอง
‘เป็นอะไรครับ’
“ปะ...เปล่าค่ะ” เธออายเกินกว่าจะบอกว่าตัวเองเห็นอะไร “ฉันต้องช่วยเขายังไง”
‘ร้านขายยาน่าจะมียาระงับอาการพวกนี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าดึกแบบนี้จะมีร้านไหนเปิดอีก ไม่งั้นคุณก็พาเขาไปโรงพยาบาล’
“ไปโรงพยาบาลไม่ได้หรอก เป็นข่าวขึ้นมาเขาจะเดือดร้อน”
‘เดี๋ยวผมติดต่อเพื่อนที่เป็นหมอให้ คุณส่งโลเคชั่นมาก็พอ’
“ได้ค่ะ คุณรีบบอกให้เขามานะ ก่อนที่ฉันจะเป็นบ้าเพราะหมอนี่”
‘ครับ’
หลังวางสาย เธอรีบเดินกลับไปใกล้อ่างอีกครั้ง เพราะเห็นอาการของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชายหนุ่มมีเหงื่อโชกทั้งตัว ผิวที่เคยขาวก็แดงไปหมด
“ดีขึ้นหรือยัง”
“...” เขาไม่ตอบแต่กลับก้มหน้าลง
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวเอามือแตะไหล่ของเขา ยิ่งรับรู้ได้ถึงความร้อนบนตัวของเขาเธอก็ยิ่งตกใจ
หมั่บ!
“ว้าย!! ปล่อยฉันนะ”
“ผมปวดตรงนี้มากเลย ทำเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมออก” เขาฟุบหน้าไปบนไหล่ของเธอ “ช่วยที...นะ”
เสียงอ้อนวอนนั้นทำให้หญิงสาวใจอ่อนยวบยาบขึ้นมาทันที เธอส่งมือให้เขาอีกครั้ง เมื่อมือเล็กแตะลงไปบนแท่งเนื้อยาว ๆ เธอก็หลับตาแน่น
‘ช่วยแค่นี้ก็คงไม่เป็นไร’
“อ่าส์...ซี๊ด”
‘ไอ้บ้า ครางหาอะไรฮะ’
มือเล็กขยับขึ้นลงโดยการชักนำของมือใหญ่ที่จับมือของเธอที่กำลังกำเอ็นร้อนของเขา เขาพามือของเธอขยับเร็วและแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอตัวเกร็งไปหมด เมื่อรับรู้ว่าแท่งเนื้อแข็ง ๆ ที่อยู่ในมือนั้นมันกำลังกระตุก
“กรี๊ด” หญิงสาวร้องลั่น เมื่อมีน้ำขาวขุ่นพุ่งออกมาจากส่วนหัวจนโดนหน้าของเธอ “ไอ้บ้า ไอ้ลามก ปล่อยมือ ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล๊อย!!”
ร่างเล็กถูกอุ้มขึ้นจากอ่างอาบน้ำ เธอรีบคว้าคอของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองหล่นลงไป
“ปล่อยฉันลงนะ”
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขาได้ดับมอดลงไปแล้ว เหลือไว้เพียงแต่ความหื่นกระหายที่จะสัมผัสร่างนุ่มนิ่มที่เขากำลังอุ้มอยู่
“มันไม่ได้แล้ว” เขาพูดออกมา “ผมทนไม่ได้แล้วจริง ๆ”
“ทนไม่ได้ หมายความว่าไง” เธอใช้สองมือขย้ำผมของชายหนุ่ม “ทนไม่ได้แล้วจะให้ฉันทำไง นี่ฉันก็ช่วยเต็มที่แล้วนะ ถ้ารู้ว่าการเป็นเลขาของนายแล้วมันทำให้ชีวิตอันสงบสุขของฉันวุ่นวายแบบนี้ ฉันยอมก้มหน้าทำสวนในพื้นที่ 5 ไร่นั้นต่อไปดีกว่า ไม่น่าโลภมากเลย”
“...” ตอนนี้เขาไม่รับรู้อะไรแล้ว ต่อให้เธอบ่น เธอด่าหรือต่อว่าอะไรก็ไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทของเขา เพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยเรื่องลามกที่เขากำลังทำกับเธอ
“กรี๊ด ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ ปล่อยเซ่!”
เสียงร้องโวยวายยังคงดังอยู่ภายในห้องสูท มันดังพอจนสามารถกลบเสียงโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้นภายในห้องน้ำได้ มันกำลังดังเป็นครั้งที่สาม ซึ่งเจ้าของโทรศัพท์คงลืมไปว่า ก่อนหน้านี้เธอได้รับปากว่าจะส่งที่อยู่ไปให้เพื่อนของเขา จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอกับเขากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน...
เมื่อสามเดือนก่อน
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกจากประตูเครื่องบินที่เพิ่งจอดเทียบกับท่าอากาศยาน สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านเส้นผมของเขาที่ดูเป็นระเบียบ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวเรียบง่ายแต่ดูดี เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ท่าทางของเขาผสมผสานระหว่างความสงบและความมีเสน่ห์ที่ดึงดูดสายตา ผู้คนที่เดินผ่านไปมามองด้วยความทึ่งในความหล่อเหลาของเขา โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ไม่สามารถละสายตาจากเขาได้แม้แต่วินาทีเดียว
การเดินของเขานั้นเป็นจังหวะที่มั่นคง ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่สามารถทำให้เขาหยุดหรือชะลอได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากสายการบินหรือการเช็กพาสปอร์ตที่สนามบิน เขายังคงมีความเยือกเย็นและเป็นระเบียบ เขาหยุดที่เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง สายตาของเขาประสานกับเจ้าหน้าที่เป็นเวลาสั้น ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความประทับใจให้กับคนที่อยู่รอบข้าง
เขาเดินต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เหมือนว่าโลกทั้งใบเป็นของเขา จนกระทั่งถึงทางออกเท้าสองข้างก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาทอดสายตามองไปรอบ ๆ นึกย้อนเวลากลับไปว่าเขาไม่กลับมาที่นี่กี่ปีแล้วนะ
“ไอ้โอ้” เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมมือที่โบกไปมา “เลโอทางนี้เพื่อน”
เลโอ หรือวชิรวิชญ์ แต่เพื่อนสนิทมักจะเรียกเขาสั้น ๆ ว่าโอ้ เขาเป็นหนุ่มหล่อวัย 27 ปีด้วยความสูง 185 เซนติเมตร ทำให้เขาดูโดดเด่นจนคนที่มารอรับสังเกตเห็นได้ชัด วชิรวิชญ์เป็นหนุ่มที่รักอิสระ ไม่ชอบการถูกบังคับ หลังเรียนจบปริญญาโทที่ต่างประเทศเขาก็ไม่ยอมกลับมารับช่วงธุรกิจต่อจากพ่อเพราะเหตุผลบางอย่าง เขายังคงใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไร แต่เพราะตอนนี้พ่อของเขาล้มป่วย เขาจึงต้องยอมกลับมา
