บทที่ 3 เกลียดแรกพบ
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มหวานจนแก้มปริ มือที่ควงแขนพ่อของเธอนั่นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงใช้มารยาหลายร้อยเล่มเกวียนหว่านเสน่ห์ใส่พ่อของเธอจนหลงหัวปักหัวปำ หญิงสาววัยสิบแปดคิดอย่างมีอคติ
แน่ละ ขึ้นชื่อว่าแม่เลี้ยงแล้วมีที่ไหนจะมาใจดีรักลูกเมียเก่าของสามีได้สนิทใจ
“เรียกฉันว่ามะ...เอ้อ ‘น้าปู’ ก็ได้ค่ะ” ฝ่ายนั้นรีบกดลิ้นเปลี่ยนสรรพนามที่ตั้งใจจากคำว่าแม่เป็นน้าทันทีเมื่อเห็นนัยน์ตาวาวโรจน์เอาเรื่องของลูกเลี้ยง แต่ยังไม่ละความพยายามที่จะส่งยิ้มอ่อนหวานมาผูกมิตร
“นี่เหรอคะคุณหนูส้มของคุณ ได้ยินชื่อมานาน เพิ่งได้เจอตัวจริงกันวันนี้เอง น่ารักกว่าที่คุณพ่อโฆษณาไว้เสียอีกนะคะ”
“ไว้สนิทกันกว่านี้เถอะคุณจะรู้ว่าแม่ตัวเล็กของผมนี่แสบกว่าพริกขี้หนูทั้งสวนอีกนะ ฮ่าๆ” ดวงตาคนพูดมองลูกสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจอย่างรักใคร่เอ็นดูสุดหัวใจ แต่น่าเสียดายที่คนเป็นลูกกลับมองไม่เห็น
“ดูคุณว่าลูกสิ” ปุริมาค้อนสามี พร้อมตีแขนเบาๆ อย่างสนิทสนม
“แหม ไม่ทันไรคุณก็เข้าข้างยายหนูของผมแล้วเหรอ มันน่าน้อยใจจริงๆ”
ความหวานชื่นที่ปรากฏตรงหน้าทำให้วิศรารู้สึกถึงคำว่า...ส่วนเกิน ขึ้นมาทันที หญิงสาวมองหน้าพ่อและแม่เลี้ยงคนใหม่อย่างบึ้งตึง เธอเคยเป็นที่หนึ่งของบ้าน เป็นยอดดวงใจของพ่อ อยากได้อะไรต้องได้ แต่วันนี้พ่อของเธอกำลังแบ่งปันความรักให้คนอื่นต่อหน้าต่อตา ใครจะไปทนไหว
“กระเป๋านี่ให้ไว้ไหนดีครับพี่ปู”
วิศราปรายตามองเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่น่าจะราวๆ 180 เซนติเมตร ที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ ดูแข็งแรงกำยำ ทำให้ผู้ชายตรงหน้าเหมือนยักษ์ปักหลั่นสำหรับเธอที่สูงเพียงแค่ 160 เซนติเมตร เท่านั้น ใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มรับกับจมูกโด่งเป็นสัน และดวงตาสีนิลทอประกายที่ทำให้รู้สึกถึงเสน่ห์ล้ำลึกของบุรุษเพศ คำว่า...หล่อเข้ม...คงเป็นคำจำกัดความของคนตรงหน้านี่เอง แต่นั่นแหละเมื่ออคติบังตาความหล่อนั้นจึงไม่อาจทำอะไรวิศราได้เลยแม้แต่น้อย
‘เชอะ! หน้าตาก็บ้านๆ งั้นๆ แหละน่า ไอ้ฆาตกรไร้สำนึก!’
ราวกับเขาได้ยินความในใจของเธอ ชายหนุ่มเงยหน้ามองสบตามาพอดี คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆ
“วางไว้ตรงนี้ก่อนก็ได้จ้ะปราบ มานี่ก่อน พี่จะแนะนำให้รู้จักลูกสาวคุณวิศ นี่ หนูส้ม วิศรา ที่พี่เคยเล่าให้ฟังไงจ๊ะ ส่วนนี่ก็พี่ปราบดา น้องชายแท้ๆ ของฉันเองค่ะ รู้จักกันไว้สิ”
“แน่ะ เรียกพี่ได้ยังไง เป็นน้องของแม่ก็ต้องเป็นน้าปราบต่างหาก จริงไหมปราบ” วิศรุตเอ่ยอย่างกันเอง เขารู้สึกเอ็นดูน้องชายของภรรยาใหม่ไม่น้อย ด้วยความที่เคยอยากมีลูกชายสักคน แต่ภรรยาก็มาด่วนจากไปเสียก่อนทำให้ความหวังลึกๆ นั่นไม่เคยเป็นจริง
เมื่อแรกที่ได้พบปราบดา วิศรุตจึงรู้สึกถูกชะตา ยิ่งได้รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านอกจากรูปหล่อแล้วยังเรียนเก่งชนิดหาตัวจับยาก ท่าทางก็สุภาพนอบน้อม แล้วยังใฝ่ดีเอาการเอางาน ปราบดาทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐ แถมยังคอยดูแลปกป้องปุริมาผู้เป็นพี่สาวคนเดียวอย่างดีชนิดที่กว่าวิศรุตจะผ่านด่านชนะใจน้องชายของภรรยามาได้นั้นก็เกือบแย่เหมือนกัน
“เรียกพี่ดีกว่าครับ เรียกน้าแล้วฟังแปลกพิกล” ชายหนุ่มเอ่ย ดวงตาจับจ้องน้องสาวคนใหม่อย่างเป็นมิตร แต่ต้องชะงักกึกเมื่อเห็นแววเหยียดหยามราวกับเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติปางก่อนตอบกลับมาจากดวงตาสวยๆ คู่นั้น
“เอ้า...ก็ตามใจ พี่ก็พี่ ไหว้ทักทายพี่เขาสิยายหนู” ผู้เป็นพ่อบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่มองบุตรีคนเดียวเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างเต็มเปี่ยม แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ทันเห็น เพราะถูกอคติมาบดบังดวงตาจนมืดมิด
