บทที่ 4 ประกาศศึก

“เอ้า...ก็ตามใจ พี่ก็พี่ ไหว้ทักทายพี่เขาสิยายหนู” ผู้เป็นพ่อบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่มองบุตรีคนเดียวเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างเต็มเปี่ยม แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ทันเห็น เพราะถูกอคติมาบดบังดวงตาจนมืดมิด

วิศราเม้มปากแน่น ไม่ได้ยกมือไหว้ แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมากวัยกว่า แต่ก็นั่นแหละ ไม่ใช่ญาติข้างไหนนี่ ทำไมเธอต้องไหว้ให้เสียมือ ก็แค่พวกกาฝากที่มาอาศัยบ้านเธออยู่ก็เท่านั้น

“ตั้งแต่วันนี้ไปคุณปูกับพี่ปราบจะมาอยู่กับเราที่บ้าน”

ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะ หญิงสาวมองหน้าพ่ออย่างไม่พอใจ ดวงตากลมโตขุ่นปรายมองผู้มาใหม่ทั้งสองก่อนเชิดปลายคางน้อยๆ อย่างหยิ่งยโส เธอไม่ไหว้ซะอย่างใครจะทำไม คนพวกนี้ก็แค่ปลิงที่มาเกาะพ่อของเธอเท่านั้น 

“ยายส้ม!” วิศรุตปรามเมื่อเห็นอาการคอแข็งของลูกสาวจอมดื้อ เพราะรู้ฤทธิ์ลูกสาวผู้เอาแต่ใจของตนดีกว่าใคร ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากพ่ออย่างเขาที่ทุ่มเทความรักมากมายให้ลูกสาวสุดที่รักไปเพื่อหวังทดแทนความรักจากมารดาที่สูญเสียไป อะไรที่เธอต้องการต่อให้ยากลำบากเขาก็จะหามาประเคนให้ลูกสาวให้ได้ แต่นั่นกลับทำให้วิศรากลายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง คนเดียวที่เธอยอมลงให้ก็คือบิดา แต่ก็ใช่จะยอมเสมอไป บทจะดื้อลูกสาวของเขาก็ค้านหัวชนฝาไม่ยอมเช่นกัน เช่นคราวนี้

“อย่าเสียมารยาทกับผู้ใหญ่สิลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณวิศ ยังใหม่อยู่ หนูส้มคงยังไม่ชิน อย่าไปว่าเธอเลยนะคะ” ปุริมายิ้มแย้มบอกอย่างอ่อนโยนไม่ถือสา

“ไม่ทันไรคุณก็เข้าข้างยายหนูของผมแล้วเหรอเนี่ย”

วิศรุตกระเซ้าหญิงสาวที่เอาชนะใจพ่อม่ายใจหินอย่างเขาด้วยความอ่อนโยนและใจเย็นซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เขาเลือกเธอมาทำหน้าที่เลขาฯ ส่วนตัวมานานหลายปี จากความใกล้ชิดก็เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นความรัก จนกระทั่งเขาตัดสินใจเลือกให้เธอมาเป็นคู่ชีวิตในเวลาถัดมาอีกตำแหน่ง วิศรุตได้แต่แอบหวังว่าคุณสมบัติที่เคยชนะใจเขามาแล้วของผู้หญิงข้างกายจะชนะใจลูกสาวอันเป็นแก้วตาดวงใจของเขาได้อีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าในสายตาของวิศรานั้นกลับเห็นต่างออกไป

“ฮึ...ดัดจริต!” เสียงที่เอ่ยแม้จะไม่ดังนักแต่มีผลทำให้คนที่เหลือชะงักกึก

ปุริมาหน้าเสีย ส่วนปราบดาหันขวับไปมอง สีหน้าไม่พอใจมาก

“ยายหนู!” วิศรุตมองลูกสาวคนสวยตาค้าง “พูดอะไรไม่น่ารักเลยนะลูก ขอโทษน้าปูเดี๋ยวนี้เลย”

“ขอโทษทำไมคะ ส้มไม่ได้เจาะจงว่าใคร แต่ถ้าใครเขาอยากรับก็ตามสบายสิคะ” คนพูดลอยหน้า ยักไหล่แบบไม่ยี่หระ “อ้อ เท่าที่จำได้ คุณแม่ไม่เคยมีน้องสาว ส้มเองก็ไม่เคยมีน้า และไม่เคยคิดจะนับญาติกับคนแปลกหน้าที่ไหนเป็นน้าด้วย!”

“วิศรา!” ความดื้อดึงเกินพิกัดของลูกรักทำให้คนเป็นพ่อต้องกำราบเสียงเข้ม “อย่าก้าวร้าวกับผู้ใหญ่ พ่อบอกให้ขอโทษคุณปู เดี๋ยวนี้!”

“ส้มไม่ได้ทำผิดนี่คะ ทำไมต้องขอโทษ” หญิงสาวสะบัดเสียงใส่บิดาชนิดที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต

“ยายส้ม!”

“ใจเย็นๆ ค่ะคุณวิศ อย่าไปถือสาลูกเลยนะคะ เธอยังเด็ก อีกอย่างเราก็เพิ่งจะรู้จักกัน ปูไม่อยากให้หมางใจกันตั้งแต่วันแรก” ปุริมาเอาน้ำเย็นเข้าลูบ พลางส่งยิ้มมาให้หญิงสาวผู้เป็นลูกเลี้ยง “เราค่อยเป็นค่อยไปดีกว่านะคะ”

วิศราเบะปากอย่างหมั่นไส้มาดนางเอกของแม่เลี้ยงคนใหม่ แต่เมื่อหันกลับมาก็เห็นแววตาของผู้อาศัยคนใหม่อีกคนเข้าเสียก่อน นายปราบดาผู้นั้นขมวดคิ้วน้อยๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนสบตาเธอตอบอย่างตำหนิ แต่คนอย่างวิศราหรือจะกลัว หญิงสาวจ้องกลับไปด้วยดวงตาวาววับหยามหยันให้รู้กันไป

ตาต่อตาจ้องกันราวกับประกาศศึก นัยน์ตาคมจัดปนแข็งกร้าวคู่นั้นวาวโรจน์ฉายความไม่พอใจชัด ในเมื่อหญิงสาวตรงหน้าไม่เกรงใจพี่สาวของเขา แล้วไยเขาต้องเกรงใจเธอเล่า ปราบดาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจดเท้าก่อนหยุดกึกที่หน้าอกอวบอิ่มเกินวัยคู่งามของเธอก่อนกระตุกยิ้มมุมปากบางๆ อาการนั้นทำให้วิศรารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ราวกับกำลังถูกจับเปลื้องผ้าทีละชิ้นๆ ดวงตาจาบจ้วงคู่นั้นช่างหยาบคายโอหังนัก เธอไม่ชอบสายตาที่เขาใช้เลย จึงตั้งป้อมเป็นศัตรูกับคนตรงหน้าทันที และดูเหมือนอีกฝ่ายก็คงคิดไม่ต่างกัน

หลังพิธีแนะนำสมาชิกใหม่จบลงอย่างล้มเหลวไม่เป็นท่า วิศรุตก็ให้คนรับใช้ยกกระเป๋าของทั้งสองไปเก็บ โดยปุริมานั้นให้พักที่ห้องเดียวกับเขา เมื่อแรกที่ได้ยินวิศราก็รู้สึกขุ่นเคืองพ่อของเธอจนควันออกหู และยิ่งรู้ว่าพ่อยกห้องพักแขกใกล้กับห้องเธอให้แก่ปราบดาด้วยแล้ว หญิงสาวก็ยิ่งหัวเสียหนัก แต่กระนั้นเธอจะไปคัดค้านอะไรได้เล่า ในเมื่อเจ้าของบ้านอนุญาตเอง วิศราจึงทำได้แค่หนีเข้าห้องนอนของตนเป็นการประท้วงกลายๆ 

พ่อนะพ่อ เห็นคนอื่นดีกว่าลูกสาวตัวเอง จากนี้ไปชีวิตของเธอในบ้านหลังนี้คงหาความสงบสุขไม่ได้อีกต่อไป...

เย็นวันนั้นวิศราประท้วงการกระทำของบิดาด้วยการไม่ยอมลงมาร่วมรับประทานอาหารเย็นที่โต๊ะอาหาร แต่กลับสั่งคนให้ยกสำรับขึ้นมาให้บนห้องนอนแทน

“คุณหนูคะ อาหารมาแล้วค่ะ” หญิงสาวขยับตัวเมื่อเห็นแม่บ้านกึ่งพี่เลี้ยงคนสนิทยกถาดอาหารมาให้ อาหารหน้าตาน่ารับประทานชวนให้ท้องร้อง ไอ้หิวน่ะก็หิวอยู่ แต่ไม่อยากไปร่วมโต๊ะกับฆาตกรโหดที่ฆ่าเจ้าถุงแป้ง และผู้หญิงที่มาแย่งพ่อของเธอไปต่างหาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป