บทที่ 5 มากราบขอโทษน้าปูเดี๋ยวนี้!

“โอย...หิวจัง” มือขาวๆ คว้ากุ้งชุบแป้งทอดในจานใส่ปาก

“ก็แล้วทำไมไม่ลงไปทานข้างล่างล่ะคะคุณหนู มาหมกตัวอยู่ในห้องทำไม” นางรื่นรมย์ยิ้มอย่างเอ็นดู

“เรื่องอะไรล่ะคะป้า ก็ส้มไม่อยากร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้าพวกนั้นนี่คะ พวกปลิงทั้งนั้น เชอะ หวังจะมาสูบเลือดสูบเนื้อคุณพ่อน่ะสิไม่ว่า”

“ตายแล้วคุณหนู! พูดอะไรอย่างนั้นคะ ไม่เห็นน่ารักเลย ถ้าคุณพ่อได้ยินคงเสียใจแย่”

“แล้วทำไมคุณพ่อไม่เห็นกลัวว่าส้มจะเสียใจบ้างล่ะคะ” เสียงหวานใสกระเง้ากระงอดงอนๆ

“ไม่เอาค่ะ โตเป็นสาวแล้วนะคะ ทำอะไรต้องรู้จักคิดก่อนทำ คิดก่อนพูดสิคะ” คนมากวัยกว่าตักเตือนด้วยความปรารถนาดี

“นี่ไงคะ ส้มคิดแล้วถึงพูด คิดว่าคนพวกนั้นนิสัยไม่ดีไม่น่าคบหา ก็เลยพูดออกมานี่ไง คิดดูสิคะ เจ้าถุงแป้งอยู่ของมันดีๆ ก็ถูกอีตาคนสารเลวนั่นขับรถชนตายคาที่ แถมชนแล้วยังไม่คิดจะลงมาดูดำดูดีมันด้วย เลือดเย็นที่สุดเลย ขนาดนี้แล้วจะให้ส้มทำใจยอมรับพี่สาวของคนเลวๆ แบบนั้นมาแทนที่คุณแม่อีก คุณพ่อคิดอะไรอยู่กันแน่ ถ้าคนพวกนั้นเกิดโมโหหน้ามืดขึ้นมาไม่จับส้มเชือดคอหมกป่าเลยหรือไง ไม่รู้ละ ส้มไม่มีวันญาติดีกับคนพวกนั้นแน่”

“โถ...คุณหนูคิดอะไรแบบนั้นคะ” แม่บ้านวัยกลางคนถึงกับส่ายหน้าให้แก่ความหัวรั้นของนายสาวที่ตนเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย

“พอเถอะค่ะ ส้มไม่อยากพูดถึงคนพวกนั้นให้เสียอารมณ์แล้ว กินข้าวดีกว่า เอ๊ะ! วันนี้ข้าวผัดนี่น่าอร่อยจัง ได้สูตรมาใหม่เหรอคะ” หญิงสาวตักข้าวเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้คนมองอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้

“อ๋อ นั่นฝีมือคุณปูค่ะ เธออุตส่าห์ลงมือเองเลยนะคะ”

“แค่กๆ” คำนั้นทำเอาคนฟังสำลักพรวด ใบหน้าสวยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นด้วยแรงโทสะที่พุ่งปรี๊ด...

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

ทันใดนั้นเอง อาหารทั้งถาดถูกปัดตกแตกกระจายเกลื่อนพื้น แถมเจ้าตัวยังทำท่าจะล้วงคอเอาข้าวผัดแสนอร่อยที่เพิ่งกลืนเข้าไปออกมาอย่างรังเกียจอีกด้วย นางรื่นรมย์ยกมือทาบอกด้วยความตกใจ มองภาพตรงหน้าตาค้าง

“แหวะ...เอาออกไปทิ้งให้หมดเดี๋ยวนี้!” ตวาดเสียงเขียวลั่นพร้อมกับถ่มข้าวผัดในปากออกมาราวกับเป็นของน่าขยะแขยง ใบหน้าสวยน่ารักบึ้งตึง

“อะไรกันคะคุณหนู” แม่บ้านตกใจจนหน้าถอดสี หันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูก

“ป้ารื่นจำไว้นะคะ ต่อไปนี้ไม่ต้องเอาอะไรที่ผู้หญิงคนนั้นทำมาให้ส้มกินอีก ถ้าเอามาจะอาละวาดให้บ้านแตกเลย คอยดูสิ” เสียงตวาดดังลั่นทำให้คนที่เดินมาหยุดกึก

“ยายส้ม อะไรกันลูก เสียงดังไปถึงข้างล่าง” วิศรุตก้าวพรวดเข้ามาในห้อง ด้านหลังมีสมาชิกใหม่ของบ้านอีกสองคนตามมา แต่ไม่ได้เข้ามาในห้องด้วย “นี่มันเรื่องอะไรกันลูก ทำไมห้องเละเทะแบบนี้”

“ป้าคะ ส้มบอกให้เอาขยะพวกนี้ออกไปทิ้งให้สิ้นซากไง ส้มไม่อยากกิน ไม่อยากเห็น บอกตามตรงขยะแขยง รังเกียจคนทำ!”

“ข้าวผัดนี่ใครทำ...” ประมุขของบ้านหันไปถามแม่บ้านที่ยืนทำหน้าเจื่อนๆ อึกอัก

“ปูทำเองค่ะ” ปุริมาตอบเสียงอ่อยๆ เสียใจที่ความปรารถนาดีของตนถูกปฏิเสธอย่างไร้ไมตรี

ปราบดาโอบไหล่ปลอบพี่สาว พลางมองเด็กดื้อวายร้ายที่เชิดหน้าไร้ความสำนึกแล้วก็รู้สึกขุ่นเคืองใจ มันน่าผสมยาเบื่อหนูให้กินจริงๆ เด็กอะไรหน้าตาก็สวยดีแต่มารยาททรามอย่างร้ายกาจที่สุด

“คือ...ปูไม่ทราบว่าหนูส้มไม่ชอบข้าวผัด ขอโทษด้วยนะคะ”

วิศรุตถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใครว่าลูกสาวเขาไม่ชอบข้าวผัดเล่า ของโปรดเลยต่างหาก แต่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าแม่ตัวแสบน่ะทำไปเพื่ออะไร แต่ในฐานะคนกลางวิศรุตจึงจำต้องให้ความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย หากเขายังขืนตามใจลูกสาวต่อไป วิศราคงได้ใจก่อเรื่องร้ายแรงหนักข้อขึ้นจนทำให้บ้านไม่สงบ

“ไม่ใช่ความผิดคุณหรอก ผมเองที่ผิดที่ตามใจจนยายหนูเสียคนแบบนี้ วิศรา...”

เจ้าของชื่อกอดอกเชิดหน้าหนีอย่างเอาแต่ใจ เพราะคิดว่าถึงอย่างไรบิดาก็ต้องเข้าข้างเธอเหมือนเช่นทุกคราวที่ผ่านมา ทว่า...

“มากราบขอโทษน้าปูเดี๋ยวนี้!”

หญิงสาวหันขวับมองผู้เป็นพ่อตาค้าง ภาพนั้นทำให้ปราบดาแอบรู้สึกสะใจเบาๆ เด็กดื้อสมควรถูกทำโทษ

“ไม่ค่ะ ส้มไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“วิศรา!” คนเป็นพ่อเอ็ด สายตาที่มองมาแต้มความผิดหวัง “พ่อไม่เคยสอนให้ลูกก้าวร้าวผู้ใหญ่แบบนี้”

“ไม่ทันไรคุณพ่อก็เข้าข้างคนอื่นแล้ว คุณพ่อเห็นพวกกาฝากนี่ดีกว่าลูกสาวตัวเองเหรอคะ หนูเกลียดพวกมันจะตาย เกลียดๆ...”

เพียะ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป