บทที่ 6 โธ่เอ๊ย นึกว่าจะแน่ ฮึ!

เพียะ! ฝ่ามือหนาตวัดไปที่แก้มนวลของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทุกคนยืนตกตะลึง วิศราชาวาบไปทั้งร่าง มือสั่นระริกกุมแก้มใสๆ ของตัวเองที่มีรอยนิ้วมือบิดาแต้มชัด ไม่เคยเลย...ตั้งแต่เด็กจนโตพ่อของเธอไม่เคยตีหรือว่าให้เจ็บช้ำน้ำใจสักครั้ง แต่พอคนพวกนี้ก้าวเข้ามาเพียงวันแรก เธอก็ถูกพ่อตบจนหน้าหัน

“ส้ม! พ่อ...พ่อไม่ได้ตั้งใจ...” ผู้เป็นพ่อเพิ่งได้สติ เมื่อเห็นรอยนิ้วมือตนบนใบหน้าสวยสดใสของลูกรัก หัวใจก็กระตุกวาบด้วยความรู้สึกผิดที่พลั้งมือไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ “พ่อขอโทษ...”

“ในที่สุดคุณพ่อก็เห็นคนอื่นดีกว่าลูก คุณพ่อไม่รักส้มแล้ว คุณพ่อใจร้าย” ดวงตากลมโตมีน้ำตาคลอเบ้า แต่เจ้าตัวไม่ยอมให้หยดจากตา ไม่ได้เจ็บที่แก้ม แต่ปวดร้าวที่หัวใจต่างหาก

“ส้มเกลียดคุณพ่อแล้ว เกลียดที่สุด!” หญิงสาวตะโกนใส่ก่อนวิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

“ยายส้ม!” ประมุขของบ้านถึงกับกุมขมับ มองฝ่ามือตัวเองอย่างเสียใจที่สุด เขาผิดเองที่ตามใจลูกมาตลอด คำน้อยก็ไม่เคยว่า ซ้ำยังเลี้ยงอย่างทะนุถนอมมาตลอด เพราะต้องการชดเชยการสูญเสียมารดาของบุตรสาว แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้ลูกสาวของเขากลายเป็นเด็กก้าวร้าวอย่างนี้

“ผมผิดใช่ไหมคุณปูที่ตามใจลูกจนเสียคนแบบนี้” ชายกลางคนหันไปถามเสียงอ่อนระโหย สิ่งเดียวที่เขาพลาดคือการพาภรรยาใหม่เข้าบ้านโดยไม่ได้บอกกล่าวหรือให้เวลาเตรียมใจกับลูกสาวสุดที่รัก เพียงเพราะมั่นใจว่าวิศราโตพอที่จะเข้าใจอะไรๆ อีกทั้งคิดว่าความอ่อนโยนใจดีของปุริมาจะมาเติมเต็มความอบอุ่นของมารดาที่ลูกสาวของเขาโหยหามาตลอดชีวิตได้ แต่เขาชะล่าใจเกินไป ผลเลยออกมาเป็นด้านลบแบบนี้

“ผมควรเชื่อสิ่งที่คุณเคยเตือนว่าลูกจะรับเรื่องนี้ไม่ได้ ผมมั่นใจในตัวแกมากไป ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง...”

“คุณคะ” ปุริมาก้าวเข้ามาปลอบโยนผู้เป็นสามีอย่างเห็นใจ หากเธอไม่มีปัญหาเรื่องบ้านที่เคยอยู่ติดจำนองจนถูกยึดกะทันหันเสียก่อน วิศรุตก็คงไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องลูกสาวแบบนี้ ที่จริงเขาจะให้พวกเธอไปอยู่ที่อื่นก่อนก็ได้ แต่คนตรงหน้ากลับคิดว่าวันหนึ่งเขาก็ต้องพาเธอเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยอยู่ดี สู้พามาตอนนี้เสียเลยจะได้ทำความรู้จักกับลูกสาวของเขา โดยไม่คิดว่าจะมีปัญหาเช่นนี้ตามมา

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ เราต้องให้เวลาหนูส้มเธอหน่อยนะคะ ปูคิดว่าเธอคงไม่มีเจตนาจะทำแบบนี้ เพียงแต่น้อยใจไปตามประสา และที่ต่อต้านก็เพราะคิดว่าจะถูกใครมาแย่งความรักจากคุณไป เธอรักคุณมากนะคะ รอให้อารมณ์เธอสงบลงอีกสักนิดดีกว่า แล้วเราค่อยๆ อธิบายให้แกเข้าใจทีหลัง ใจเย็นๆ นะคะ ปราบจ๊ะ พี่วานตามไปดูน้องที วิ่งเตลิดหายไปไหนแล้วไม่รู้”

“ครับพี่ปู” ปราบดารับคำ ก่อนผละไปตามร่างแน่งน้อยที่วิ่งเตลิดลงไปทางหลังบ้าน พลางนึกเข่นเขี้ยวในใจ

คอยดูเถอะ ยายตัวยุ่ง ดื้อมากนักพ่อจะจับหักคอให้หายซ่าเลยทีเดียว

ร่างสูงใหญ่แข็งแรงสาวเท้าตามมาจนได้พบกับเด็กดื้อที่วิ่งหนีลงมาแอบนั่งกอดเข่าร้องไห้เงียบๆ ข้างๆ กองดิน ที่โคนต้นไม้ในสวนหลังบ้านนั่นเอง ชายหนุ่มไม่ได้เข้าไปปลอบโยน เพียงยืนดูอยู่ห่างๆ ในใจยังขุ่นเคืองกับสิ่งที่เธอทำกับพี่สาวของเขา ทั้งต่อต้าน ก้าวร้าว ไม่มีมารยาท 

โธ่เอ๊ย นึกว่าจะแน่ ฮึ!

ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเตือนพี่สาวเกี่ยวกับปัญหาเรื่องแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงมาก่อน ตั้งแต่รู้ว่าพี่เขยซึ่งเป็นเจ้านายของพี่สาวมีลูกติด ปราบดาก็คอยกีดกันมาตลอด จนเมื่อเห็นความดีและความรักที่จริงใจแบบเสมอต้นเสมอปลายของวิศรุตที่มีต่อพี่สาวคนเดียวมานานหลายปี หลายครั้งที่วิศรุตเคยยื่นมือมาช่วยเหลือพี่สาวเขา รวมถึงคอยจุนเจือครอบครัวของเขา แม้กระทั่งยามที่ขาดเสาหลักอย่างพ่อกับแม่ไป ก็เป็นบุรุษผู้นี้ที่เข้ามาประคับประคองเขาและพี่สาว นานวันเข้าเขาก็เริ่มมั่นใจว่าหากปุริมามีผู้ชายคนนี้เป็นคู่ชีวิต กอปรกับความรักที่ปุริมามีต่อบุรุษผู้นี้มีมากล้น เขาจึงยอมถอยให้เพื่อความสุขของพี่สาว แต่กระนั้นก็ยังอดห่วงจนต้องติดตามมาอยู่ด้วยไม่ได้ แล้วเขาก็คิดไม่ผิดจริงๆ วิศรา แม่หนูส้มตัวแสบนั่นตั้งป้อมรังเกียจพี่สาวแสนดีของเขาตั้งแต่แรกพบทีเดียว ยังดีที่พี่เขยเขามีความยุติธรรมอยู่บ้าง หาไม่ชีวิตของปุริมาคงหาความสงบไม่ได้

เขาคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องพี่สาวของเขา และเพื่อกำราบความร้ายกาจและเอาแต่ใจของยายเด็กดื้อผู้นี้ไม่ให้ล้ำเส้นทำให้พี่สาวของเขาต้องเสียใจ ต่อให้ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเขาก็จะทำ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป