บทที่ 7 พ่อจะจับปล้ำให้หายซ่าเลยคอยดู!

“เอ...เสียงแมวดื้อที่ไหนมาร้องไห้แถวนี่นะ”

วิศราชะงักกึก ถอนสะอื้น ก่อนหันไปมองร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินตรงมา

“อ้าว คนหรอกเหรอ” เสียงนั้นยียวนกวนประสาทยิ่งนัก “อ้อ คุณหนูส้มคนสวย แอบมารดน้ำต้นไม้ยามดึกตรงนี้นี่เอง”

หญิงสาวกัดฟันแน่น ความโกรธพลุ่งพล่านจนอยากหักคอคนขึ้นมาตงิดๆ แต่ติดที่เสียเปรียบเรื่องรูปร่าง ไม่ทันที่จะได้หักคอเขา เธอนี่แหละคงถูกเขาจับทุ่มคอหักเสียก่อน แต่...ฮึ ใครกลัว!

“แล้วพวกปลิงหน้าด้านมาสะเออะอะไรด้วยล่ะ”

ปราบดาชะงักกึกกับความโอหังของหญิงสาวตรงหน้า

“ก็แค่อยากมาดูหน้าหมาหัวเน่าเท่านั้น” คนพูดชะโงกหน้าทำจมูกฟุดฟิดๆ ก่อนยิ้มเยาะ “หึ หน้าตาเป็นอย่างนี้เอง น่าสมเพชเนอะ!”

“เอ๊ะ! นาย!” วิศราชาวาบไปทั้งร่าง ดวงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไอ้...”

“จุ๊ๆ ลองด่าสิ ถ้าอยากลองดีก็เชิญ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าผมไม่ได้ใจดีเหมือนหน้าตาหรอกนะ”

“ฮึ พวกหลงตัวเอง ไอ้ฆาตกรใจทราม... อุ๊ย!”

ยังพูดไม่ทันจบร่างหญิงสาวก็ลอยขึ้นจากพื้นโดยฝีมือคนตัวโตกว่า ปราบดาอุ้มร่างอรชรของหญิงสาวพาดบ่าก่อนฟาดฝ่ามือหนาเข้าที่ก้นของเธอเน้นๆ เสียงดังเพียะ

“โอ๊ย! ไอ้บ้ามาตีฉันทำไม ปล่อยนะ โอ๊ย! เจ็บ...” วิศราร้องลั่น ดิ้นพราดๆ เมื่อถูกชายหนุ่มทำโทษด้วยขนมเปี๊ยะอีกครั้ง ยิ่งด่าก็ยิ่งตี แถมไม่ตีเปล่ามือใหญ่ยังขยำเนื้อหนั่นแน่นของวัยสาวอย่างมันเขี้ยวอีกด้วย

“ด่าอีกสิ วันนี้ก้นไม่ลายไม่ต้องมาเรียกฉันว่าปราบดา”

“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย รังแกผู้หญิง ไอ้หน้าตัวเมีย!”

ชายหนุ่มตาวาว “ปากดีนัก เด็กดื้ออย่างเธอต้องถูกสั่งสอนเสียบ้าง”

วิศรากัดริมฝีปากแน่น ไม่ว่าจะดิ้นหรือทุบถองจนเหนื่อย แก้มก็เจ็บ แถมก้นยังมาระบมแทบหมดแรงก็ไม่อาจสู้แรงของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย มันน่าเจ็บใจจริงๆ เธอเกลียดเขา...นายปราบดาคนบ้าผีทะเล

ฝ่ายมือโหดแอบยิ้มมุมปากเมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดดิ้น หยุดด่า แถมยังหอบหายใจเหนื่อยอ่อนแรง

“ไง คนเก่ง หมดฤทธิ์แล้วเหรอ โธ่เอ๊ย นึกว่าจะแน่กว่านี้เสียอีก”

หญิงสาวกัดฟันแน่น กลั้นเสียงสะอื้น ปล่อยให้อีกฝ่ายลูบคลำเนื้อแน่นเปรี๊ยะของตนอย่างไร้ทางต่อกร

“จำไว้ ต่อไปอย่ามาก้าวร้าวกับพี่สาวผม ถ้าคุณทำร้ายเธอไม่ว่าทางไหน ผมจะตามรังควานชีวิตคุณจนถึงที่สุด คุณไม่รอดมือผมแน่”

ขาดคำชายหนุ่มก็โยนสาวจอมดื้อลงที่พื้นหญ้าจนล้มลุกคลุกคลาน

“โอ๊ย...ไอ้คนสารเลวรังแกผู้หญิง คนโรคจิต คอยดูนะฉันจะฟ้องคุณพ่อ” ร่างเพรียวบางพยายามพยุงกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ทั้งจุกทั้งระบม

“ตามสบาย มาดูกันว่าคุณพ่อของคุณจะเข้าข้างใครกันแน่ ระหว่างผมกับเด็กหัวดื้อไร้เหตุผลอย่างคุณ”

วิศราโกรธจนหน้าเขียว จ้องหน้าชายหนุ่มอย่างอาฆาตแค้น

“ฝากไว้ก่อนเถอะ นี่แน่ะ!” หญิงสาวอาศัยทีเผลอเตะหวดเข้าหน้าแข้งของปราบดาอย่างเต็มแรง ก่อนวิ่งหนีโซซัดโซเซหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

“โอ๊ย ยายเด็กบ้า!” ชายหนุ่มคำรามลั่น มองตามร่างยายตัวร้ายที่แลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างเข่นเขี้ยว คอยดูนะ ถ้ายังดื้อไม่เลิกละก็ พ่อจะจับปล้ำให้หายซ่าเลยคอยดู!

///////////////

สถานการณ์ในบ้านอาภาพิพัฒน์ดำเนินไปอย่างตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวิศราต่อต้านไม่ยอมญาติดีกับแม่เลี้ยงและน้องชายของเธอทุกวิถีทาง แม้จะเห็นแก่หน้าบิดาอยู่บ้างจึงทำเมินราวกับปุริมาและปราบดาเป็นเศษฝุ่นไม่มีตัวตนในบ้าน หรือไม่ก็คอยประชดกระแทกแดกดันด้วยวาจาทุกคราวที่มีโอกาส ทำให้คนกลางอย่างวิศรุตได้แต่หนักใจไม่เว้นวันกับสงครามเย็นที่ลูกสาวสุดที่รักก่อหวอดขึ้น แต่ด้วยงานที่รัดตัวทำให้เขายังหาเวลาเหมาะๆ มาคอยจัดการปรับความเข้าใจ หรืออธิบายอะไรต่างๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ไม่ได้ และนับวันปัญหาก็ยิ่งเพิ่มพูนราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันโหมซัดพังทลายทุกอย่างราบคาบ

“นี่กระถางกุหลาบใคร ทำไมเอามาวางตรงนี้” เสียงขุ่นเคืองเอ็ดตะโรลั่น เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับกระถางบอนไซบนระเบียงที่เธอโปรดปรานนักหนา เพราะเป็นสิ่งที่มารดาโปรดปรานและเหลือทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า แต่วันนี้กลับถูกรุกรานและเคลื่อนย้ายโดยไม่บอกกล่าว กระถางบอนไซของรักของแม่ที่เธอคอยเฝ้าดูแลทะนุถนอมถูกแทนที่ด้วยกระถางกุหลาบขาวที่กำลังผลิดอกงดงามเต็มต้น ขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก

“ของ...เอ่อ...คุณผู้หญิงคนใหม่ค่ะ” คำตอบนั้นทำให้คนฟังฉุนจนฟิวส์ขาด

ฉับ! ฉับ! ฉับ! เพล้ง!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป