บทที่ 3 3
เขมจิราสาวน้อยร่างบางนั่งกอดเข่าเหม่อลอยอยู่ริมสระบัว โดยไม่สนใจว่าใครจะเดินเข้ามา แม้ว่าภาคีจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ชายหนุ่มจ้องมองน้องน้อย ด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย สายตาที่มีไว้ให้เธอผู้เดียวตลอดมา
“เกิดอะไรขึ้น บอกพี่ชายคนนี้ให้รับรู้บ้างได้ไหม” น้ำเสียงนุ่มลึกที่ดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้เขมจิราสะดุ้งตื่นจากห้วงห้วงความคิดนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองพี่ชายต่างสายเลือดด้วยสายตาที่ม่นหมอง ไม่สดใสเหมือนเคย
“พี่คีย์” หญิงสาวขานเรียกชายหนุ่มเสียงสั่น พร้อมโผเข้ากอดไว้แน่นและปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปริ่มว่าจะขาดใจนั้น ทำให้ภาคียิ่งเจ็บปวด เหมือนมีเข็มสักร้อยเล่มรุมทิ่มแทงที่กลางใจ
“บอกพี่สิครับคนดี ว่าทำไมเจ้าหญิงแสนสวยของพี่ ถึงได้ร้องไห้เสียอกเสียใจขนาดนี้ องครักษ์คนนี้จะจัดการให้” เขาเอ่ยถาม พลางไล่รีดกรีดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน แต่น้องน้อยกลับเงียบ ไม่ยอมพูดจา เอาแต่สะอื้นน้ำตานอง
“ถ้าน้องหนูไม่พูด พี่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องทุกข์ใจไปด้วย น้องหนูอย่าลืมสิ ว่ายังมีพี่ชายคนนี้อีกคน ที่เป็นห่วงน้องหนูเสมอนะครับ มีอะไรก็บอกพี่มาเถอะนะ”
เขาเลื่อนมือไปโอบไหล่บอบบางกระชับไว้แน่น เพื่อปลอบโยน
“พี่เทพเขามีผู้หญิงคนอื่นค่ะพี่คีย์” เธอบอกด้วยน้ำเสียงปนสะอึกสะอื้น ขณะนัยน์ตาคู่สวย ที่กำลังเงยขึ้นมาสบสายตานั้นแดงก่ำ เนื่องจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง
“มีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่าน้องหนู นายเทพเขารักน้องหนูจะตายไป คงไม่กล้าทำเรื่องแบบนั้นแน่ เชื่อพี่นะ”
ภาคีรู้ดีว่าอติเทพรักเขมจิรามากแค่ไหน ขนาดว่ายอมสลัดคราบหนุ่มเพลย์บอยจอมเจ้าชู้ออกไปจากชีวิต ด้วยการตัดสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนที่เคยพัวพันออกไปจนหมดสิ้น เพื่อพิสูจน์ความรักและความจริงใจที่มีต่อเขมจิรา จนเขาต้องยอมแพ้ หลีกทางให้เพื่อนรักอย่างอติเทพแต่โดยดี เพราะขืนแข่งกันไป เขาคงไม่มีวันชนะใจเธอได้ แม้จะทำดีแค่ไหน เขมจิราก็ไม่เคยมองเขามากเกินไปกว่าคำว่าพี่ชาย อย่างที่เขมจิราคอยพูดและย้ำให้ฟังเสมอ ว่าเขานั้นเป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับเธอ
“ไม่ค่ะ น้องหนูเห็นกับตา เขาพากันขึ้นคอนโดไป น้องหนูนั่งรอที่รถตั้งหลายชั่วโมง ก็ไม่ยอมลงมาสักที แล้วแบบนี้พี่คีย์จะให้น้องหนูเข้าใจว่ายังไงคะ” พูดถึงตรงนี้ เขมจิราก็รู้สึกน้อยอกน้อยใจในตัวคู่หมั้นหนุ่มเหลือเกิน เพราะคิดว่าเขาคงหมดรักในตัวเธอแล้ว ถึงได้พาผู้หญิงอื่น ขึ้นไปนอนที่คอนโดด้วยกันแบบนั้น
“ใจเย็นก่อนนะครับน้องหนู มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่น้องหนูเห็น เชื่อพี่นะครับคนดี” ภาคียังเป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับเธอเสมอ ตั้งแต่เล็กจนโต แต่เธอก็ไม่สามารถรักเขาอย่างคนรักได้
“น้องหนูเชื่อในคำพูดของพี่คีย์เสมอค่ะ ขอบคุณพี่คีย์มากนะคะ” เมื่อสงบสติอารมณ์อันฟุ้งซ่านลงได้แล้ว หญิงสาวจึงกล่าวแล้วกราบที่อกอุ่นของภาคีเป็นการขอบคุณ ฝ่ามือใหญ่จึงยกมือขึ้น พลางลูบไล้ผมยาวสลวยของเธออย่างอ่อนโยน
“งั้นพี่คีย์ไปซื้อของเป็นเพื่อนน้องหนูหน่อยนะคะ” เขมจิราออดอ้อนอย่างน่ารัก ภาคีก็รู้สึกดีใจ ที่สามารถทำให้น้องน้อยของตน กลับมายิ้มเหมือนเดิม
“ได้สิครับ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาขยี้ศีรษะเล็กของหญิงสาวเบาๆ
“เดี๋ยวน้องหนูขึ้นไปแต่งตัวก่อนนะคะ พี่คีย์นั่งรอน้องหนูตรงนี้ก่อนนะ ห้ามไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นน้องหนูโกรธจริงๆ ด้วย”
“ครับ” เขายิ้มให้กับความน่ารักของเธอ แล้วเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“น้องหนูเจ็บนะพี่คีย์ ไม่เล่นด้วยแล้ว น้องไปแต่งตัวดีกว่า”
ภาคีมองตามร่างแน่งน้อยที่เดินออกไปจนสุดสายตา รอยยิ้มบนใบหล่อเข้มค่อยๆ จางหายไป แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจนพร้อมคาดโทษหญิงคนนั้นอยู่ในใจ
‘ผู้หญิงคนที่นายเทพพาขึ้นคอนโดเป็นใครกัน ถ้าเกิดเป็นผู้หญิงคนใหม่ของนายเทพจริงๆ เธออย่าหวังว่าจะอยู่อย่างมีความสุขอีกเลย’
หลังจากกานต์ธิดากลับมาถึงคอนโดฯ ได้ไม่นาน พี่ชายของเธอก็โทร. มาชักชวน ให้ออกไปช่วยเลือกซื้อของขวัญให้กับลูกค้า ทำให้หญิงสาวจำใจต้องแต่งตัวออกไปข้างนอกอีกครั้ง และคิดว่าก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าขืนอยู่คนเดียวลำพัง ก็พาลทำให้คิดฟุ้งซ่านเปล่าๆ
หลังจากเลือกซื้อของขวัญเสร็จเรียบร้อย น้องสาวจอมจุ้นก็ออดอ้อนให้พี่ชายพาไปช้อปปิ้งต่อ ซึ่งอติเทพทนฟังน้ำเสียงออดอ้อนของน้องสาวตัวแสบไม่ไหว ก็เลยต้องตามใจเหมือนทุกครั้ง เป็นเวลาเดียวกันกับที่ภาคี พาเขมจิรามาซื้อของ เหตุการณ์ทั้งหมด จึงตกอยู่ในสายตาของภาคีไปโดยปริยาย
ชายหนุ่มมองตามด้วยความสงสัย และจำได้ทันที ว่าผู้หญิงที่มากับอติเทพนั้น คือเลขาฯ ของผู้จัดการแผนกการตลาดที่เขาเจอ ในห้องประชุมตอนเช้าที่ผ่านมา แต่ทำไมถึงมาเดินซื้อของที่ห้างกับอติเทพได้ ทั้งคู่ควงกันเดินซื้อของหน้าระรื่น เดินผ่านหน้าร้านที่เขาและเขมจิรากำลังเลือกซื้อของอยู่ แต่โชคยังดีที่เขมจิราอยู่ในห้องลองชุด ไม่เช่นนั้น คงได้น้ำตาแตกอีกรอบเป็นแน่ เพราะคู่หมั้นแอบพาสาวอื่นมาช็อปปิ้ง
ภาคีกำลังสาวเท้า เดินตามอติเทพออกไป แต่ท่วเขมจิราเรียกไว้เสียก่อน ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก และหยุดความคิดนั้นไว้ เดี๋ยวค่อยถามอติเทพวันหลัง ก็คงยังไม่สาย
“นั่นพี่คีย์กำลังจะไปไหนคะ” เขมจิราเดินออกมาพร้อมกับชุดสวยที่ถูกใจ
“เอ่อ...พี่จะไปเข้าห้องน้ำน่ะน้องหนู”
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ทำให้เขมจิราถึงกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย
“เอ...ห้องน้ำที่ร้านก็มีนี่คะ” คำถามที่สวนกลับมา ทำเอาภาคีนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนลูบไล้ต้นคอไปมา ยิ้มเก้อๆ ให้กับหญิงสาว
“เอ่อ...พี่ก็ลืมไป ว่าแต่น้องหนูเลือกชุดเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนประเด็น ไม่อยากตกเป็นจำเลย ให้เธอถามจนความแตก
“ได้ครบแล้วค่ะ เดี๋ยวน้องหนูไปจ่ายเงินก่อนนะคะ” เขมจิราจึงเดินไปยังที่เคาน์เตอร์จะชำระเงิน แต่ถูกใครบางคนตัดหน้าจ่ายให้เสียก่อน
