บทที่ 10 ออกอาการ

  พริกจินดาเดินหลบสายตาของเพื่อน ๆ คาเรนมายืนรอเพื่อนของเธออยู่อีกมุม เหตุการณ์เมื่อกี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอะไรหรอกนอกจากรู้สึกเสียหน้าเพียงเท่านั้นที่จู่ ๆ เขาก็ทำเป็นไม่รู้จักกันแล้วมองผ่านเธอไปราวกับเธอไร้ตัวตน 

  “บอกว่ารู้จักผ่าน ๆ มันจะตายมั้ง” แต่ก็อดค่อนขอดเขาในใจไม่ได้ เธออายจริง ๆ นะเมื่อกี้น่ะและสาบานเลยว่าถ้าเธอเจอคาเรนที่ไหนอีกเธอจะไม่ทักทายเขาเด็ดขาด

  “อีพริก” เสียงแหลมที่เธอคุ้นหูเป็นอย่างดีเรียกความสนใจจากหญิงสาวให้หันไปมอง พริกจินดากลอกตามองเพื่อนสาวคนสนิทอย่างนึกรำคาญ 

  “ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ” นัดเธอสี่ทุ่มแต่ตัวเองมาห้าทุ่มมันใช่เรื่องไหม 

  “ไปกินรังแตนที่ไหนมาเพื่อนรัก” 

  “รำคาญอะ” 

  “อย่าโมโหสุดสวย เดี๋ยวพี่สาวเลี้ยงเหล้าเข้ม ๆ ” นลินที่เห็นว่าเพื่อนเริ่มหัวร้อนก็ตรงเข้ามากอดคอพริกจินดาอย่างหยอกเย้าก่อนจะลากเพื่อนเข้าไปด้านในคลับตรงไปยังโต๊ะที่เมย์เป็นคนจองไว้ 

  “วันนี้คนโคตรเยอะ” อาจเพราะเป็นวันหยุดวันนี้คนถึงแน่นร้านเป็นพิเศษ  

  “สั่งไรกันดี” เมย์หันมาถามความเห็นคนที่นั่งหน้าหงิกหน้างอไม่รู้ว่าเพื่อนสาวของเธอไปกินรังแตนมาจากไหนถึงได้มีสภาพไม่สบอารมณ์ขนาดนี้กัน 

  “ขอเหล้าเข้ม ๆ”

  “เดี๋ยวก็เมาเอาหรอก“ 

  ”เหอะน่า“ 

  ”มีเรื่องไรอีกล่ะหรือว่าเรื่องไอ้วีอีก“  

  “เมียมันท้องแล้วนี่” นลินออกความเห็นแต่พอเห็นแววตาของเพื่อนสาวก็รีบยกมือปิดปากแสร้งหัวเราะแหย ๆ ออกมาแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง 

  ปึก 

  อึก 

  ปึก  

  อึก 

  เครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเหล่าที่พริกจินดาสาดมันลงคอไปอย่างไม่เกรงกลัวว่าตัวเองจะเมาจนขับรถกลับบ้านไม่ได้ เพื่อนห้ามปรามเธอก็ไม่คิดฟังดื่มแก้วนี้หมดก็หันไปคว้าแก้วอื่นต่อจนเพื่อนได้แต่นั่งมองตาปริบ ๆ 

  “โอเคไหมเนี่ย“ นลินถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าสภาพเพื่อนวันนี้มันแย่กว่าทุกครั้งที่เจอกัน ไม่รู้ว่าอะไรกันที่ทำให้คนอย่างพริกจินดาหมดอาลัยตายอยากได้ขนาดนี้อดีตแฟนเก่าหรือผู้ชายคนใหม่ที่พริกจินดาซุกไว้ไม่บอกใคร 

  ”โอเคดิ“ แววตาของเธอช่างสวนทางกับคำพูดริบหรี่ วันนี้มีหลายเรื่องหลายราวประเดประดังเข้ามาจนไม่รู้ว่าเธอจะตั้งรับกับเรื่องราวทั้งหมดได้ยังไง ความรู้สึกของเธอสั่นคลอนมากกว่าทุกวัน มันสั่นคลอนตั้งแต่ที่เห็นโพสต์ของอดีตแฟนเก่า 

  แม้ว่าปฐวีจะเป็นคนไม่เอาไหนแต่เธอกับมันก็คบกันมาตั้งสี่ปีผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกันจู่ ๆ ความสัมพันธ์ก็ขาดสะบั้นโดยที่เธอไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่เคยรู้ล่วงหน้าไม่มีลางสังหรณ์ไม่ได้เตรียมตัวมารับมือกับเรื่องพวกนี้มาก่อน จะบอกว่าไม่รู้สึกเลยก็ไม่ใช่มันก็แวบหนึ่งในความคิดเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นคนพวกนั้นที่มีความสุขและเป็นเธอที่ทุกข์กับบาดแผลนี้อยู่คนเดียว 

  แม่ง โคตรไม่แฟร์เลย  

  ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้พริกจินดาก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีและยิ่งรู้สึกไม่ดียิ่งกว่าเมื่อคำพูดของคาเรนเมื่อก่อนหน้าแวบเข้ามาในโสตประสาท 

  ไม่รู้จักก็ไม่รู้จักไปดิ คิดว่าคนสวย ๆ อย่างเธอจะง้อคนพรรค์นั้นหรือไง ค.ก็ไม่ได้เหลี่ยมทองซะหน่อยจะทำเป็นหยิ่งยโสนักทำไมก็ไม่รู้ 

  “สวัสดีครับ” สามสาวหันไปมองยังบุลคลที่มาใหม่ หนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่เข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มในมือถือแก้วเหล้าไว้ ส่งสายตาหวาดหยดมาให้พริกจินดาบอกให้รู้ว่าเขาสนใจเธออยู่ เขามองเธอตั้งแต่เธอเดินเข้ามาแล้วล่ะความสวยของเธอมันสะดุดตาจนเขาต้องเดินเข้ามาทัก ”ผมวายครับ“ 

  ”เมย์ค่ะ“ 

  ”นลินค่ะ“ 

  ”แล้วคุณคนสวยคนนี้ชื่ออะไรครับ“ ส่งสายตามาให้พริกจินดาที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ไม่ยอมแนะนำตัวเองออกมา 

  ”รู้ไปแล้วมันได้อะไรคะ“ หญิงสาวหันกลับไปจ้องตาคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ต่างคนต่างยิ้มมุมปากให้แก่กัน 

  ชายหนุ่มที่มีนามว่า ‘วาย‘ เอียงคอมองพริกจินดาแบบยิ้มๆ แววตาที่ใช้มองเจ้าหล่อนช่างดูกะลิ้มกะเหลี่ยเหลือเกิน 

  “ได้รู้จักคนสวยไงครับ” ผู้ชายปากหวานมันชื่อถือได้ที่ไหน ขนาดผู้ชายปากดีอย่างคาเรนยังเชื่อถือไม่ได้เลยแต่เอ๊ะเธอจะไปนึกผู้ชายคนนั้นให้เสียบรรยากาศทำไมกัน

  “ชื่อพริกค่ะ” 

  “พริกนี่เด็ดปะ” 

  พริกจินดายิ้มร้ายใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างหยอกเย้า

  “ก็ต้องเด็ดอยู่แล้วไหม” ขยิบตาพลางโปรยยิ้มชวนใจละลายให้ชายตรงหน้า พาให้หัวใจของวายสั่นไหวอย่างหนัก 

  พริกจินดาพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกับวายอยู่พักใหญ่โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธออยู่ในสายตาของใครบางคนอยู่ตลอดเวลา นัยน์ตาคมกริบสะท้อนความแข็งกร้าวออกมาอย่างเห็นได้ชัดมือกำหมัดเข้าหากันแน่น

  ติ้ง

  คาเรน: เธอดีลกับฉันอยู่นะไปออเซาะผู้ชายคนอื่นได้ยังไง ลืมข้อตกลงของเราไปแล้วหรือไง

  พริก: ขอโทษทีนะคะพอดีจำไม่ค่อยได้ว่าไปรู้จักคนหน้าหมา ๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ 

  คาเรน: นี่เธอ 

  พริก: รำคาญอะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป