บทที่ 9 ไม่รู้จัก

  หลายวันผ่านไป….. 

  หลังจากแยกย้ายกับคาเรนวันนั้นเขาและเธอยังคงติดต่อและนัดเจอกันอยู่เรื่อย ๆ ไม่ใช่นัดกันแค่มีเซ็กซ์อย่างเดียวหรอกนะแต่ยังนัดกันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วยกันอีกด้วยอย่างเช่นกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง เหมือนที่คนอื่นเขาทำกัน 

  ความรู้สึกของเธอและเขาไม่ได้พิเศษมากกว่าครั้งแรกที่เจอกันสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะว่าทั้งเขาและเธอได้ขีดเส้นความสัมพันธ์ครั้งนี้เอาไว้อย่างชัดเจนว่ามันได้แค่ไหนและไม่มีใครคิดก้าวข้ามเส้นที่ขีดไว้ คาเรนกับพริกจินดาอยู่ในกรอบความสัมพันธ์เพื่อนนอนได้อย่างดีเยี่ยม 

  แม้บางครั้งความใกล้ชิดอาจทำให้พริกจินดาเผลอไผลไปบ้างแต่พอคิดไว้ว่ามันก็ต้องรู้สึกหวั่นไหวกับคนหล่อ ๆ บ้างเป็นธรรมดาเธอก็สามารถมองข้ามไอ้อาการหัวใจเต้นแรงยามอยู่กับคาเรนไปได้ 

  ความสัมพันธ์ของเรามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น อย่างน้อย ๆ คาเรนก็เป็นคนที่ทำให้เธอหายเศร้าและคลายความเหงาลงไปได้เยอะเลย

  ”เฮ้อ“ พริกจินดาแหงนมองท้องฟ้ายามบ่ายด้วยดวงตาเลือนลอยเคล้าความเศร้าหมอง เมื่อชั่วโมงที่แล้วเธอดันไปเห็นโพสต์เฟซบุ๊กของอดีตแฟนเก่ามันเช็กอินพาภรรยาของมันไปฝากท้องที่โรงพยาบาล  

  วันก่อนยังตามตื้อเธออย่างกับหมาทว่าวันนี้กลับไปทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีซะงั้น 

  บางทีเธอก็นึกเกลียดโลกใบนี้ นึกเกลียดโชคชะตาเหมือนกันนะที่ให้คนเลวพวกนั้นมีความสุขแล้วปล่อยให้คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแบกรับความเจ็บปวดอยู่อย่างนี้ ให้คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดมีปมในใจ

  เมย์: เจอกันหน่อยไหม เหมือนเราจะมีเรื่องคุยกันเยอะเลยนะ

  พริก: ไม่ว่าง 

  เมย์: อย่า ๆ อย่ามาค่ะแม่ตัวดี ทำอะไรอยู่อย่าคิดว่าใครไม่รู้ใครไม่เห็นนะ 

  นลิน: มีคนร้ายค่ะหัวหน้า มีคนแอบซุกผู้ชาย 

  พริก: ก็ไม่ได้ซุกนะ 

  เมย์: ตอแหลมาก 

  พริก: ทำไมชอบ ส. 

  นลิน: เขาเรียกว่าเป็นห่วงค่ะ โดนเทมาเพื่อนจะได้ปลอบถูกและไม่เป็นหมา 

  พริก: ก็เห็นเป็นตลอดนะ 

  เมย์: ตบเลย 

  พริกจินดาสั่นศีรษะพลันหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อแกล้งหยอกเย้าให้เพื่อนด่าได้จนสำเร็จ ความเศร้าก่อนหน้ามลายหายเป็นปลิดทิ้งเหลือไว้เพียงรอยยิ้มสวย ๆ ประดับใบหน้าเป็นรอยยิ้มที่ใครได้เห็นต่างพากันหลงรัก 

  ไม่รู้ว่าพริกจินดารู้ตัวบ้างรึเปล่าว่ารอยยิ้มของเธอมันสวยมากขนาดไหนและมีคนชอบรอยยิ้มของเธอมากเพียงใด ยิ้มของเธอที่เปรียบเสมือนโลกสีชมพู 

  สี่ทุ่มตรงพริกจินดาขับรถมายังคลับที่เธอได้นัดกับเพื่อนไว้ แต่เธอคงมาเร็วเกินเวลานัดเกินไปเพราะเวลานี้ยังไม่มีเพื่อนของเธอสักคนโผล่หัวมา พริกจินดาเลยได้ยืนรออยู่หน้าคลับ 

  หญิงสาวยืนก้มหน้ากดโทรศัพท์เงียบ ๆ เข้า ๆ ออก ๆ ช่องแชตของคาเรนอยู่อย่างนั้นมีหลายครั้งที่เธออยากกดพิมพ์ข้อความส่งหาเขาแต่สุดท้ายก็ได้แค่พิมพ์ไม่ได้ส่งหาเขาอยู่ดี เธอกลัวว่าข้อความของเธอจะไปรบกวนเวลาทำงานของคาเรนเข้า ชายหนุ่มคนนั้นมีงานที่ต้องทำและรับผิดชอบมากมายทำงานตั้งแต่เช้าจวบจนดึกดื่นเขาก็ยังทำงานอยู่  

  “กว่าจะเสด็จมาได้นะมึง“ 

  ”กูก็มาแล้วไหมมึงจะบ่นทำไม“ 

  ”มึงมันช้าตลอด“ 

  ”แล้วมึงรีบทำไม คลับมันไม่ได้หนีมึงไปไหน“

  ”ไอ้นี่กูต่อยแม่ง“ 

  ”หุบปากดิกูรำคาญ“ 

  ทว่าขณะนั้นเองที่พริกจินดาได้ยินน้ำเสียงคุ้นหูดังทบโสตประสาท หญิงสาวเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมามองรอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัวเมื่อใครบางคนเดินอยู่กับกลุ่มเพื่อน

  “คาเรน” หญิงสาวตะโกนเรียกชายหนุ่มอย่างลืมตัว ทุกสายตาภายในกลุ่มเพื่อนของคาเรนจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียวรวมถึงเขาด้วย 

  “ใครวะ มึงรู้จักเหรอ” 

  “สาวสวยซะด้วย” บทสนทนาในกลุ่มเพื่อนของเขาเธอได้ยินมันอย่างชัดเจน 

  ”เด็กมึงเหรอวะ“ 

  ”ไม่ใช่ กูไม่รู้จัก“ เขาตอบปัดเพื่อน ๆ ของเขาอย่างรำคาญก่อนจะเดินนำเข้าคลับไปทิ้งให้หญิงสาวยืนหน้าเสียท่ามกลางเพื่อนของเขาที่มองมาอย่างสงสัย 

  ”แฮะ ๆ ขอโทษนะคะสงสัยฉันจะจำคนผิด“ เธอถึงได้ละล่ำละลักพูดออกไปแบบนั้นแล้วรีบเดินหนีออกมาด้วยความอับอาย 

  ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบไหน แต่จำเป็นต้องไร้เยื่อใยต่อกันขนาดนั้นเลยหรือไงไอ้บ้า!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป