บทที่ 10 ตารางเวรหรือบุฟเฟต์
“ว่าไงนะ!”
เสียงแหลมของพายดังลั่นจนสะท้อนไปทั่วห้องนั่งเล่นเพดานสูง เธอมองหน้าวายุสลับกับอัคคีอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
นี่มันบ้าไปแล้ว!
“วันคู่กับวันคี่? นี่พวกพี่เห็นพายเป็นอะไร! ที่จอดรถเหรอ! ที่เอาไว้พักความเงี่ยนของพวกพี่อย่างนั้นเหรอ! ถามจริ๊งงงง”
“พวกพี่พูดใหม่อีกทีสิ พายฟังไม่ผิดใช่ไหม!”
วายุผู้ที่นั่งไขว่ห้างอย่างสงบ ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็นราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
“พี่บอกว่าตั้งแต่วันนี้ไปพายจะอยู่กับพี่ในวันคี่ และอยู่กับพี่คีในวันคู่”
วายุยิ้มรอยยิ้มด้วยจอมปลอมนั่น
“ง่ายดีออกครับ จะได้ไม่ต้องแย่งกัน”
“ง่ายบ้านพี่สิ!” พายเผลอตะโกนคำหยาบที่ปกติไม่พูดออกมา “นี่มันอะไรกัน! พวกพี่คิดว่าพายเป็นสิ่งของเหรอ! เป็นที่จอดรถหรอ! จะมาแบ่งวันกันใช้ได้ยังไง!”
“หึ” อัคคีที่นั่งพิงโซฟาอยู่หัวเราะในลำคอ เสียงต่ำและแฝงความเย้ยหยัน
“ถ้าเป็นที่จอดรถจริง ๆ มึงก็เป็นรถคันที่เสียงดังที่สุดเท่าที่กูเคยเจอว่ะอีพาย”
“พี่!” เธอขึ้นเสียงทันที “เลิกเรียกพายว่าอีสักที ทำไมต้องเรียกจิกหัวกันขนาดนี้ อีกอย่างพายเป็นคน พายไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ของพี่ แล้วก็ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น จะมาวันคู่วันคี่อะไรกัน”
“พูดเหมือนมึงมีสิทธิ์เลือก” อัคคีโน้มตัวเข้ามา เสียงทุ้มต่ำของเขาชิดใบหูจนเธอเผลอขยับหนีโดยอัตโนมัติ
“ลืมไปรึเปล่า ว่ามึงยังเป็นลูกหนี้ที่พ่อแม่มึงขายมาให้กู”
“แล้วไง! ลูกหนี้ก็มีหัวใจนะ!”
“หัวใจน่ะเธอฝากไว้ผิดที่แล้วล่ะครับพาย”
วายุพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบแต่เฉียบคม
“พี่คีเขาอาจจะใช้กำลังตีตราเธอ แต่พี่จะใช้วิธีผูกมัดแบบอื่น”
วายุมองเธอด้วยสายตาที่ลึกจนน่ากลัว
“แล้วเธอจะรู้เองว่าระหว่างถูกครอบครองกับถูกหลงใหล อันไหนมันน่ากลัวกว่ากัน”
“พวกพี่มันบ้าไปแล้ว!” พายสะบัดหน้ารู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน เธอไม่รู้ว่าควรโกรธ กลัว หรือสับสนกับสายตาสองคู่ที่มองมาเหมือนจะกลืนกินเธอ
อัคคีมองเธอด้วยแววตาเข้มจัด “ถ้าไม่อยากให้พวกกูตัดสินใจแทน ก็ลองหนีดูสิพายอาร์”
“...”
“แล้วมาดูกันว่ากูหรือมันใครจะหาตัวมึงเจอก่อน”
“อย่าท้าพายนะ!”
“กูไม่ได้ท้า กูแค่ประกาศกติกาใหม่”
พายยืนกำหมัดแน่น เธอกำลังจะระเบิด
บ้าที่สุด!
พายสูดหายใจลึก
“กติกใหม่เหรอ...”
พายกัดฟันก่อนจะตัดสินใจ ในเมื่อกลัวไปก็ไร้ประโยชน์งั้นก็ชนมันเลย!
“ตกลงจะเอางี้เลยใช่ไหม!”
พายเงยหน้าเชิดคางสบตาพวกเขาทั้งคู่
“ในเมื่อพวกพี่เงี่ยนกันนักก็ไม่ต้องวันคู่วันคี่อะไรหรอก!”
แฝดทั้งสองเลิกคิ้ว
“อยากเอาก็มาเอาเลย! เอาทีเดียวสองคนพร้อม ๆ กันไปเลย! จะได้จบ ๆ! ไม่ใช่พิศวาสหรอกนะ พายรำคาญ”
แฝดทั้งสองชะงักพวกเขามองหน้ากัน ดวงตาของอัคคีลุกวาวขณะที่วายุเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ
พายที่ตอนนี้กำลังสติแตกพูดต่อ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังราดน้ำมันลงกองไฟ
“วันไหนพายป่วยไข้จะได้พักผ่อนบ้าง! ไม่ใช่พอถึงเวลาวันคู่วันคี่ป่วยจะตายห่าอยู่แล้ว ก็ยังต้องมานอนแหกขาให้พวกพี่เอาอยู่อีก!”
พูดจบเธอก็หันหลังเดินหนีไปทางห้องนอน
“เดี๋ยว! อีพาย! มึงจะไปไหน!” อัคคีตะโกนตามยังอึ้งกับข้อเสนอใจป้ำของเธอ
พายหยุดชะงักที่หน้าประตูสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วพ่นออกมา เธอหันกลับมาจ้องหน้าอัคคีเขม็ง
“กู-จะ-ไป-อาบ-น้ำ!!!”
พายตะโกนกลับไปทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำ
“มึงจะทำไม!!! จะตามมาอาบให้หรือจะตามมาเน็ดในห้องน้ำอีกรึไง!!!”
พูดจบเธอก็เดินกระแทกส้นเท้าปึงปัง หายลับไปจากห้อง
“แค่ก ๆ พรืดดด!”
วายุถึงกับสำลักกาแฟที่ลืมกลืน หัวเราะก๊ากออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เหี้ยเอ๊ย ฮ่าๆๆๆ ปากคอเราะร้ายชิบหาย ไอ้คีน้องแม่งโคตรสุดตีน”
ผิดกับอัคคีที่ยืนหน้าดำหน้าแดงคำรามในคอ “อีพายแสบนักนะมึง เดี๋ยวเจอกูแน่”
“ไม่ต้องพูด!”
พายที่เพิ่งเดินพ้นบานประตูไปโผล่แค่หัวกลับเข้ามาตะโกนใส่อีกครั้ง
“ตอนกระแทกพายก็เรียกอีพายแบบนี้สิ แหม ทีวันก่อนนะ 'อืมมม น้องพาย พายจ๋า' ตอแหล!” เธอแลบลิ้นใส่ก่อนจะวิ่งหนีไปจริงๆ
“เหี้ย สุดมากน้องพาย” วายุพูดติดตลกปาดกาแฟที่มุมปาก
“สุดเหี้ยอะไรของมึง! อีนี่มันแสบ! เดี๋ยวกูจะตอกให้มันครางแต่ชื่อกูคนเดียว! สัสเอ๊ย!”
วายุยักคิ้วให้พี่ชาย “สรุปน้องมันอนุญาตให้เอาพร้อมกันสองคนแล้วนะ มึงไม่สนเหรอ?”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!”
ยังไม่ทันที่อัคคีจะได้ตอบเสียงกรีดร้องของพายก็ดังลั่นออกมาจากห้องนอน
แฝดทั้งสองมองหน้ากัน สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
อัคคีสบถ “ฉิบหายแล้วไหมล่ะ! คราวนี้แม่งทำเหี้ยอะไรอีก!”
ปัง!
ประตูห้องนอนของพายถูกเปิดออกอัคคีและวายุพุ่งตัวเข้ามา
“พาย! / อีพาย!”
ไม่เห็นเธอในห้องแต่เห็นไอน้ำร้อนลอยออกมาจากห้องน้ำ ทั้งคู่รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ ภาพที่เห็นคือไอน้ำร้อนขโมงไปทั่วห้องจนแทบมองอะไรไม่เห็น
“เป็นเหี้ยอะไรอีก! ร้องหาพ่อมึงเหรอ!” อัคคีตะโกนพยายามปัดไอควัน เหงื่อของเขาเริ่มซึมทันที
“อึก ฮือออ...”
พวกเขาเห็นพายนั่งร้องไห้ตัวสั่นเทาอยู่ข้างอ่างแช่น้ำ เธอเปลือยและผิวหนังบริเวณขาอ่อนและน่องแดงเถือก
“นะ... น้ำ... น้ำร้อนลวก ฮือออ แสบ” พายสะอื้นชี้ไปที่อ่าง
“ห๊ะ!!” วายุร้องออกมาด้วยความตกใจ เขารีบเดินเข้าไปปิดน้ำ
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอาบน้ำถึงเปิดน้ำร้อนขนาดนี้! เธอโง่รึไง!”
“ก็... ก็พายเปิดไม่เป็น ก๊อกบ้าอะไรไม่รู้มันมีแต่สีแดงกับสีน้ำเงิน พาย... พายดันบิดไปทางสีแดงจนสุด พอมันเต็มอ่างก็เลยก้าวขาลงไป ฮืออ... มันร้อน! ดูสิแดงเลย!”
วายุมองพายที่ตอนนี้เปลือยทั้งตัวสลับกับขาที่แดงก่ำเขาส่ายหน้าเบา ๆ
เด็กโง่ นี่มันระบบสัมผัสไม่ใช่ก๊อกหมุน
วายุเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วคลุมร่างที่สั่นเทาของเธอ ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว
“พี่พาไปทายานะครับเด็กดี”
พายสะอื้นไม่ตอบได้แต่พยักหน้ากอดคอเขาแน่น
วายุหันไปบอกอัคคีที่ยืนอึ้ง มองนมพายตาไม่กะพริบ
“ไอ้คี! มึงเลิกยืนหื่นแล้วไปเอากล่องยามาที!”
ครั้งนี้อัคคีไม่ด่า ไม่ว่า ได้แต่สบถ "แม่ง ซื่อบื้อฉิบหาย" แล้วเดินส่ายหัวไปหยิบกล่องยาสามัญประจำบ้านมาให้
ณ เตียงนอน
วายุวางพายลงอย่างเบามือเขาเปิดกล่องยา
“พี่ทายาให้นะครับ อาจจะแสบหน่อยนะ” วายุพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาจับข้อเท้าเล็ก ๆ ของเธอวางพาดบนตักเขา แล้วค่อย ๆ ใช้สำลีชุบยาทาเบา ๆ
“อ๊ะ!! โอ๊ย! แสบ! เบาหน่อย ฮือออ... มันแสบ!” พายร้องลั่นพยายามชักขาหนี
“อยู่นิ่ง ๆ สิครับ เดี๋ยวก็ติดเชื้อหรอก” วายุพยายามดุ
“ก็มันแสบนี่นา! อ๊า!”
“ไอ้คี! มึงปิดปากน้องมันหน่อยดิ! แม่งร้องอย่างกับแมวโดนน้ำร้อน” วายุหันไปสั่งพี่ชายที่ยืนกอดอกมองอย่างรำคาญ
“กูบอกแล้วไงว่ากูไม่จูบ! จะให้กูปิดปากเหี้ยอะไรอีก!” อัคคีเถียง นี่คือกฎเหล็กของเขา เขาไม่เคยจูบผู้หญิงคนไหนมันน่าสกปรก
“เออ! งั้นมึงมาทายา! เดี๋ยวกูจูบเอง!” วายุพูดจบก็โยนสำลีไปให้อัคคี
อัคคีรับไว้อย่างงงๆ "เหี้ยไรของมึง..."
วายุไม่สนใจ เขาขยับเข้ามานั่งข้างพายจับมือเธอไว้
“พายครับ มองหน้าพี่”
พายที่น้ำตาคลอมองหน้าเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ให้พี่จูบนะครับ มันจะได้ช่วยบรรเทาความเจ็บ พายจะได้ไม่โฟกัสที่แผล... นะครับ”
พายมองหน้าเขา นี่มันการปลอบหรือการฉวยโอกาส? แต่เธอก็เผลอพยักหน้าช้า ๆ
วายุจูบซับน้ำตาที่แก้มเธอก่อน แล้วจึงประทับลงบนริมฝีปากเธอ เขาไม่ได้รุกราน เขาแค่ชิม ลิ้นร้อน ๆ ของเขาตวัดเลียริมฝีปากเธอ กดจูบย้ำ ๆ ดูดดึงริมฝีปากล่างเธอเบา ๆ
แต่ในขณะที่พายกำลังจะเคลิ้ม อัคคีที่กำลังทายาก็จงใจกดสำลีลงบนแผลแรงขึ้น
“โอ๊ยยย!” พายร้อง
“ไอ้เหี้ยคี! มึงเบา ๆ ดิวะ!” วายุถอนจูบมาด่า
“กูก็ทาของกูอยู่! มึงน่ะจูบปลอบหรือจูบเอา แม่งเลียปากกันเพลินเลยนะ!” อัคคีแขวะ
วายุยิ้มมุมปาก “กูก็กำลังบรรเทาให้น้องอยู่ไง”
วายุหันกลับไปหาพายแต่คราวนี้จูบของเขาเร่าร้อนขึ้น เขาตวัดลิ้นชิมรสหวานในโพรงปากเธอ เสียงตวัดลิ้นแลกลิ้นกันไปมาเสียงพายที่เริ่มครางในลำคอ
“อือออ อ่า...” พายเริ่มสับสน เธอเจ็บแผลหรือเธอกำลังเสียว
มือหนาของวายุที่ไม่ได้จับมือเธอแล้วเริ่มเลื่อนไปบีบเค้นที่หน้าอกอวบอั๋นของเธออย่างเอาแต่ใจ
“อื้อ!” พายสะดุ้ง
พรึ่บ!
ไม่ทันที่วายุจะได้ตวัดลิ้นอีกรอบ อัคคีก็ดึงวายุออกจากตัวพายอย่างแรง
“เหี้ยอะไรของมึง! กำลังเคลิ้มเลย!” วายุบ่นอุบ
อัคคีที่ทายาเสร็จแล้วมองวายุด้วยสายตาหงุดหงิด “พอ! มึงมานี่กูจูบบ้าง!”
วายุเลิกคิ้ว “อ้าว ไหนมึงบอกมึงไม่จูบ?”
“เสือก!” อัคคีตวาด "ส่วนมึงลงไปเลียหอยดูบ้างดิ ไหน ๆ มันก็อ้าให้ดูขนาดนี้แล้ว"
พูดจบอัคคีผู้ทำลายกฎของตัวเองก็ไม่รอช้า เขาจับปลายคางของพายบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้น
แล้วริมฝีปากหนาของเขาก็กระแทกลงมา
“อะ อื้อออ”
ไม่มีความนุ่มนวล เสียงจาบจ้วงของอัคคีดิบและเถื่อนเขากัดริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ ลิ้นของเขารุกราน กวาดต้อนอย่างหิวกระหาย
พายใจสั่นไม่เป็นท่า
นี่มันอะไรกัน
คนหนึ่ง จูบอ่อนหวาน นุ่มนวล ชวนให้ค้นหา
ส่วนอีกคน ดิบ เถื่อน รุนแรง แต่ก็สร้างความต้องการได้เป็นอย่างดี
“อือออ...” พายครางเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเปียกชื้นที่ขา
พายหรี่ตามองวายุกำลังก้มลงเลียที่ขาอ่อนของเธอ และสายตาของเขาก็ค่อย ๆ เลื่อนสูงขึ้น
