บทที่ 4 ชิมมาม่า หรือ ชิมแมว
พายยืนมองกาต้มน้ำอัจฉริยะตรงหน้าตาเขม็ง มันเงาวับ ไร้ปุ่ม มีแต่แผงไฟดิจิทัลที่เธอไม่เข้าใจ
“กดตรงไหนวะเนี่ย” พายเกาหัวแกรกๆ
ทั้งห้องครัวหินอ่อนราคาแพงนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เธอไม่เคยใช้ ไม่เคยเห็น และไม่กล้าสัมผัส
“อะไรกันนักหนา ถ้าอยู่ที่บ้านก็แค่เปิดแก๊ส ต้มน้ำ ไม่ก็เสียบปลั๊กกาต้มน้ำอันละร้อยเก้าเก้า แต่นี่มัน... อัจฉริยะเกินไปแล้ว!”
นิ้วเรียวแตะปุ่มสัมผัสสัญลักษณ์แปลกๆ อย่างระแวดระวัง
พรึ่บ!
แทนที่น้ำจะร้อน เครื่องดูดควันสแตนเลสขนาดยักษ์เหนือหัวกลับเปิดทำงานเสียงดังลั่น
“เฮ้ย!” พายสะดุ้งโหยง รีบกดปุ่มอื่นมั่วๆ
แวบ! แวบ!
ไฟใต้เคาน์เตอร์กระพริบวูบวาบสลับสีไปมา
“โอ๊ย! บ้านคนหรือสถานีอวกาศเนี่ย!” พายบ่นพึมพำ ก่อนจะเหลือบไปเห็นไมโครเวฟ
อย่างน้อยเธอก็ยังใช้เจ้านี่เป็น
เสียงน้ำเดือดดัง ปุดๆ ในถ้วยเซรามิก ตามด้วยกลิ่นมาม่าต้มยำกุ้งที่แสนคุ้นเคย
ติ๊ง!
เสียงไมโครเวฟดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของเพนต์เฮาส์ กลิ่นต้มยำกุ้งที่บ้านๆ และราคาถูกลอยฟุ้ง ปะทะกับกลิ่นหอมหรูหราของห้องครัวหินอ่อนที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ราคาแพงจนเธอกล้าๆ กลัว ๆ จะจับต้องอย่างไม่เกรงใจ พายยกถ้วยขึ้นมาดม กลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“หอมฉิบ แซ่บแน่คราวนี้”
ด้วยความลืมตัวและลืมสถานะ เธอกระโดดขึ้นไปนั่งยองๆบนเคาน์เตอร์หินอ่อนราคาแพง ลืมไปสนิทว่าเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่เธอใส่อยู่นั้น เธอไม่ได้ใส่ชั้นในเลยสักชิ้น
“อื้อหือ แซ่บ!”
พายเป่าเส้น “ฟู่ๆ” แล้วสูดเข้าปากดัง “ซู้ด!” ก่อนจะครางเบาๆ อย่างเป็นสุข
“อ่า มาม่านี่แหละอร่อยที่สุด!”
รอยยิ้มแห่งชัยชนะผุดขึ้นบนใบหน้าเธอ ในที่สุดเด็กสาวตัวเล็กที่ถูกลากมาจากบ้านไม้เก่าก็ได้ต้มมาม่าของตัวเองสำเร็จท่ามกลางห้องครัวที่แพงเกินจำเป็น
แต่ความสุขอยู่ได้ไม่นาน
"กลิ่นเหมือนรังหนู"
เสียงทุ้มและเย็นเยียบของวายุดังขึ้นจากมุมมืด พายสำลักเส้นมาม่าจนหน้าดำหน้าแดง ไอค่อกแค่ก
เสียงฝีเท้าหนักๆที่ดังขึ้นจากทางเดินทำให้ส้อมในมือเธอค้างกลางอากาศ
กึก... กึก...
พายชะงัก หัวใจเต้นแรง เธอค่อยๆ หันไปมอง ร่างสูงสองร่างในชุดอยู่บ้านแต่ยังดูดีจนน่าหมั่นไส้ยืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตู
อัคคียืนเท้าเอว แววตาคมเข้มกวาดมองครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นมาม่าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“นี่มัน... กลิ่นเหี้ยอะไรวะ”
วายุที่เดินตามมากลับยกคิ้วมองถ้วยในมือพาย สลับกับท่านั่งของเธอ
“พี่หมายถึงบะหมี่น่ะ น่าสนใจดีนะครับ กลิ่นมัน… แสบจมูกดี”
อัคคีหันขวับไปมองน้องชาย “แสบพ่อง! มันเหม็น! เหม็นกลิ่นถูกๆ!” ก่อนจะตวัดสายตามาที่เธอ “นี่มึงต้มมาม่ากลางเพนต์เฮาส์กู! แล้วไอ้ไฟดิสโก้นี่คืออะไร!”
พายที่ตอนนี้เริ่มตั้งหลักได้ยักคิ้ว “ก็หิว ส่วนไฟจะบอกว่าไงล่ะ เมื่อกี้เสียงอะไรต่อมิอะไรมันดังไปหมดพายเลยกดมั่วๆ ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ”
“ในตู้เย็นมีอาหารระดับโรงแรมให้เธอเลือกเป็นสิบอย่าง แต่เธอเลือกกินบะหมี่สำเร็จรูป?” วายุถามด้วยความแปลกใจ แต่สายตาของเขามันวาวเกินกว่าจะเรียกว่าแปลกใจ
“ก็พายจะกินนี่! นี่มันของพาย พายซื้อมาเอง!”
วายุหัวเราะเบาๆในลำคอ “ซื้อมา? ด้วยเงินของใครล่ะครับ อ้อ... เงินพ่อแม่เธอที่ติดหนี้พวกพี่อยู่ไม่ใช่เหรอ”
พายจุกแต่ความแสบไม่ยอมแพ้ “งั้นก็ถือซะว่าพายยืมเงินพวกพี่มาซื้อก็แล้วกัน! อยากได้คืนนักใช่ไหม งั้นก็รอชาติหน้าตอนบ่ายๆเถอะ!”
วายุกลั้นยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นช้าๆ “เธอนี่... กล้าดีนะ ปากคอเราะร้ายจังนะครับ”
“ไม่กล้าหรอกค่ะ แค่ไม่อยากอดตายเฉยๆ” พายคีบเส้นเข้าปากต่อ ทำเป็นไม่สะทกสะท้าน
อัคคีมองภาพนั้นแล้วหัวเราะในลำคอ เสียงต่ำและเย็น
“แหกกฎครั้งแรกของมึงไม่เลวเลยนี่หว่า”
พายชะงัก มองเขาอย่างหวั่นๆ “กฎอะไรอีกล่ะ พายแค่...”
“กฎที่ว่า อย่าทำให้กูต้องหมดความอดทนมากกว่าสิบวิ” อัคคีพูดเสียงเรียบ แต่แววตากลับลุกวาวอย่างน่ากลัว
วายุเอ่ยตามน้ำด้วยรอยยิ้มบาง “ดูเหมือนพายจะทำให้พี่ชายพี่เสียสมาธิแล้วล่ะครับ”
พายกลืนน้ำลายลงคอ ฝืนยิ้ม “แค่กินมาม่าเองนะ”
“ใช่ แค่กินมาม่า!” อัคคีตอบเสียงเข้ม จังหวะนั้นเองสายตาเขาเลื่อนต่ำลง จากใบหน้าที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ ผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวไปยังท่านั่งยองๆ ของเธอ
“...ไอ้วายุ กูว่ามันไม่ได้แค่หิวมาม่าว่ะ'” อัคคีหันไปพูดกับน้องชาย แต่สายตาไม่ละไปจากพาย
“...” วายุไม่ตอบ เพราะสายตาของเขามองมาตั้งนานแล้ว
“มึงว่ามันร้ายไหมวะ นั่งแหกซะขนาดนั้น ขาวชิบหาย แม่ง... ทำเป็นซื่อแต่กูว่ามันอ่อยพวกเราทางอ้อม” อัคคีสะกิดให้น้องชายดู
พายขมวดคิ้ว "อ่อยอะไร?"
อัคคีแสยะยิ้ม “มึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ นั่งยองๆ ใส่เสื้อตัวเดียว ไม่ใส่ข้างใน แม่งอวบฉิบ น่ากระแทก ขนไม่มีสักเส้น”
อัคคีจ้องเขม็งไปที่หว่างขาเธอ
“แล้วมึงดูมันยิ้มให้ดิ ไอ้สัส กูปวดคxxฉิบหาย กูเงี่ยน!”
แค่ก! แค่ก!
พายสำลักเส้นมาม่าจนหน้าดำหน้าแดง เธอรีบหุบขาทันทีแม้จะสายไปแล้ว แต่แทนที่จะกลัวดันหวงของกินมากกว่า
พายกลืนมาม่าคำสุดท้ายลงคอ "ก็... ก็หิว!"
"หิว? ตู้เย็นมีของเป็นล้าน มึงแดกไม่เป็นรึไง!"
“แต่ช่างเถอะในเมื่อมึงบอกว่าหิว พวกกูก็หิวเหมือนกัน!”
พูดจบอัคคีเดินเข้ามา ปัดถ้วยมาม่าในมือพายทิ้ง
เพล้ง!
เสียงถ้วยเซรามิกกระทบพื้นหินอ่อนแตกกระจาย พายสะดุ้งสุดตัว
“ทิ้งทำไม! ไหนบอกว่าหิว!”
“เออกูหิว! แต่กูหิวหอยมึง! หิวอีเด็กดื้อที่นั่งยั่วกูอยู่เนี่ย! อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสา อีสัส!!”
“ทุเรศ!”
อัคคีจับสองขาของพายที่นั่งยองๆอยู่ในตอนแรกให้เหยียดออก ก่อนที่ตัวเขาเองจะแทรกตัวเข้าไปยืนอยู่กลางหว่างขาเธอ
และนั่นทำให้พายรู้ตัวในทันที ว่าเธอนั่งอยู่เมื่อกี้นี้คือโป๊มาก พายรีบยกมือมาปิดจุดสงวนของตัวเองทันทีแต่ไม่ทัน
“กรี๊ด! ปล่อยนะ! คนเลว!”
“เลว? มึงยังไม่เจอของจริง”
อัคคีจับสองขาของพายมาเกี่ยวกับเอวของเขา
หมับ!
“อ๊ะ!”
ในขณะเดียวกันวายุเดินเข้ามาสมทบเงียบๆ เขาจับสองมือของพายรั้งขึ้นเหนือศีรษะตรึงไว้ด้วยมือเดียว
“ขอพี่ชิมหน่อยนะครับ”
เป็นวายุที่ประกบริมฝีปากกับพายอย่างรวดเร็ว
พายตกใจจนเผลอเผยอริมฝีปาก และนั่นคือการเปิดทางให้ลิ้นสากของเขาสอดแทรกเข้ามา ตวัด ไล่ต้อน เก็บเกี่ยวความหวานปนเผ็ดในช่องปากเธออย่างเอาแต่ใจ
ในขณะที่พายกำลังมึนงงกับจูบแรกที่ถูกขโมย อัคคีเขาไม่รอช้า มือหนาตะปบเข้าที่อกอวบอิ่มภายใต้เสื้อเชิ้ต บีบเค้นและขย้ำอย่างมันเขี้ยว
“อื้อหือ แม่ง... มันส์มือชิบหาย ซ่อนรูปดีนี่หว่า!”
แคว่ก!
“อื้อออ!”
อัคคีฉีกกระชากเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเธอออก กระดุมขาดกระจายเผยให้เห็นทรวงอกอวบอั๋นที่สั่นไหวตามแรงสะอื้น
“หึ ชมพูซะด้วยดิ น่าดูดฉิบ”
อัคคีไม่รอช้า เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอขบเม้ม ก่อนจะเลื่อนลงมาครอบครองยอดดอกของเธอ ดูดดื่มและบีบเค้นอีกข้างอย่างเอาแต่ใจ
“อือออ” พายร้องอื้ออึงในลำคอ เพราะตอนนี้เธอแยกไม่ออกว่าจะร้องเพราะถูกฉกความหวานจากริมฝีปาก หรือว่าร้องเพราะสองเต้าของเธอกำลังถูกอัคคีดูดและบีบเค้นอย่างเอาแต่ใจกันแน่
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะคิดได้
พายรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบจากมือของวายุ มันกำลังลูบไล้หน้าท้องและค่อยๆเลื่อนต่ำลง เธอพยายามบิดตัวหนี
“อยู่นิ่งๆครับพาย” วายุถอนจูบออก แต่ยังคงตรึงมือเธอไว้
มือหนาของวายุก็ล้วงมาที่กลีบดอกไม้ของพาย เขาลูบไล้วนไปมา ก่อนจะใช้นิ้วกลางแหวกร่องกลีบกุหลาบของพาย และไปหยุดในส่วนที่ไวต่อสัมผัสของหญิงสาว วายุใช้นิ้วกลางกดและบดขยี้ไปมาจนมันแข็งเป็นไตสู้มือ
“อ๊ะ!”
“หืม แฉะแล้วนี่เด็กดี”
ก่อนที่นิ้วร้ายนั้นจะสอดแทรกเข้ามาในร่องรักของเธอทีเดียวสองนิ้ว
ฉึก!!
"อึก!"
พายเบิกตากว้าง ความเจ็บแปลบปนความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นไปทั่วร่าง
นี่มันนรกอะไรกัน เธอถูกพันธนาการไว้จากสองแฝด ความกลัวและความเจ็บปวดที่เจอตอนนี้มันปะทุออกมาเป็นความโกรธ
พายก้มหน้า แล้วงับเข้าที่บ่าของอัคคีเต็มแรง
ฉึก!
“อ๊ากกกก!!!” อัคคีร้องลั่น ไม่ใช่แค่เพราะเจ็บแต่เพราะช็อก “เหี้ยไรวะ! แม่ง! อีนี่กัดกู!!!”
อัคคีผงะผลักตัวเธอออกด้วยความโมโห เลือดสีแดงสดเริ่มซึมผ่านรอยฟันที่จมเขี้ยวบนหัวไหล่
วายุหรี่ตา เขามองรอยเลือดที่ไหล่พี่แล้วมองหน้าพายที่กำลังหอบ
“ไอ้สัส! มึงกล้ากัดกูเหรอ! อีเด็กเวร!” อัคคีเงื้อมือขึ้น
เพี๊ยะ!!!
หน้าพายหันไปตามแรงตบ เธอรู้สึกชาและเจ็บ
“ไอ้คี! มึงใจเย็น! กูบอกแล้วว่าอย่าเล่นแรง เดี๋ยวมันพัง!” วายุตวาดพี่ชาย เขาไม่ได้ห่วงพายแต่ห่วงของเล่น
“พังก็ช่างแม่ง!” อัคคีใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ไหล่ สายตาของเขาตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“ปากดีนัก! กัดกูเหรอ ได้...”
เขากระชากเธอลงจากเคาน์เตอร์และอุ้มเธอขึ้น ทำให้นิ้วของวายุหลุดออกจากรูรักของพาย
“งั้นมึงก็เตรียมตัวครางแทนกัดก็แล้วกัน!!!”
