บทที่ 8 ข้อตกลงของลูกหนี้

หลังจากเหตุการณ์ปะทะคารมในห้องรับแขก บรรยากาศเงียบลงจนน่าอึดอัด

พายยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือกำถุงขนมที่ซื้อมาแน่นจนยับยู่ยี่ ทั้งโมโห ทั้งอาย ทั้งอัดอั้นจนไม่รู้จะระบายออกมายังไง

“มึงจะยืนค้างให้รากงอกอยู่ตรงนั้นทั้งคืนรึไง” เสียงทุ้มต่ำของอัคคีดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาเอนตัวพิงโซฟาอย่างไม่รีบร้อน แต่ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องเธอเหมือนนักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ

พายสะดุ้งเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

กลัวไปก็เท่านั้น อย่างมากก็แค่ตาย แต่ถ้ายังไม่ตายก็ต้องอยู่ให้รอด!

“พายมีเรื่องจะพูด” พายพูดออกมาในที่สุด แม้เสียงจะยังสั่นเล็กน้อย

“พูดสิครับ” วายุเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่เขาแสร้งทำเป็นอ่าน น้ำเสียงสุภาพแต่แฝงรอยยิ้มที่เธอไม่แน่ใจว่ามันจริงใจหรือกำลังสมเพชเธออยู่กันแน่

“คือ...” พายสูดลมหายใจอีกครั้ง รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี “พายอยากตั้งข้อตกลง!”

กริบ...

ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่เกิดจากความประหลาดใจ อัคคีและวายุหันมามองเธอพร้อมกัน

“ข้อตกลง?” อัคคีเลิกคิ้วสูงก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะในลำคอ

“หึ มึงเป็นลูกหนี้ไม่ใช่เจ้าหนี้นะอีหนู อะไรทำให้มึงมั่นใจขนาดนั้นวะว่ามึงมีสิทธิ์มาต่อรองกับพวกกู”

“ก็เพราะเป็นลูกหนี้ไง!” พายสวนกลับทันทีด้วยความลืมตัว “ก็เพราะเป็นลูกหนี้ถึงอยากอยู่แบบไม่อึดอัด! พายไม่หนี! ไม่สร้างปัญหา! แต่พวกคุณ... พวกพี่ก็ต้องให้ชีวิตพายบ้าง! เข้าใจไหม!?”

อัคคีลุกขึ้นยืนช้า ๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟในห้องจนพายเผลอก้าวถอยหลัง

“ชีวิตเหรอ” อัคคีเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ของเขาทำเธอแทบหยุดหายใจ

“มึงหมายถึงสิทธิ์ในการเดินเล่นในกรง หรือสิทธิ์ในการเลือกอาหารในกรง แบบนั้นเหรอวะ”

“อย่าพูดเหมือนพายเป็นสัตว์เลี้ยงได้ไหม!” พายตวาดกลับแม้จะต้องเงยหน้าจนคอแทบเคล็ด

“ถ้าไม่อยากเป็น...” อัคคีโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ก็อย่าทำตัวให้ต้องจับขัง”

“ไอ้คีมึงใจเย็นก่อน”

วายุวางหนังสือลงบนโต๊ะ เสียงเรียบ ๆ ของเขาทำให้สถานการณ์ตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย

“มึงอย่าเพิ่งขู่จนน้องมันฉี่ราด เด็กมันกำลังพูดมีเหตุผลนะมึง”

“พายไม่ใช่เด็ก!” พายหันไปแว้งใส่วายุทันที

“นั่นไง!” อัคคีผายมือ “มึงเห็นไหมไอ้วายุ! พูดไม่ทันขาดคำ แม่งก็เถียงอีกแล้ว! เด็กเหี้ยนี่มันดื้อด้าน!”

วายุหัวเราะเบา ๆ แล้วหันกลับมามองเธอ รอยยิ้มของเขาสุภาพแต่ไร้ความอบอุ่น “เอาเถอะครับ บอกมาสิพาย ข้อตกลงของเธอคืออะไร”

พายยืดหลังขึ้น พยายามทำตัวไม่ให้เล็กกว่าคนข้าง ๆ

“ข้อแรก พายอยากไปเรียนและกลับเองได้ ไม่ต้องให้พวกพี่มาส่ง ไม่ต้องมีคนตามเหมือนพายเป็นนักโทษ”

“หึ” อัคคีแค่นเสียง “ข้อเรียกร้องของคนโง่ที่ไม่รู้จักอันตราย มึงคิดว่าข้างนอกนั่นมีแค่พวกกูรึไงที่อยากได้มึง”

พายหน้าแดงก่ำกับคำพูดสองแง่สองง่าม แต่เธอก็เมินเขา

“ข้อสอง!” เธอพูดต่อเสียงดังฟังชัด “พายขอทำอาหารเองบ้าง บ้านนี้มันเย็น มันสะอาดจนเหมือนห้องเก็บศพ พายอยากกินข้าวไข่เจียวธรรมดาๆ ไม่ใช่อาหารที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพโฆษณา”

“ถ้าเธอไม่ทำครัวพังอีกพี่ก็ไม่ติดนะ”

“คราวนั้นมันอุบัติเหตุ!” พายเถียงหน้าดำหน้าแดง

“ไฟเตาเปิดทั้งคืน เครื่องดูดควันทำงานจนค้าง นั่นเรียกว่าอุบัติเหตุเหรอวะ” อัคคีถามเสียงเรียบ

“พายกดผิด! ก็ของในครัวนี้มันสัมผัสไวเกิ๊น!”

สองแฝดหันมามองหน้ากันก่อนจะหลุดยิ้มออกมาแทบจะพร้อมกัน เป็นภาพที่พายเห็นแล้วทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากขว้างถุงขนมใส่หน้าหล่อๆ นั้น พวกเขากำลังสนุกกับความทุกข์ของเธอ

“สรุปก็คืออยากได้อิสระมากขึ้นใช่ไหมครับ?” วายุถามย้ำกลับเข้าโหมดจริงจัง

“ใช่” พายตอบรับคำเดียวหนักแน่น

“แล้ว... แลกกับอะไรครับ?”

พายชะงัก “แลก?”

“แน่นอน ทุกอย่างมีราคาเสมอครับพาย” น้ำเสียงของวายุนุ่มแต่แหลมคมเหมือนมีด

“เธอจะได้เสรีภาพที่เธอร้องขอ ถ้าพวกพี่มีเหตุผลให้เชื่อว่าเธอจะไม่ใช้เสรีภาพนั้นทำให้มันกลายเป็นปัญหาของพวกพี่”

“แล้วจะให้พายทำยังไง”

“พิสูจน์สิครับ”

คำตอบนั้นทำให้พายขมวดคิ้วแน่น แต่ยังไม่ทันถามต่ออัคคีก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง

“เริ่มจาก... อย่าทำให้กูโมโหภายในสามวันข้างหน้า ห้ามเถียง ห้ามทำของพัง ห้ามแหกกฎ ทำตัวเป็นของเล่นที่ดี เป็นลูกหนี้ที่เชื่อง ๆ”

พายเบิกตากว้าง “แค่... แค่สามวันเหรอ? พูดจริงอ่ะ?”

ง่ายกว่าที่คิด!

“กูไม่เคยพูดเล่น” อัคคีแสยะยิ้ม “ถ้ามึงทำได้ ไม่ทำให้กูหงุดหงิด ไม่ทำให้กูต้องด่าครบสามวัน กูจะให้มึงมีสิทธิ์เลือกเองหนึ่งข้อ จะกลับบ้านหรือจะไปไหนก็ว่ามา แต่ถ้าทำไม่ได้...”

“...”

“ถ้าภายในสามวันนี้มึงทำให้กูรำคาญแม้แต่นิดเดียว พวกกูจะเป็นคนเลือกแทน”

น้ำเสียงนั้นราวกับตรึงอากาศทั้งห้องให้หนักอึ้ง

พายรู้ดีว่าเลือกแทนของอัคคีหมายถึงอะไรบางอย่างที่เธอไม่อยากรู้คำตอบเลย

วายุยิ้มบางๆ “ตกลงไหมครับพาย 3 วัน แลกกับ 1 คำขอ แฟร์ๆ”

พายกำถุงขนมในมือแน่น นี่คือเกมและเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเล่น

“ตกลง!”

วันที่ 1 ของข้อตกลง

“พายอาร์! เธอทำได้! แค่สามวันเพื่ออิสรภาพ!”

พายตื่นตั้งแต่ตีห้า ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวเรียบร้อย วันนี้เธอจะสวมบทบาทลูกหนี้ที่น่ารักที่สุดในโลก

“วันนี้จะไม่ทำให้ใครโมโห โดยเฉพาะไอ้พี่ยักษ์ปากหมานั่น!” พายพูดปลุกตัวเองหน้ากระจกก่อนจะเดินลงบันไดอย่างมั่นใจ เพื่อไปทำอาหารเช้าที่ปกติและไม่แพง

แต่พอถึงครัวหายนะก็บังเกิด

“อ๊ะ หม้อ... หม้ออยู่ไหนนะ?”

ความพยายามจะทำโจ๊กซองง่าย ๆ กลับกลายเป็นสงครามในห้านาที

พายหาหม้อไม่เจอเลยตัดสินใจต้มน้ำในกาต้มน้ำอัจฉริยะ แต่น้ำกลับไม่ร้อนเลยเทน้ำใส่ถ้วยกระเบื้องแพงๆ แล้วยัดเข้าไมโครเวฟ

ปี๊ด! ปี๊ด! ปี๊ด!

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องพร้อมกับควันสีเทาที่พวยพุ่งออกมาจากไมโครเวฟ

“เฮ้ย! อะไรอีกเนี่ย!”

พายรีบเปิดมันออกควันตลบอบอวล

“แค่กๆๆ ทำไมมันไหม้!” พายพึมพำก่อนจะรีบวิ่งไปเปิดเครื่องดูดควัน และแน่นอนเธอเปิดผิดปุ่มกลายเป็นเปิดไฟเธคในครัวอีกรอบ

พายรีบวิ่งไปหาผ้าเช็ดโต๊ะ แต่ดันเหยียบเปลือกไข่ที่เธอตอกพลาด

ตุ้บ! โครม! เพล้ง!

พายลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าข้าวของกระจัดกระจาย

ไม่นานนักเสียงฝีเท้าเรียบๆ หนักๆ ดังมาจากทางบันได

พายแหงนหน้าขึ้นจากพื้น

อัคคีในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงนอนยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองเธอด้วยสีหน้าเรียบสนิท เขามองควัน มองไฟเธค แล้วมองเธอที่นั่งอยู่บนพื้น

“มึงนี่นะ ยังไม่ครบชั่วโมงของวันแรกเลยนะไอ้สัส”

“พายไม่ได้ทำอะไรผิดนะ!” พายรีบเถียงลุกขึ้นปัดฝุ่น “มันแค่... ไข่ดาวไหม้เฉย ๆ!” เธอชี้ไปที่กระทะซึ่งจริง ๆ เธอจะทำโจ๊ก

“ไข่ดาว? แล้วขนมปังที่กลายเป็นถ่านในเครื่องปิ้งนั่นล่ะ?”

“อุบัติเหตุเล็กน้อยน่า”

อัคคีขยับเข้ามาใกล้ร่างสูงบดบังแสงจากหน้าต่าง

“มึงนี่รู้ตัวไหม ว่ามึงมีพรสวรรค์ในการทำให้ทุกเช้าเหมือนฉากอาชญากรรม รู้ไหมพายอาร์”

“พายก็แค่หิว!”

“แต่มึงจะหิวจนเผาครัวกูไม่ได้!”

“ไอคีอย่าดุน้อง”

วายุเดินตามลงมาในชุดนอนผ้าไหม ถือถ้วยกาแฟหอมกรุ่นพร้อมรอยยิ้ม

“อย่างน้อยพายก็พยายามทำอาหารเช้าให้เรานะ ใช่ไหมครับ”

พายหันขวับดีใจที่มีคนเข้าข้าง “เห็นมั้ย! พี่วายุเข้าใจพาย! พี่คีแหละใจร้าย!”

“อืม...” วายุตอบรับในลำคอ “พี่เข้าใจ แต่คราวหน้าพายโทรบอกแม่บ้านก่อนก็ได้นะครับ เขาจะได้เตรียมถังดับเพลิงไว้ให้ จะได้ไม่ต้องเผาครัวไปด้วย”

พายหน้าเหวอทันที “พวกพี่มันร้ายกาจ! ใจดำ! พูดดีแต่กัดแรงมากเลยนะ!”

วายุหัวเราะเบา ๆ “นิสัยคนกลาง ๆ แบบพี่แหละครับ อ้อ นี่วันที่หนึ่ง เหลืออีกสองวันนะครับ สู้ ๆ”

อัคคีมองตามหลังพายที่เดินปึงปังและหิวโซขึ้นห้องไป

“เกมนี้กูชนะเห็น ๆ”

สามวันต่อจากนี้พายไม่รู้เลยว่า มันไม่ใช่แค่เกมระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้

มันคือเกมที่เดิมพันด้วยอิสรภาพที่เธอโหยหากับกรงขังที่สองแฝดไม่เคยคิดจะปล่อยเธอเป็นอิสระอีกเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป