บทที่ 9 บทลงโทษของเจ้าหนี้
หลังจากล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในวันแรกพายเปลี่ยนกลยุทธ์
แผน A: ทำตัวดีล้มเหลว
แผน B: ทำตัวเป็นอากาศธาตุ
พายตัดสินใจอยู่เงียบ ๆ วันนี้เธอจะไม่พูด ไม่โวยวาย ไม่แกล้งใคร และที่สำคัญไม่เข้าครัว
พายตื่นอาบน้ำไปเรียน เลิกเรียนเธอก็ตรงกลับเพนต์เฮาส์
พายสั่งอาหารเดลิเวอรี่ด้วยเงินที่แอบซ่อนไว้แล้วแอบกินเงียบ ๆ ในห้องนอนเล็กที่เธอยึดเป็นที่หลบภัยชั่วคราว
ความเงียบของเธอทำให้แม้แต่คนรับใช้ในเพนต์เฮาส์ยังแอบซุบซิบกัน
“คุณพายเป็นอะไรหรือเปล่านะ วันนี้ดูสงบเกินไป”
“นั่นสิ ปกติคุณอัคคีกลับมาต้องมีเสียงโวยวายแล้ว”
แต่ความสงบอยู่ได้ไม่ถึงค่ำ
เธอเบื่อ
พายย่องออกมากอดหมอนใบโปรด เปิดซีรีส์เกาหลีดูบนโซฟาตัวยักษ์ในห้องนั่งเล่น
เธอคิดว่านี่คือการอยู่เฉย ๆ
อัคคีกลับมาถึงบ้าน วันนี้เขาอารมณ์ดีนิดหน่อยเพราะงานที่บ่อนไม่มีปัญหา แต่เขาไม่เห็นพายวิ่งป่วน ไม่ได้ยินเสียงเถียง
“ไปไหนของมันวะ”
อัคคีเดินหาจนกระทั่งเปิดประตูห้องนั่งเล่น
ภาพที่เห็นคือ พายนั่งกอดหมอนดูซีรีส์เกาหลีร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนโซฟา เท้าเปล่าพาดอยู่บนโต๊ะกระจกราคาแพง
บนโต๊ะเต็มไปด้วยซากอารยธรรม ซองขนม กล่องพิซซ่าที่กินเหลือ ซองมาม่า ช้อนพลาสติก และกระดาษทิชชู่ที่เธอใช้ซับน้ำตา
“นี่คือ... การพิสูจน์ว่าทำตัวเรียบร้อยของมึงเหรอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
พายที่ตาบวมสะดุ้งสุดตัวรีบชักเท้าลง เงยหน้าขึ้น
“ก็... ก็ดูสิ! พายอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำครัวพัง ไม่ได้หนี ไม่ได้เถียงพี่เลยทั้งวัน” พายรีบแก้ตัวเพราะวันนี้ทำตามกติกาเป๊ะ ๆ
“แต่มึงใช้โต๊ะที่อิมพอร์ตจากอิตาลีของกูเป็นกองขยะ” อัคคีพูดเสียงเย็น
“โอ๊ย! ก็พายดูซีรีส์อยู่! มันเพลินอะ! อิน... พระเอกเป็นมะเร็ง ฮือออ”
อัคคีมองเธอนิ่ง ๆ เขาไม่เข้าใจแต่เขากลับหงุดหงิดยิ่งกว่าเมื่อวาน เขาก้าวเข้ามาหยิบซองมาม่าเปล่า ๆ ขึ้นมาดู
“พายมึงรู้ไหมว่าเวลามึงเงียบ แม่งยังน่าปวดหัวกว่าตอนมึงเถียงอีก”
พายกะพริบตาปริบ ๆ อะไรของเขาวะเนี่ย!
“ก็จะให้พายทำยังไงเล่า! พอเสียงดังก็ว่า พอเงียบก็ว่า นี่กำลังพยายามไม่ทำให้พี่โมโหอยู่นะ!”
“แล้วคิดว่าทำสำเร็จไหม”
“...”
“ไม่เลย” อัคคีตอบเรียบ “มึงไม่เถียงแต่มึงทิ้งร่องรอยความแสบของมึงไว้ทั่วบ้าน มันน่ารำคาญกว่าเดิม”
พายทำตาโต “อ้าว พี่พูดแบบนี้มันไม่แฟร์นะ พายไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ พายอยู่เฉยๆ อยู่นี่ไง”
อัคคีปาซองมาม่าทิ้ง “ใช่ นั่นแหละปัญหา มึงอยู่เฉย ๆ แต่ทำให้กูต้องคอยคิดว่ามึงไปป่วนอะไรที่ไหนอีกรึเปล่า แม่ง ปวดหัวกว่าเดิมอีก”
พายไม่เข้าใจว่าคิดมากกว่าเดิมหมายถึงอะไร แต่หัวใจกลับเต้นแรงแปลก ๆ ขึ้นมาทันที
บ้าเอ๊ย เขาด่าเราทำไมต้องใจเต้น!
วันที่ 3 วันพิพากษา
พายถอดใจ
ทำก็โดนด่า
ไม่ทำก็โดนด่า
วันนี้พายเลยตัดสินใจใช้ไม้ตาย ไม่พูด ไม่เถียง ไม่มองหน้า
พายเงียบจนวายุที่ปกติจะเพลิดเพลินกับการดูเธอ ถึงกับต้องถามขึ้นระหว่างนั่งกินข้าวเย็นที่เธอโดนบังคับให้มากินด้วย
“วันนี้เงียบผิดปกติเลยนะครับพาย โดนพี่คีมันดุมาหนักเหรอ?”
พายส่ายหน้า
“หรือคิดอะไรอยู่ คิดถึงบ้าน?”
“เปล่า” พายตอบเสียงเบา “...แค่เบื่อ”
วายุเลิกคิ้ววางส้อมลงและยิ้ม เหยื่อติดกับ “เบื่อการอยู่ในกรง หรือเบื่อคนในกรงด้วยกันล่ะครับ?”
พายเหลือบมองอัคคีที่กำลังกินสเต็กอย่างเงียบ ๆ แต่หูไม่ได้ดับ
พายตัดสินใจเล่นกับวายุโดยลืมกฎข้อเดียวที่สำคัญที่สุด
ห้ามทำให้อัคคีโมโห
พายเอนตัวไปทางวายุ ทำเป็นกระซิบกระซาบแต่จงใจให้อัคคีได้ยิน “เบื่อพี่คีมากกว่า”
“...”
แกร๊ง!
เสียงช้อนส้อมของอัคคีกระทบจานเบา ๆ แต่ดังพอที่จะทำให้พายขนลุกซู่ เธอหันขวับไปมอง
อัคคีกำลังใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดมุมปากตัวเองช้า ๆ เขาไม่ได้มองเธอ แต่เขาพูดเสียงเรียบที่ฟังดูอันตรายอย่างบอกไม่ถูก
“งั้นคืนนี้กูจะทำให้มึงไม่เบื่ออีกต่อไปอีเด็กเปรต”
พายสะดุ้งหันไปมองวายุขอความช่วยเหลือ
“หมาย... หมายความว่าไงคะ”
วายุเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ดูท่าข้อตกลงสามวันของเธอกำลังจะมีตอนจบที่น่าสนใจแล้วล่ะครับพาย”
หลังมื้ออาหาร พายถูกพามาที่ห้องรับแขก
เธอเริ่มรู้ชะตากรรม “พาย... พายแพ้เหรอคะ พายแค่ล้อเล่นเองนะ!”
อัคคีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนสบาย ๆ แล้วนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา
“มึงไม่ได้ทำให้กูโมโห มึงทำให้กูรำคาญ ซึ่งในกฎของกูแม่งแย่พอกัน”
“และที่สำคัญพายแพ้พนันครับ เพราะพายพูดเองว่าเบื่อคนคุมกฎ”
“แต่...”
“และตามสัญญา พวกกูจะเป็นคนเลือก”
พายกลืนน้ำลาย “เลือก... เลือกอะไร”
อัคคีแสยะยิ้มเขาลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ “มึงมันตัวปัญหาดูแลคนเดียวไม่ไหว ปากดี ดื้อด้านแถมยังซื่อบื้อ”
เขาปัดผงขนมที่ติดอยู่บนผมเธอ “กูกับไอ้วายุเลยตกลงกันใหม่”
“พี่กับไอ้คีตกลงกันแล้วครับ เพื่อความปลอดภัยของพาย และเพื่อความสบายใจของเรา”
“มึงจะได้ไม่ต้องมานั่งเบื่อกู ตอนที่กูไม่อยู่ไง” อัคคีแสยะยิ้ม
“นับตั้งแต่วินาทีนี้ พายจะต้องย้ายข้าวของเข้ามานอนในห้องนอนใหญ่กับพวกพี่”
“ไม่!!!” พายตะโกนลั่น “ไม่! พายไม่ทำ! พวกพี่โกง!”
“มึงไม่มีสิทธิ์เลือก” อัคคีพูดคำเดิม
“แต่พวกพี่ก็ใจดีนะครับ” วายุเดินเข้ามาใกล้ลูบหัวเธอเบาๆ เหมือนปลอบสัตว์เลี้ยง “เราจะแบ่งกันอย่างยุติธรรม”
“แบ่งอะไรอีก”
วายุหันมายิ้มให้พาย เป็นรอยยิ้มที่เธอเกลียดที่สุด “เอางี้นะครับพาย พวกพี่ตกลงกันแล้วเพื่อความยุติธรรม และเพื่อไม่ให้พายต้องเบื่อใครคนใดคนหนึ่งนานเกินไป...”
วายุชี้ไปที่ตัวเอง
“พี่จะดูแลพายในวันคี่ครับ”
จากนั้นเขาชี้ไปที่อัคคี
“ส่วนพี่คีเขาจะรับผิดชอบพายในวันคู่”
อัคคีที่ยืนรออย่างเบื่อหน่ายหันมายิ้มกริ่ม
“ส่วนเสาร์อาทิตย์ค่อยมาดูอีกทีว่าเราจะนอนรวมกันดีไหม ตกลงตามนี้นะครับ”
พายเบิกตากว้าง นี่มันนี่มันไม่ใช่บทลงโทษ
นี่มันคือตารางเวรนรกชัดๆ!
