บทที่ 13 13

หลังจากถุงผ้าใบใหญ่สองถุงเต็มไปด้วยขนมถูกส่งให้พชร เขาจ่ายเงินเสร็จแล้วได้ยินพนักงานถามว่าสะสมแต้มไหมคะ พชรไม่ค่อยได้ใช้บริการร้านสะดวกซื้อบ่อยนัก คนอย่างเขามีคนทำให้ทุกอย่างขอแค่เอ่ยปาก

“ไม่ครับ”

แต่คนตาโตกับตัวเลขหลักพันที่หน้าเครื่องแคชเชียร์รีบค้าน “เอาค่ะ ขนมชั้นอยากสะสมแต้มค่ะ แม่ลีมีบัตรสมาชิก”

พชรก้มมอง ขนมชั้นเขย่งเท้า จิ้มนิ้วป้อมเป็นเบอร์โทรศัพท์ของมารดาอย่างว่องไว แล้วเงยหน้าบอกพชรว่า “อีกนิดเดียว ขนมชั้นจะได้ปิ่นโตแล้วค่ะ”

พชรอมยิ้มกับความสดใส น่ารัก พอเขาจ่ายเงินเสร็จ วราลีที่เดินเข้ามาถึงพอดีพร้อมกับถุงแป้งในมือสักสามกิโลกรัมได้ รีบควักธนบัตรสีม่วงซีดๆ ส่งให้เขา

“ค่าขนมของขนมชั้นค่ะ ฉันพกมาเท่านี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอาไปคืนให้”

พชรมองมือขาวสะอาดนั้น ก่อนเงยมองหน้าเจ้าของมือ “เก็บไปเถอะ บอกแล้วไงว่าผมซื้อให้”

เขาพาขนมชั้นไปขึ้นรถแล้วพาสองแม่ลูกไปส่งที่ซอยแปด บ้านหลังสุดท้ายที่ครึ้มไปด้วยต้นไม้ เขาเคยมาที่นี่สามสี่ครั้ง ทุกอย่างดูเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เขาไม่เห็นพ่อของหญิงสาวที่เจอทีไรก็ถือขวดเหล้าแล้วยังชวนเขาชนแก้วอีก

“พ่อของคุณไปไหนเสียล่ะ”

“ท่านเสียไปหลังจากคุณย่าของคุณเสียไปได้สามเดือนค่ะ” พ่อจากไปพร้อมหนี้สิน หลังจากที่แม่เลี้ยงสูบเงินของพ่อจนหมดตัวแล้วก็ย้ายไปอยู่กับผู้ชายคนใหม่

“เสียใจด้วยนะ”

พชรเดินตามวราลีเข้าไปหลังจากหญิงสาวเปิดประตูรั้วโดยไม่รอให้วราลีกล่าวเชิญ แต่โชคดีหน่อยที่แม่หนูน้อยเอ่ยชวนเขาเข้าบ้าน แล้วเห็นวราลีมองกลับมา เขาอ่านสายตาเธอออก มันเป็นสายตาขับไสไล่ส่งเขาให้กลับไปได้แล้ว โชคดีที่ขนมชั้นพูดขึ้น

“คุณลุงขา เข้าบ้านก่อนค่ะ”

‘ลูกสาวเขามีมารยาท’

ชายหนุ่มก้มมองความน่ารักของขนมชั้น ถึงแม้วราลีจะแสดงออกว่าอยากไล่เขากลับบ้าน พชรก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น แล้วหันไปยิ้มให้ขนมชั้น

“เจ้าของบ้านเชิญ ถ้าไม่เข้า ลุงจะเสียมารยาท ตกลง เข้าก็เข้า”

เขาต้องการคุยกับวราลี ต้องถามหญิงสาวให้รู้เรื่อง จะรีบกลับตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวมีโอกาสเหมาะๆ เขาซักเธอต่อแน่ พชรร่างคำถามไว้ในใจยาวเหยียด ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้าน แม่คนตัวกลมยืดคอเหลียวมองอะไรบางอย่างที่รถครอบครัวคันใหญ่ซึ่งจอดอยู่นอกรั้ว แล้วกระตุกมือพชรเบาๆ

“คุณลุงขา ลืมอะไรหรือเปล่าคะ”

พชรมองขนมสองถุงผ้าใหญ่ในมือ “ขนมอยู่นี่ไง” แต่พอมองตากลมๆ ชั้นเดียวของแม่หนูน้อยก็นึกออกทันที “อ๋อ ถุงชมพู่ ลุงไปหยิบมาให้นะครับ”

“จักรยานด้วยนะคะ” แม่หนูไม่ลืมเจ้าสองล้อคู่ใจที่ต้องดูแลเช็ดๆ ถูๆ ตอนเย็นทุกวัน

“ครับ เดี๋ยวลุงเอาลงมาให้” เขารีบยื่นถุงขนมให้วราลี “ฝากถือก่อน ผมจะไปเอาชมพู่ที่ท้ายรถกับจักรยานของขนมชั้น”

วราลีรับของมาถือไว้ พอเขาหันหลังเดินออกไปจึงรีบเอ็ดลูกสาวเสียงเบา “ไปชวนเขาเข้าบ้านเราทำไมคะ”

แม่หนูยิ้มเผล่ ที่จริงเธอชวนคุณลุงใจดีเข้าบ้านเพราะมีจุดประสงค์ ทุกเย็นเด็กหญิงมีหน้าที่ต้องคอยช่วยแม่ปั้นลูกชุบ แม้อายุน้อยนิด แต่เป็นแชมป์ปั้นดินน้ำมันระดับประถม ปั้นผลไม้ชิ้นเล็กๆ ได้สวยและเหมือนมาก

“อยากอวดฝีมือทำลูกชุบค่ะ คุณลุงจะได้เชื่อว่าขนมชั้นทำลูกชุบเป็น ไม่ได้โม้ ขนมชั้นจะปั้นลูกชุบให้คุณลุงด้วยค่ะแม่ลี”

แม่หนูเห็นเขาซื้อขนมให้มากเหลือเกิน นึกอยากชวนเขาเข้าบ้าน จะได้ทำขนมแล้วใส่กล่องให้ลุงใจดีเอากลับไปกินที่บ้าน เพราะเห็นเวลาใครเอาของมาฝากแม่ลี แม่ลีก็จะเอาขนมไทยที่ทำขายใส่กล่องสวยๆ ให้กลับไปเสมอ

แม่ลีเคยพูดสอนเสมอว่า ‘อย่าเป็นฝ่ายรับ ต้องรู้จักให้กลับไปบ้าง ตามกำลัง’

ขนมชั้นวางแผนไว้ว่าจะปั้นลูกชมพู่ให้คุณลุงใจดีเอากลับไปกินสักกล่อง แล้วจะถามลุงใจดีว่าเธอปั้นลูกชุบเหมือนลูกชมพู่ไหม ชมพู่ของขนมชั้นนั้นเหมือนจริงเพราะจะนำใบของต้นดอกแก้วที่ปลูกอยู่หลังบ้านมาตกแต่งด้วย

“คุณลุงเขาไม่ชอบกินขนมลูกชุบหรอกลูก เขาแพ้ถั่ว” คนเป็นแม่หลุดปากออกมาเพราะจำได้ว่าเขามีอาการแพ้ถั่วสมัยที่เคยคบหาดูใจกัน ครั้นจะพูดแก้คำก็สายไปซะแล้วจึงได้แต่กัดริมฝีปากไว้ เพราะแม่ตัวกลมเอียงคอถามอย่างสงสัยทันที

“แม่ลีรู้ได้ยังไงคะว่าคุณลุงไม่ชอบกินขนมลูกชุบเพราะแพ้ถั่ว”

เพราะเธอเองก็เพิ่งเจอหน้าคุณลุงใจดี หรือคุณลุงใจดีแอบไปซื้อขนมจากแม่โดยที่เธอไม่รู้ ขนมลูกชุบเป็นขนมที่เธอช่วยแม่ปั้นทุกวันตอนเย็น ส่วนขนมไทยชนิดอื่นแม่ลีต้องทำเอง

“แล้วคุณลุงเขาชอบกินขนมอะไรคะ” แล้วถามต่อด้วยความสงสัย

ขณะที่สองคนแม่ลูกยืนคุยกัน วราลีไม่ได้ระวังตัวจึงไม่เห็นว่าพชรเดินกลับมายืนด้านข้างเธอแล้ว เขามองไปที่ขนมชั้นแล้วตอบคำถามที่แม่หนูสงสัยด้วยตัวเอง

“ลุงชอบกินขนมชั้นใบเตยครับ แม่หนูเขารู้ดี จริงไหมลี”

เขาโยนคำถามมาที่เธอ วราลีรู้สึกอึดอัดที่จะตอบจนต้องหลบสายตาลอบถอนหายใจพรืดยาว “เข้าบ้านกันเถอะขนมชั้น”

พชรมองตามหลังสองแม่ลูกไป เพราะแบบนี้ไง พอได้ยินชื่อขนมชั้นแล้วยังมีเบ้าหน้าเหมือนคุณย่า และเมื่อรู้ว่าเป็นลูกของวราลีจะไม่ให้เขาเกิดความสงสัยได้อย่างไร พิรุธเหลือเฟือขนาดนี้ ถ้ามองข้ามไปโดยไม่สงสัยคงไม่ใช่พชร

วราลีนึกอยากเอาหัวโขกข้างฝา ทำไมต้องตั้งชื่อลูกว่าขนมชั้นด้วยนะ แล้วได้คำตอบให้ตัวเองว่า อาจเป็นเพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะกลับมาที่นี่อีก ตอนนั้นคุณย่าของเขาบอกว่าหลังจากจบปริญญาโทพชรคงต้องอยู่ที่เชียงใหม่ยาว เพราะมีธุรกิจหลายอย่างฟากมารดาที่ลูกชายคนเดียวอย่างเขาต้องรับช่วงกิจการต่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป