บทที่ 5 ตอนที่ 2.2 พาเข้าบ้าน

ธาดาขับรถพาเธอมายังวัดเก่าแก่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยดี เธอมองมันอย่างแปลกตา เขาเองก็มองเธอเช่นกัน พอเห็นอาการงุนงงชวนสงสัยของคนตัวเล็กแล้วทำให้ธาดาหนักอกเหนื่อยใจ คิดอยู่ตลอดเวลาว่าเขาจะทำอย่างไรกับเธอต่อไปดี

"ถึงแล้ว นี่แหละอยุธยา หรือที่หนูเรียกว่ากรุงศรีอยุธยา"

"ท่านโกหกข้า"

"เอ้า"

"ไหนท่านบอกกล่าวแก่ข้า ว่าท่านจักช่วยพาข้ากลับบ้าน นี่ไม่ใช่บ้านข้า" น้ำเสียงสั่นคลอน หญิงสาวกำลังร้องไห้ น้ำตาเอ่อล้นจนไหลอาบแก้ม

ร้องไห้อีกแล้ว

"อ่ะ ๆ ไม่ต้องร้อง ผมช่วยหนูอยู่แล้ว แต่ผมไม่รู้บ้านหนูอยู่ไหน เท่าที่ผมรู้ก็มีแค่ที่นี่ จำได้ไหมว่าตนเองอยู่อำเภออะไร ตำบลอะไร หรือชื่อหมู่บ้านอะไร" ธาดาจับมือนุ่มนิ่มใช้นิ้วนวดคลึงหลังฝ่ามือเพื่อปลอบประโลม หญิงสาวสะอื้นไห้ยกมือบางเช็ดน้ำตาเบา ๆ 

"ข้ามิรู้ดอก แต่ชาวบ้านจะเรียกบ้านข้าว่าเรือนท่านพระยาเกรียง" 

อืม....

หมอหนุ่มยกมือลูบหน้าเสยผมตัวเองแรง ๆ เพื่อระงับอารมณ์ เขาอยากโมโหใส่เธอ แต่กลัวว่าจะร้องไห้อีก แล้วจะถูกกล่าวหาว่ารังแกเด็ก 

ตัดสินใจพาขึ้นรถขับต่อไปอีก จนเวลาล่วงเลยมาสี่โมงเย็น ตะวันเริ่มหมดแสง คิดว่าวันนี้คงไม่ได้พาเธอกลับบ้านแน่ จึงขับรถเข้ากรุงเทพฯ คงต้องหาที่อยู่ให้เธออาศัยอยู่สักพักจนกว่าจะหาบ้านเธอได้ 

"หิวข้าวไหม" เขาถามขณะขับรถอยู่ 

"ท่านเพิ่งพาข้ากินเมื่อครู่ ข้าวผัดหมูอร่อย ข้ามิเคยกินเลยเจ้าค่ะ" ลืมไปว่าเพิ่งกินข้าวเที่ยงตอนบ่ายสอง 

"งั้นใกล้ถึงค่อยแวะซื้อเข้าไปกินที่บ้านแล้วกันนะ" 

"ท่านจักพาข้าไปที่ใดหรือเจ้าคะ"

"บ้านผมเอง" หมอหนุ่มหันมายิ้มหวานให้แวบเดียวแล้วหันไปขับรถต่อ

ปรางหญิงสาวกรุงศรี บุตรสาวพระยาเกรียงไกรเดชานุโสธยากับท่านหญิงเทียน บัดนี้ทำเรื่องบัดสี ยอมให้ชายอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวหรือคู่หมั้นคู่หมายแตะเนื้อต้องตัว แถมยัง.... น่าอับอายนัก

แล้วนี่ยังยอมให้เขาพากลับบ้าน พักอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเสียอีก แล้วเธอจะทำเช่นไรเล่า จะกลับบ้านได้อย่างไร ที่นี่คือที่ใดยังไม่รู้เลย 

"ปราง" ธาดาเรียกชื่อเธอเบา ๆ เพราะระหว่างขับรถกลับกรุงเทพฯ หญิงสาวเงียบมาตลอดทางจนเขานึกว่าเธอหลับ แต่พาหันมามองเห็นยังลืมตาอยู่จึงเรียก

"เจ้าคะ" เธอขานรับเสียงเบา

"คิดถึงบ้านเหรอ อยู่กับผมไปก่อนนะ ผมจะหาทางช่วยคุณเอง" เขายื่นมือมาบีบมือนุ่มเบา ๆ พอได้ยินคำว่าคิดถึงบ้าน หญิงสาวก็ปล่อยโฮขึ้นมาทันที

ผู้ปกครองจำเป็นจึงต้องปลอบเป็นการใหญ่เธอกว่าจะสงบลงได้ เธอผล็อยหลับไปแล้ว คุณหมอธาดาปล่อยให้หญิงสาวนอนหนุนตักเขา จนถึงบ้าน

คราแรกเขาตั้งใจจะพาเธอแวะซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิง เพราะเธอไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นอกจากชุดที่ใส่อยู่ เขาให้พยาบาลน้ำฝนเป็นคนจัดหามาให้ ธาดาเห็นว่าฟ้ามืดแล้วจึงไม่แวะ นอกจากแวะซื้อข้าวผัดหมู 2 กล่องกลับไปกินที่บ้าน

รถยนต์ของหมอธาดาเลี้ยวเข้ามาจอดในรั้วบ้าน เขาหันไปมองหญิงสาวที่หลับสนิทและดูจากใบหน้าอิ่มเอมแล้งคงจะไม่ตื่นอย่างแน่นอน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจอุ้มเธอแนบอกเดินเข้าไปในตัวบ้าน วางหญิงสาวให้นอนราบบนโซฟาหนังราคาแพง ก่อนจะเดินกลับไปที่รถเพื่อเอาแฟ้มงาน เสื้อกาวน์ของแพทย์ และข้าวผัดหมู หอบหิ้วข้าวของมาวางไว้ที่โต๊ะ เหลือบไปเห็นหญิงสาวนั่งมองเขาแววตาบ้องแบ๊วอยู่บนโซฟา ทำไมเธอถึงชอบทำตัวให้เขาอยากกระโจนเข้าใส่แบบนี้นะ

"อยู่ที่นี่ไปก่อนนะ" เขาเอ่ยกับเธอ หมอธาดาพาหญิงสาวมาอยู่ที่บ้านของตนเอง หนุ่มโสดอาศัยอยู่คนเดียวการที่มีสาวสวยมาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันเป็นเรื่องที่ลำบากนัก แต่เขาก็เสียสละยอมแบ่งที่กิน ที่นอน ที่อาบน้ำให้ใช้ บ้านสองชั้น หนึ่งห้องนอน ความจริงแล้วเดิมทีมีสองห้องนอน ในเมื่ออยู่คนเดียวจึงดัดแปลงเป็นห้องทำงานและห้องออกกำลังกายส่วนตัว

"เรือนของท่านรึ แปลกตาข้านักคล้ายกับเรือนฝาหรั่ง" หญิงสาวเดินดูรอบ ๆ บ้านด้วยอาการอย่างรู้อยากเห็นเหมือนเด็กน้อยซุกซน ทุกอย่างแปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อน ชายหนุ่มเดินตามมาติด ๆ จับมือบางเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินห่างออกไปไกล

"ไปดูห้องนอนกันดีกว่า" สายตาแสนเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มพาหญิงสาวต่างยุคเดินขึ้นชั้นสองของบ้าน

"ข้านอนที่นี่ แล้วท่านนอนที่ใดฤๅ" 

"ข้าก็นอนนี่ไง"

"ว้าย!" เสียงหวีดร้องตกใจ เพราะมือเรียวถูกดึงกระชากล้มลงบนเตียงกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างทำให้หญิงสาวตกอยู่ในอ้อมกอดหมอหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ เขาดอมดมเรือนผมหอม กลิ่นที่ไม่คุ้นจมูกเลย พยายามนึกว่ากลิ่นนี้เป็นยาสระผมยี่ห้ออะไร ตัวเธอก็หอมกลิ่นคล้ายแป้งเด็ก แต่ไม่ใช่ กลิ่นมันหอมแบบไทย ๆ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน กลิ่นหอมจากกายสาว เนื้อตัวนุ่มนิ่มน่ากอด คงจะเพราะสิ่งนี้กระมังที่ทำให้เขาอยากได้เธอมาอยู่ชิดใกล้

"ท่าน! อย่า! " ปรางร้องห้าม มือบางทั้งสองข้างยันอกหนาไว้มั่น ใบหน้านวลเบี่ยงหลบปากกับจมูกที่เข้ามาใกล้หน้าของเธอ มันอยู่กันเพียงฝ่ามือกั้นรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของเขา ธาดาเปลี่ยนตำแหน่งจู่โจม ซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอขาว ใช้จมูกถูไถไปทั่ว จนเธอขนลุกชัน

"หอม" พูดเหมือนละเมอ

"อย่าทำกับข้าเยี่ยงนี้เลย ได้โปรด ฮึก ฮือ" 

เธอร้องไห้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป